เป็นภาคต่อที่หันไปจับเรื่องราวก่อนหน้าภาคแรกมาบอกเล่าครับ
เป็นภาคต่อที่หันไปจับเรื่องราวก่อนหน้าภาคแรกมาบอกเล่าครับ
เอามาดูกี่ครั้งกี่หนก็สัมผัสได้เสมอ ถึงการแสดงเข้มๆ กับเนื้อเรื่องข้นๆ
อันว่าความเหงา เป็นเรื่องที่เล่าได้ยาก
ตอนไม่เหงาก็คือไม่เหงา แต่พอเหงาเท่านั้นล่ะ… เหงาเลย
ผมค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้เอามากๆ ทีเดียว ก็ทำไงได้ล่ะครับ มันออกมาโดนใจน่ะ และผมว่ามันทำออกมาได้ถึงและยอดมากๆ สำหรับหนังโรแมนติกของฝั่งตะวันตกเขาน่ะครับ ไม่ใช่สไตล์ชีวิตหนักๆ แต่มันเป็นแนวแบบพ่อแง่แม่งอนที่น่ารักและลงตัวสุดๆ เรื่องหนึ่งเลยล่ะ
หนังเรื่องนี้เล็กๆ ง่ายๆ ดูแล้วอ […]
เพิ่งมาพบว่าหนังที่ผมเอามาดูซ้ำบ่อยที่สุดเมื่อปีที่แล้วคือ Man of Steel จะว่าชอบก็ใช่ แต่มุมที่ไม่ชอบก็มีเหมือนกัน
นี่คือฉบับเก่าที่ผู้กำกับ Franco Zeffirelli ทำไว้เมื่อปี 1968 นะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เก่าที่สุด แต่ก็เป็นฉบับเก่าที่สุดแล้วเท่าที่ผมเคยดูมา
หนังโรแมนติกน่ารักๆ ที่คุ้มค่าอีกเรื่องนึงครับ พี่ David Duchovny มารับบทเป็น บ็อบ ชายหนุ่มผู้สูญเสียภรรยา (Joely Richardson) ไป จากนั้นมาเขาก็จมอยู่แต่ในความเศร้าครับ ไม่ยอมไปไหน ไม่สนใจไปเที่ยวหรือนัดเดทใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งเขาได้พบกับ เกรซ (Minnie Driver) สาวเสิร์ฟใจงามที่เขารู้สึกคุยถูกคอกับเธอเหลือเกิน
Julia Roberts มารับบทนำเป็น จูเลียน พอตเตอร์ นักชิมอาหารชื่อดังที่เพิ่งรู้สึกตัวว่า เธอหลงรักไมเคิล โอนีล (Dermot Mulroney) เพื่อนสมัยเรียนเข้าให้ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ไมเคิลกำลังจะแต่งงานกับ คิมเบอลี่ วอลเลซ (Cameron Diaz) สาวน้อยน่ารักไร้เดียงสาอีกคน
ผมขึ้นต้นแนวหนังแบบแปลกๆ ว่ามั้ยครับ เป็นชีวิต + การแต่งงาน เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่โรแมนติกครับ อ้ะ บางท่านคงงงล่ะนะครับ หนังเกี่ยวกับการแต่งงานแต่ดันไม่ใช่โรแมนติก มันเป็นยังไงลองตามมาอ่านนะครับ