ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
เชื่อไหมครับว่าผมเพิ่งดู Slumdog Millionaire จบเมื่อวานนี้เอง
“การอ่านนั้นเปี่ยมคุณค่า… แต่บางครั้งการอ่านก็สร้างข้อจำกัดให้กับชีวิต แบบที่เราเอง อาจคาดไม่ถึง”
ไม่น่าเชื่อนะครับ อายุอานามหนังเรื่องนี้จะปาเข้าไปเป็น 20 ปีแล้ว… แหม นึกถึงตัวเลขจำนวนปีทีไร ก็อดมองตัวเองในกระจกไม่ได้… แก่แล้วหนอเรา ซึ่งสมัยที่ผมดูนั้น หนังได้รับคำชมเพียบครับ จนต้องไปตามวีดีโอมาเก็บกันเลยล่ะ
เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม
ผมพร่ำบอกมาหลายหนแล้วว่าผมโหยหาหนังรักโรแมนติกที่เดินเรื่องง่ายๆ เนื้อหาไม่ซับซ้อน ดูแล้วอิ่มใจ และยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะไปใช้ชีวิตต่อหลังดูหนังจบ ยิ่งหนังเรื่องไหนดูแล้วให้อารมณ์เหมือนเราได้ร่วมรับรู้ “ช่วงหนึ่งของชีวิตใครสักคน” ก็จะยิ่งอินและยิ่มอิ่มไปกับมันครับ
เรื่องนี้โดนใจผมเต็มเปาเลยครับ เริ่มจากแนวที่เป็น Coming of Age แบบเต็มตัว เป็นเรื่องของชีวิตช่วงหนึ่งของใครสักคนที่ต้องเจอกับทางแยก เจอกับจุดวิกฤติที่จะส่งผลต่อตัวเองไปอีกนานแสนนาน (หรืออาจจะตลอดไปเลยก็ได้)
เป็นหนังอีกเรื่องครับที่ก่อร่างสร้างอารมณ์เหงา ว้าเหว่ และเดียวดายให้กับผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ (แต่อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะซึมลึกถึงอารมณ์เหงาแบบในหนังน่ะนะครับ)
ขอแนะนำหนังดีให้ได้ดูกันนะครับ กับ “นางสาวกำไก่”
เวลาเราเดินทางไปที่ไหนสักแห่งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรา “อยากไปอยู่ตรงนั้น” ก็อาจจะเป็นเพราะเรา “อยากไปจากตรงนี้”