หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังของ James Wan ครับ ไม่ว่าจะเรื่องราวตามสืบหาความจริงที่บรรยากาศดูเก่าๆ คล้าย Dead Silence แล้วก็เรื่องบ้านหลอนๆ แบบ Insidious
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังของ James Wan ครับ ไม่ว่าจะเรื่องราวตามสืบหาความจริงที่บรรยากาศดูเก่าๆ คล้าย Dead Silence แล้วก็เรื่องบ้านหลอนๆ แบบ Insidious
เหตุผลประการสำคัญที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูก็ด้วยชื่อของ Danny Glover ดารารุ่นเก๋าที่ผมโปรดปรานจากบทจ่าเมอร์ทัฟในหนัง Lethal Weapon
หนังเรื่องนี้มีความพิเศษต่อผมนิดหนึ่งครับ เพราะเป็นหนังที่อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์สมัยมัธยมศึกษาที่ผมเคารพมากๆ เคยเล่าให้ฟัง โดยท่านเล่าให้ฟังว่าเป็นหนังเกี่ยวกับราชินีอียิปต์ที่ฟื้นขึ้นมา และจบลงแบบน่าจะมีภาคต่อ แต่อาจารย์ก็รอมาเป็นสิบๆ ปีก็ไม่มีสักที
นี่เป็นหนังผีจีนเรื่องหนึ่งในความทรงจำของผมเลยครับ เพราะเคยได้ไปดูเรื่องนี้ในโรง จำได้เลยว่าไปดูที่โรบินสัน ดอนเมือง (ที่ตอนนี้เป็นบิ๊กซี สะพานใหม่ไปแล้วน่ะนะครับ)
เบอร์ตัน (David Anders) และ วิคกี้ (Kandyse McClure) คู่รักที่เกิดขับรถหลงทาง เลยพยายามเข้าไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ แกทลิน และที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเด็กที่พร้อมจะจับพวกเขามาบูชายัญในทุ่งข้าวโพดได้ทุกเวลา!
ค้างคามานาน ก็ขอรีวิวให้หมดชุดเลยนะครับ กับ Chidren of the Corn เด็กนรกแห่งทุ่งข้าวโพด ซึ่งนี่ก็เป็นภาค 7 แล้วนะครับ
นาทีแรกที่ผมรู้ว่า House on Haunted Hill มีตอนต่อ ก็คิดในใจล่ะครับว่าใครหน้าไหนหนอ หาเรื่องเดินเข้าบ้านหลังนี้ไปให้ผีมันฆ่าอีก
ดูหนังเรื่องนี้แล้วแอบอึ้ง พร้อมตะลึงทางอารมณ์ เพราะไม่นึกว่าหนังมันจะเป็นอะไรแบบนี้น่ะครับ… ถ้าให้พูดตรงๆ คือหนังดูน่าสนใจในเบื้องต้น แต่กลับกลายเป็นอะไรที่เละในตอนกลางและตอนท้าย
ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ Warner Bros. จะรู้ตัวหรือไม่น่ะนะครับ ว่าจักรวาล The Conjuring ตอนนี้ดูจะเป็นรูปเป็นร่างและดูมั่นคงกว่าจักรวาลของ DC ซะอีก (โดยไม่ต้องเล่นใหญ่อะไรมากมายด้วย 555)
“จงอย่ายอมให้ผี “หลอก”” คือคำจำกัดความของสาระสำคัญที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้ครับ