เรื่องนี้ถือว่าผสมๆ กันระหว่างหนังวันคริสต์มาส บวกหนังย้อนยุค แล้วก็ยังเป็นหนังชีวประวัติอีกด้วย และผลลัพธ์ที่ได้นี่ต้องนับว่าน่าพอใจทีเดียว
เรื่องนี้ถือว่าผสมๆ กันระหว่างหนังวันคริสต์มาส บวกหนังย้อนยุค แล้วก็ยังเป็นหนังชีวประวัติอีกด้วย และผลลัพธ์ที่ได้นี่ต้องนับว่าน่าพอใจทีเดียว
ถ้าท่านชอบหนังกีฬา ชอบหนังที่สร้างจากเรื่องจริง ชอบหนังที่สร้างแรงบันดาลใจ ชอบหนังที่เหมือนจุดไฟในตัวให้ฮึกเหิม ผมก็ขอบอกว่า “จัดเรื่องนี้สิครับ จะรออะไร”
พอดูเรื่องนี้จบ ผมคิดในหัวดังๆ เลยว่า “ผมขอแค่นี้แหละ!”
เรื่องนี้ก็เอามาเปิดดูซ้ำอีกรอบหลังจากดูรอบแรกไปเมื่อสมัยที่ออกแผ่นใหม่ๆ และสำหรับการดูรอบนี้ ผมว่าผมชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้นแฮะ
ผมดูเรื่องนี้ผ่านทาง Big Cinema ครับ ตอนนั้นกำลังประทับใจหนังเกี่ยวกับคุก เพราะได้ดู The Shawshank Recemption และ The Green Mile มา
ณ เมืองซีเหอ สกุลโจวกับสกุลเมิ่งไม่ถูกกัน มีการแข่งเขตแดนและมีเรื่องกันประจำ – ส่วนใหญ่สกุลเมิ่งจะเริ่มก่อนครับ ว่าง่ายๆ คือออกแนวอันธพาลนั่นเอง
หนังแนวตลกสไตล์ฝนตกขี้หมูไหลบวด้วยความยียวนกวนบาทาของผู้กำกับ Guy Ritchie ครับ
หลังจากภาคก่อน คราวนี้อาถรรพ์ยิ้มสยองก็มาสู่เหยื่อรายใหม่ครับ นั่นคือ สกาย ไรลี่ย์ (Naomi Scott) นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ที่เคยมีประสบการณ์เฉียดตายเมื่อปีก่อน แล้วก็แน่นอนครับว่าพอเธอโดนอาถรรพ์เข้า เธอก็ต้องพบกับความหลอนสารพัด แล้วแบบนี้เธอจะพ้นจากความสยองครั้งนี้ไปได้หรือไม่
ด้วยความดังสนั่นของกระบี่ไร้เทียมทานฉบับทีวี ก็เลยทำให้ Shaw Brothers เข็นฉบับหนังใหญ่ออกมาโกยความสำเร็จด้วยคนครับ
ภาคต่อที่ถือว่าทำออกมาได้ดีไม่น้อยหน้าภาคแรกครับ กับเรื่องราวบทต่อมาของครอบครัวแอ็บบอตต์ที่ต้องเผชิญกับโลกอันโหดร้ายที่การส่งเสียงคือการเรียกให้อสูรพันธุ์มฤตยูตรงมาฆ่า ดังนั้นพวกเขาก็เลยต้องพยายามเงียบกันต่อไป