Highlander ถือเป็นหนังที่ดูแล้ว “เท่ห์สุดๆ” ครับ ตัวเอกเป็นอมตะ ถือดาบเจ๋งๆ สู้กับพวกอมตะด้วยกัน พอปราบอีกฝ่ายได้ก็จะได้พลังเพิ่ม ฉากตอนได้พลังเพิ่มนี่ก็อลังดีแท้ๆ
Highlander ถือเป็นหนังที่ดูแล้ว “เท่ห์สุดๆ” ครับ ตัวเอกเป็นอมตะ ถือดาบเจ๋งๆ สู้กับพวกอมตะด้วยกัน พอปราบอีกฝ่ายได้ก็จะได้พลังเพิ่ม ฉากตอนได้พลังเพิ่มนี่ก็อลังดีแท้ๆ
พรีโม (Tony Shalhoub) และ ซีคอนโด (Stanley Tucci) สองพี่น้องที่ข้ามน้ำข้ามทะเลจากอิตาลีเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่บนดินแดนแห่งความหวัง… แผ่นดินอเมริกา
บอกตรงๆ นะครับ… ผมเห็นใจไคลด์ เชลตัน (Gerard Butler) พระเอกของเรื่องอยู่เหมือนกัน
สำหรับผม คนทำหนังที่ชื่อ Joss Whedon ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
หนังดังม้ามืดปี 97 ที่ทำเงินแซงหน้าหนังที่ใครๆ ก็เก็งกันว่าต้องเป็นแชมป์แห่งปีอย่าง The Lost World: Jurassic Park
หนังติดทำเนียบ “ต้องดู” ประจำปีสำหรับผมมาตั้งนานแล้วครับ เหตุผลสำคัญคือมันกำกับโดย Alex Proyas แห่ง The Crow, Dark City และ I, Robot เรียกว่าทำหนังได้อร่อยเหาะมาหลายเรื่องติดๆ กัน ก็เลยวางใจครับ
จากนิยายของ Dean R. Koontz นักเขียนแนวเขย่าขวัญที่ผมโปรดอีกคนมาสู่จอภาพยนตร์ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ทำให้ผมกังขาพอสมควร เพราะกำกับโดย Stephen Sommers แห่ง The Mummy ทั้ง 2 ภาค และ Van Helsing แต่กลับไม่มีบริษัทจัดจำหน่ายไหนซื้อเอาเข้าโรง ทั้งที่ตัวหนังเสร็จมาเป็นปีแล้ว (ล่าสุดเพิ่งมีคนซื้อไปและเตรียมคิวฉายไว้ปี 2014) แอบสงสัยเหมือนกันว่าหนังมันจะเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ
ช่วงนี้ลองหยิบซีรี่ส์ Downton Abbey มาดู พอดูๆ ไปก็นึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ เพราะแรกเริ่มเดิมที Downton Abbey จะเป็นภาคแยกของ Gosford Park แต่สุดท้ายทีมงานตัดสินใจเอาเฉพาะสไตล์ของเรื่อง (ที่ว่าด้วยเรื่องของชนชั้นสูงและคนรับใช้ ในคฤหาสน์หลังใหญ่) มาสานต่อ ส่วนด้านเนื้อหาจะเป็นเอกเทศไม่เกี่ยวกัน
ภาคแรกถือว่าสนุกฮาในระดับหนึ่งครับ ซึ่งผมคาดไม่ถึงเลยว่าภาค 2 มันจะสนุกแบบได้ใจได้โล่ห์มากขนาดนี้!
หนังเรื่องนี้มีดีอย่างยิ่งตรงบทครับ บทที่ค่อยๆ เผยความจริงทีละนิด เผยแบบน่าติดตาม ชวนให้เราอยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปยังไงต่อ ทั้งๆ ที่เกือบทั้งเรื่องน่ะ เหตุการณ์ก็วนซ้ำอยู่ที่เดิมๆ ตัวละครเดิมๆ ซึ่งก็คือโคลเตอร์ สตีเวนส์ (Jake Gyllenhaal) ชายที่ถูกส่งไปยังอดีต เพื่อค้นหาเหตุวินาศกรรม แต่จุดที่ทำให้น่าสนใจคือ “การตัดสินใจของคนที่แตกต่างออกไป”