อีเว่น เฮอริซั่น คือชื่อของยานที่สุดไฮเทคซึ่งมีระบบวอร์พ หรือ เดินทางเร็วกว่าแสงโดยการสร้างประตูทะลุมิติขึ้นมา แต่จากการทดลองระบบนี้ ปรากฎว่ายานดันเข้าประตูแล้วหายไปเลยครับ ไม่มีใครทราบว่ามันไปไหน
อีเว่น เฮอริซั่น คือชื่อของยานที่สุดไฮเทคซึ่งมีระบบวอร์พ หรือ เดินทางเร็วกว่าแสงโดยการสร้างประตูทะลุมิติขึ้นมา แต่จากการทดลองระบบนี้ ปรากฎว่ายานดันเข้าประตูแล้วหายไปเลยครับ ไม่มีใครทราบว่ามันไปไหน
หนังเรื่องนี้เคยเข้าฉายในโรงบ้านเราด้วยนะครับ และถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าคนดูส่วนมากจะไม่ค่อยชอบ ดูแล้วก็รู้สึกเฉยๆ นะครับ หนังเลยไม่ค่อยดังเท่าไหร่ ส่วนผมก็ดูหนังตอนออกเป็นวีดีโอแล้วน่ะครับ พอดูเสร็จก็ไม่มีอะไรมาก แค่ตามซื้อมาครอบครองในบัดดล
แรนดัล เพลท์เซอร์ (Hoyt Axton) คือนักประดิษฐ์ผู้ชอบเดินทางไปขายของที่เขาคิดค้นขึ้นมาได้ ระหว่างการเดินทางครั้งหนึ่ง เขาได้แวะไปยังร้านขายของแปลกๆ แห่งหนึ่ง และสถานที่นั้นก็มีของประหลาดมากมาย แต่เขาเตะตาของอยู่ชิ้นหนึ่ง … ต้องบอกว่าตัวนึงถึงจะถูก มันคือ ม็อกไกว เจ้าตัวเล็กๆ ขนปุยที่น่ารักและน่าเลี้ยง เขาไม่รอช้าที่จะซื้อไปฝาก บิลลี่ (Zach Galligan) ลูกชายวัยรุ่นของเขา
หลังจากภาคที่แล้ว บริษัทโดนปิดไป เนื่องจากการปราบเจ้าโกเซอร์งวดก่อนมันถล่มเมืองไปเยอะครับ พวกนักปราบผีของเราเลยโดนฟ้งเรียกค่าเสียหายจนเจ๊งบ๊งกันไป แต่แล้ว 5 ปีต่อมาพวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง เพราะเริ่มมีความชั่วร้ายก่อตัวขึ้นใต้กรุงนิวยอร์ค มันคือเมือกสีชมพูที่สามารถโต้ตอบอารมณ์ต่อคนได้ และสามารถทำให้คนคิดชั่วทำชั่วได้สารพัดหากไปสัมผัสมันเข้าล่ะ
ดร.ปีเตอร์ เวงแมน (Bill Murray), ดร.เรย์มอนด์ สแตนซ์ (Dan Aykroyd) และ ดร.อีกอน สเปงเลอร์ (Harold Ramis) คือ 3 นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นเครื่องมือจับผีขึ้นมาได้ และเปิดเป็นบริษัทรับจ้างปราบผีทั่วราชอาณาจักร ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลเพราะผีโผล่มาให้ปราบเพียบไปหมด
เรื่องนี้ถือว่ามาทางเดียวกับ Knight of Cups ครับ ว่าด้วยชายผู้สับสนและหลงทาง หลังเกิดวิกฤติบางอย่างในชีวิตและจิตใจ ตัวหนังก็จะออกแนวสับสนและรอการค้นหาอยู่หน่อยๆ
ใครชอบหนังสไตล์แข่งกับเวลาแบบ 24 หรือ สไตล์ที่ตัวเอกต้องมาเจอกับสถานการณ์จนตรอกแข่งกับเวลาเพื่อเอาชีวิตรอดและหาทางช่วยชีวิตคนแบบ Red Eye หรือ Cellular ก็เห็นทีว่าผมต้องยัดเยียดหนังเรื่องนี้ให้ท่านดูไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะครับ
กลับมาหนนี้ถือว่าเข้าเป้าและเวิร์กมากๆ เลยล่ะครับ พูดได้เต็มปากว่าผมชอบแบบที่เคยชอบ Spider-Man 2 ภาคแรก (อาจจะชอบในคนละแบบ แต่หากสรุปคะแนนในใจก็คือชอบไม่น้อยไปกว่ากัน) ถือเป็นการรีบูทใหม่ที่ประสบความสำเร็จเลยล่ะครับ เพราะหนังดูสนุก เพลิน ลงตัวในแบบของมัน
ลังจากคั่วมานานแสนนานสำหรับภาคที่สี่ของ Die Hard ก็รอกันมานานพอดูนะครับ เพราะมันมีโปรแกรมว่าจะสร้างมาตั้งแต่ภาคสามดังใหม่ๆ แล้วล่ะครับ ว่ากันว่าภาคที่สี่จะชื่อว่า Die Hard 4: Tear of the Sun ซึ่งจะให้ตัวร้ายเป็นชาวญี่ปุ่นมาก่อการในประเทศอเมริกา
บอกตรงๆ ว่าพอคว้าหนังชุด Die Hard มาดูต่อกัน 3 ภาครวดแล้วมันเหนื่อยยังไงก็ไม่ทราบนะครับ ยิ่งดูภาคนี้นี่เหนื่อยโคตรๆ เพราะคราวนี้พี่จอห์น แมคเคลน (Bruce Willis) แกไม่ได้พักเลยน่ะฮะ วิ่งทั่วนิวยอร์คจนสงสัยว่าพี่แกไปอัดยาบ้ามารึเปล่า ถึงได้คึกเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้