ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ แต่ไม่ได้ชอบแค่ในเชิงสยองขวัญ ที่ชอบนั้นคือแง่มุมบางอย่างที่หนังชวนให้คิด
ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ แต่ไม่ได้ชอบแค่ในเชิงสยองขวัญ ที่ชอบนั้นคือแง่มุมบางอย่างที่หนังชวนให้คิด
หนังตลกที่บอกเล่าชีวิตของวัยรุ่นในโรงเรียนคริสเตียนแห่งหนึ่งครับ เรื่องของเรื่องคือแมรี่ (Jena Malone) เกิดท้องกับแฟนหนุ่มซึ่งค้นพบว่าตัวเองเป็นเกย์ครับ นอกจากนี้ยังมีเด็กใหม่อย่างคาสแซนดร้า (Eva Amurri) ที่เป็นคนนอกแถวแบบสุดๆ เธอเลยไม่กินเส้นกับฮิลารี่ เฟย์ (Mandy Moore) เพื่อนของแมรี่ที่เคร่งศาสนาแบบสุดๆ ทีนี้ก็เลยเกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมาอีกสารพัดครับ และเรื่องราวทั้งหลายนั้นก็จะกลายมาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของทุกๆ คนในเวลาต่อมา
ถ้าใครต้องการกำลังใจหรือพลังบวกเข้ากระแสเลือดแบบเร่งด่วน ผมขอแนะนำหนังเรื่องนีเลยครับ ดูแล้วใจฟูจริงๆ
หนังระดับคลาสสิคของ Stanley Kubrick ว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งวางแผนปล้นครั้งใหญ่ เรียกว่าปล้นหนเดียวกะตั้งตัวได้เลย และหนังก็บอกเล่าให้เราได้ทราบถึงการวางแผน การดำเนินตามแผน และบทสรุปของการปล้นครั้งนี้ครับ
หนังดราม่าเบาสมองแนวคู่หูต่างวัยที่มาค้นหาความหมายของชีวิตร่วมกันครับ คนหนึ่งก็คือนักเขียนบทละครตลกวัยดึกนามว่าชาร์ลี เบิร์นซ์ (Billy Crystal) ส่วนอีกคนคือนักร้องสาวคนรุ่นใหม่นามว่าเอ็มม่า เพจ (Tiffany Haddish) ที่พวกเขาได้มารู้จักกันโดยบังเอิญครับ แต่ไปๆ มาๆ ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนต่างวัยที่คอยดูแลกันและกัน
ผมเคยดู Bull Durham รอบแรกเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น ดูเพราะเขาว่าเป็นหนังดีครับ ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกเรื่อยๆ ไม่ถึงกับชอบอะไรมาก จากนั้นหลายสิบปีต่อมาหลังจากมีครอบครัวมีลูกมีเต้าและวัยเริ่มย่างก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของชีวิต พอได้ดูอีกทีหนนี้โดนเลยครับ เหมือนสาส์นในหนังมันกระแทกเข้าเบ้าตาอย่างจัง
ผมจำชื่อไทยหนังเรื่องนี้ได้แม่นเลยครับ “แผ่นดินไหวยังต้านรักนี้ไว้ไม่อยู่” จำได้ว่าท่านที่ตั้งชื่อไทยนี้เคยสัมภาษณ์ไว้ว่า เขาอยากให้ชื่อมันสื่อความหมายถึงความรักของพระนางในเรื่อง ว่ารักกันมากขนาดว่าแผ่นดินไหวยังไม่อาจพรากสองคนนี้ได้ – แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวนะครับ
หลังดู The Misfits จบ ผมก็นั่งนิ่งๆ พักหนึ่ง พลางถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับหนัง คำตอบที่พอจะได้มาก็คือ “ผมชอบองค์ประกอบส่วนใหญ่ของมัน”
ระหว่างดูเรื่องนี้นี่ผมนึกถึง Interview with the Vampire เป็นพักๆ ครับ รู้สึกว่าหนังมาในทางเดียวกัน ว่าด้วยการเดินทางของคนที่ถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา ในโลกอันแสนกว้างใหญ่ แล้วก็ต้องรับมือกับสารพัดสิ่งไม่ว่าจะการใช้ชีวิต หรือคนที่ผ่านเข้ามาซึ่งก็ยากจะบอกได้ว่ามีเจตนาดีหรือไม่ดี
หนังที่สร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ครับ ว่าด้วยกรณีล้มบอลครั้งใหญ่ของสมาชิกทีมชิคาโก้ ไวท์ ซ็อกซ์ในปี 1919 โดยหนังก็จะเริ่มเล่าตั้งแต่การที่สมาชิกบางคนในทีมไม่ใคร่จะได้ประโยชน์จากการชนะของพวกเขาสักเท่าไร ประมาณว่าพอทีมเล่นชนะ คนที่จะได้ประโยชน์เป็นกอบเป็นกำก็คือเหล่าผู้บริหารน่ะครับ แต่สมาชิกแทบจะไม่ได้อะไรเลย กระทั่งคำสัญญาที่ผู้บริหารบอกไว้ว่าจะให้โบนัส ก็เหมือนจะกลายเป็นแค่สัญญาลมๆ เท่านั้น