The Holiday Calendar ว่าด้วยช่างภาพสาวแอ็บบี้ ซัตตัน (Kat Graham) ที่ได้รับปฏิทินโบราณจากคุณปู่ (Ron Cephas Jones) แล้วไปๆ มาๆ ปฏิทินที่ว่านี่ก็ดูเหมือนจะทำนายอนาคตให้กับเธอได้ และไม่แน่ครับมันอาจจะพาเธอไปพบกับความรักที่เธอเฝ้ารอ
The Holiday Calendar ว่าด้วยช่างภาพสาวแอ็บบี้ ซัตตัน (Kat Graham) ที่ได้รับปฏิทินโบราณจากคุณปู่ (Ron Cephas Jones) แล้วไปๆ มาๆ ปฏิทินที่ว่านี่ก็ดูเหมือนจะทำนายอนาคตให้กับเธอได้ และไม่แน่ครับมันอาจจะพาเธอไปพบกับความรักที่เธอเฝ้ารอ
ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
ผมเล็งจะดูเรื่องนี้มาหลายที และหมายมั่นว่าจะดูในตอนเช้าด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหนังมันต้อง Feel Good และให้พลังกับเราได้แน่ๆ ครั้นพอดูจบผมก็เดินไปที่กระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองหนึ่งที พลางบอกกับตัวเองว่า “ขอบคุณที่เลือกเปิดเรื่องนี้” ^_^
ถ้าคุณเป็นคอการ์ตูนญี่ปุ่นแนวอบอุ่น+กินบรรยากาศ, เป็นสาวก Makoto Shinkai หรือเป็นคนรัก Ghibli ล่ะก็ เรื่องนี้สามารถตรงดิ่งไปดูได้เลยครับ ไม่ต้องรออ่านสิ่งที่ผมจะเขียนด้านล่างนี่แล้ว 😊
ก่อนดู Two Night Stand ผมแอบคาดหวังว่าหนังจะมาทางเดียวกับ Before Sunrise ครับ ประมาณว่าหนุ่มสาวที่ไม่เคยพบกันมาก่อนได้มาเจอกัน แล้วก็นั่งคุยเรื่องต่างๆ กันทั้งวันคืน ครั้นพอได้ดูก็พบว่ามันไม่เชิงเป็นแบบนั้นครับ
นอกจากการไม่คาดหวังก่อนดูหนังสักเรื่องแล้ว การตั้งท่ารับว่าหนังจะมาแบบไหนก็มีส่วนช่วยให้เราโอเคกับหนังได้ในระดับหนึ่งครับ
ผมเคยดู Book Club แล้วรอบนึงครับ ซึ่งผมชอบนะ คืออาจจะไม่ได้ถึงกับชอบมากๆ แต่หนังมันกำลังดีน่ะครับ เนื้อเรื่องอาจจะดูเบาๆ ไม่หนักมาก แต่ในแง่การแสดงแล้วถือว่ายอดเยี่ยมเพราะ 4 ดารานำนี่ล้วนเป็นระดับลายคราม แต่ละคนนี่ถ้าไม่ได้ออสการ์อย่างน้อยก็ต้องได้เข้าชิง เล่นเรื่องไหนลื่นไหลเรื่องนั้นอยู่แล้ว ไว้ใจได้เสมอ
ผมเว้นช่วงในการดูหนังรักโรแมนติกไปนานพอดูครับ เหมือนถึงจุดอิ่มตัวในช่วงหนึ่งเลยมีการพัก แล้วก็ปล่อยให้หนังรักหลายเรื่องผ่านตาไป กะไว้ว่าถ้าเกิดอารมณ์อยากดูเมื่อไรแล้ว ก็ค่อยคว้ามาดู และ Love Is in the Air ถือเป็นเรื่องแรกครับ ผลก็คือดูแล้วแฮ้ปปี้ใช้ได้เลยทีเดียว
ตอนดู First Daughter จบ ผมบอกกับตัวเองว่าจริงๆ ผมควรจะชอบหนังเรื่องนี้นะ เพราะจะว่าไปผมก็ชอบในบทสรุปของเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่หากพิจารณาตัวหนังโดยรวมตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมทั้งสำรวจความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหนังแล้ว ก็คงต้องบอกว่าหนังยังไปไม่ถึงในจุดที่ควรจะเป็น และถือว่าหนังอยู่ในระดับกลางๆ ครับ
ผมเคยดู The Prince & Me เมื่อนานมาแล้วครับ ยอมรับว่าจำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก Julia Stiles ที่ผมว่าเล่นเรื่องไหนเธอก็ทำหน้าที่ได้ดีเสมอ ในขณะที่ตัวหนังนั้นรู้สึกกลางๆ ครั้นมีโอกาสคว้าเอามาดูอีกรอบก็รู้สึกโอเคกับหนังมากขึ้นหน่อยนึง แต่กระนั้นก็รู้สึกครับว่าหนังยังไม่ลงตัวคล่องคอแบบเต็มร้อย มีทั้งจุดที่เข้าท่าและจุดที่แปร่งปร่าผสมกลั้วๆ กันไป