ผมจำชื่อคุณพี่ Tim Burton ได้แบบจั๋งๆ ก็ด้วยหนังเรื่องนี้นี่แหละ!
ผมจำชื่อคุณพี่ Tim Burton ได้แบบจั๋งๆ ก็ด้วยหนังเรื่องนี้นี่แหละ!
ตอนนี้ไม่รู้ว่าผมเริ่มอิ่มตัวกับหนัง Hollywood – เป็นเพราะหนัง Hollywood เองเริ่มย่ำอยู่กับที่ – หรือเพราะมันกำลังเดินไปในทางทิศทางที่เราไม่คุ้น (จนเด็กยุค 90 อย่างผมเริ่มไม่ชินกับมัน) กันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือความรู้สึกเหล่านั้น มันทำให้ผมหันไปหาหนังแนวอื่น สัญชาติอื่น สไตล์อื่นมากขึ้น
Dead Again เป็นหนังแนวสืบสวนซ่อนเงื่อนที่เอาเรื่องการระลึกชาติมาผสมบอกเล่าได้อย่างลงตัวมากเรื่องหนึ่ง
อีกหนึ่งหนังว่าด้วยกีฬาเบสบอลที่ผมประทับใจครับ นอกจากจะดูสนุกเบาสมองแล้วยังสอดแทรกความซาบซึ้งกินใจลงไปแบบพอเหมาะอีกด้วย
ผมชอบโอเชี่ยนภาคนี้นะครับ ดีกรีความสนุกถือว่ามากกว่าภาค Ocean’s Twelve และเป็นรองจากภาค Ocean’s Eleven อยู่หน่อยหนึ่ง ว่าง่ายๆ ก็คือสนุกนั่นล่ะครับ
“เป็นหน้าที่ของพลเมืองทั้งหลายที่จะต้องการปกป้องประเทศ จากรัฐบาลของตน”
หนังเรื่องนี้จัดว่ามีดี เข้าท่ากว่าที่คิดเอาไว้เยอะ
นี่คือต้นแรกเริ่มนะครับ ของเรื่องการโกงความตาย พระเอกคือ อเล็กซ์ แชนซ์ บราวนิ่ง (Devon Sawa) ที่ดันเห็นลางบอกเหตุสารพัดก่อนขึ้นเครื่องบินไปทัศนศึกษา จนเขาสังหรณ์ว่าเครื่องบินลำที่เขากำลังจะขึ้นต้องมีเหตุร้ายแน่ เลยอาละวาดตกใจด้วยความกลัวจนตัวเองและเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งโดนลากออกมาจากเครื่อง
ในหนังเรื่อง Amistad ของผู้กำกับ Steven Spielberg มีอยู่ฉากหนึ่งที่กระแทกใจผมเต็มๆ นั่นคือตอนที่ท่านอดีตประธานาธิบดีจอห์น ควินซี อดัมส์พูดในศาลเพื่อแก้ต่างให้เหล่าทาสผิวดำว่า “I realized after much trial and error, that in the courtroom, whoever tells the best story wins”
M. Night Shyamalan ถือว่าโชคดีครับที่ได้เกิดระดับก้องโลกจากงานสยองอย่าง The Sixth Sense แต่ก็เหมือนสร้างกับดักให้ตัวเอง โดยเฉพาะการหักมุมช็อคโลกนั่นที่ทำให้ผู้ชมพากันคาดหวังว่าหนังของแกต้องใหม่ สด แปลกไปเสียทุกเรื่อง ทีนี้พอเรื่องต่อมามันไม่ได้หักมุมให้อึ้งมากมายหรือมีเนื้อหาธรรมดาๆ คนก็เลยพากันสับจนเป็นบะช่อ นึกๆ ไปก็สงสารพี่มาโนชอยู่เหมือนกันครับ