หมวดหมู่: Romance Romance

The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ

เป็นหนังที่มีคนถามกันเข้ามามากที่สุดในตอนนี้เลยครับ ถามว่าผมดูหรือยัง ราวกับรู้ใจน่ะครับว่าเรื่องนี้ผมเล็งรอดูแน่นอน เพราะผู้กำกับคือ Giuseppe Tornatore แห่ง Cinema Paradiso, The Legend of 1900 และ Malena แต่ละเรื่องที่ว่านี่ผมก็โปรดปรานทั้งนั้นเลย

La La Land (2016) นครดารา

โลกทุกวันนี้ เต็มไปด้วยวาทกรรมประมาณว่า “คุณจะได้ในทุกสิ่งที่คุณต้องการ หากคุณมุ่งมั่น” หรือไม่ก็ “คุณจะสำเร็จในทุกฝันที่คุณใฝ่ หากคุณพยายาม”

The Garden of Words (2013) ยามสายฝนโปรยปราย

นี่คือแอนิเมชั่นที่ผมดูอย่างมีความสุขครับ แม้เนื้อหามันจะระคนผสมกันระหว่างสุขกับเศร้า เคล้าความวุ่นวายของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน… แต่กระนั้นมันก็ยังสวยงาม

Café Society (2016) ณ ที่นั่นเรารักกัน

ปีไหนไม่ได้ดูหนังของลุง Woody Allen มันคงเหมือนขาดอะไรไปอย่างน่ะครับ เพราะผมเองก็ตามดูหนังของลุงเขามากว่า 20 ปี จนแม้จะไม่รู้จักและไม่เคยเจอก็เถอะ แต่ก็รู้สึกประหนึ่งเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ในชีวิตไปแล้วล่ะ

Sing Street (2016) รักใครให้ร้องเพลงรัก

บันทึกไว้ในความทรงจำเลยว่านี่เป็นหนังที่ทำให้ผมตะโกนในใจว่า “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ในตอนที่หนังเกือบจะจบ (ใจจริงอยากตะโกนออกเสียงมันเดี๋ยวนั้น แต่เกรงใจคนที่ดูด้วย)

หัวใจเต้น เป็นเสียงเธอ (1999) Tempting Heart

ปิดท้ายด้วยหนังโรแมนติก เครียดๆ เรื่องความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งนะครับ (Takeshi Kaneshiro กับ Gigi Leung) ที่เริ่มรักกันตอนเรียน แต่แล้วก็มีเหตุให้ห่างกันไป จากนั้นหลายปีต่อมา พวกเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่และได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แล้วความรักมันจะสานต่อไปหรือไม่น้อ

คู่ตุ้ยนุ้ย พิสดารมหัศจรรย์ (2001) Love on A Diet

หลังจาก Needing You สามารถกู้ศรัทธาของผมในการดูหนังรักของฮ่องกงขึ้นมาได้แล้วนั้น ผมก็เลยบ้าตะบันดูแหลกเลยครับ พอมาเรื่องนี้ก็ได้ข่าวว่าทีมงานเดิมจากเรื่อง Needing You นั่นด้วย อ้ะ เลยลงทุนไปดูในโรงซะเลย

Passengers (2016) คู่โดยสารพันล้านไมล์

สิ่งแรกที่ผมอยากจะบอกเลยคือ หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ดีเด็ดจนถึงขั้นห้ามพลาดนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของปีใหม่ (เหตุผลเพราะอะไรนั้น ผมจะบอกอีกครั้งในโซนสปอยล์ครับ)

ใช่เลย…รักเธอเต็มเอ๋อ (2000) Needing You …

ก่อนอื่น … ชื่อไทยนั้นผมว่ามันคงได้อิทธิพลมาจาก She’s All that ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะครับ ไอ้คำว่าเอ๋อเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะเพราะจะว่าไปแล้ว นางเอกของเรื่องมันก็ออกอาการเอ๋อๆ อยู่เหมือนกัน