หมวดหมู่: Interests

Stonados (2013)

โจ แรนดัลล์ (Paul Johansson) อดีตนักล่าพายุที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์อยู่ในบอสตัน แล้วจู่ๆ ที่นั่นก็เกิดพายุทอร์นาโดขึ้นมากลางทะเลครับ และพายุลูกนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะมันสามารถพัดก้อนหินออกมาจากตัวมัน และก้อนหินนั้นก็ยังสามารถระเบิดได้อีกต่างหาก ทีนี้ทั้งเมืองก็เลยโกลาหลครับ หลายชีวิตต้องสูญเสียไปจากภัยครั้งนี้ ทำให้โจกับเพื่อนนักพยากรณ์อากาศอย่าง ลี คาร์ลตัน (Sebastian Spence) และแมดดี้ (Miranda Frigon) น้องสาวของโจ ต้องร่วมมือกันหาคำตอบว่าอะไรที่ทำให้เกิดพายุชนิดนี้ และที่สำคัญคือจะหยุดมันได้อย่างไร

Gifted Hands: The Ben Carson Story (2009) สองมือแห่งศรัทธา ชีวิตแพทย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

หนังดราม่าชั้นดีที่พี่ Cuba Gooding Jr. ฝากฝีมือไว้ครับ ในบท ดร. เบน คาร์สัน ศัลยแพทย์หนุ่มมากฝีมือทึ่กำลังจะต้องผ่าตัดแยกเด็กแฝดที่มีสมองติดกัน ซึ่งถือเป็นเคสที่ยากมากๆ และคุณหมอก็ต้องหาทางว่าจะผ่าอย่างไรให้เด็กปลอดภัย โดยระหว่างนั้นหนังก็จะเล่าเรื่องราวชีวิตของคุณหมอเบนตั้งแต่ตอนเด็กให้เราได้รับรู้ไปพร้อมกัน

Shotgun Wedding (2022) ฝ่าวิวาห์ระห่ำ

เรื่องนี้หมายมั่นดูแบบเอามันส์และเอาฮาครับ ซึ่งหนังก็ตอบโจทย์ตามนั้นนะ ดังนั้นใครอยากดูหนังแอ็คชั่นเบาๆ แบบไม่คิดมากก็จัดได้เลยครับเรื่องนี้

Hit Man (2023) นักฆ่าน่าหลอก

ก่อนดูผมก็ปรับใจไว้ในระดับหนึ่งครับ เพราะนี่เป็นหนังของ Richard Linklater แห่งไตรภาค Before Sunrise และ School of Rock ดังนั้นแนวทางของเขาก็จะไม่ใช่หนังตลาด แล้วก็ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มาในแนวแอ็คชั่น หรือในแง่ความฮาก็ไม่ได้ฮาแบบระดมยิงมุกอะไรแบบนั้น แต่จะเป็นการให้ดารามาแสดงฝีมือ แล้วก็นำเสนอหนังแบบเบาสมองแบบตามธรรมชาติ (คือไม่เน้นปรุงนั่นแหละครับ)

Sly (2023) Sly: ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน

นี่คือสารคดีที่คนรักพี่สไล หรือ Sylvester Stallone ควรได้ชมครับ หรือใครก็ตามที่อยากรู้จักดาราขาบู๊ระดับตำนานคนนี้ให้มากขึ้น นี่ก็เป็นสารคดีที่ตอบโจทย์ได้โอเคเลย

A Copenhagen Love Story (2025) รักฉบับโคเปนเฮเกน

ก่อนอื่นใครที่คาดหมายว่านี่จะเป็นหนังโรแมนติกกุ๊กกิ๊กหวานๆ ล่ะก็ ต้องปรับความคาดหวังด่วนครับ เพราะแม้หนังจะว่าด้วยความรัก แต่มันจะหนักไปทางดราม่าที่มีความเครียดและกดดันแทรกอยู่ในเนื้อเรื่องพอสมควร

Annihilation (2018) แดนทำลายล้าง

เรื่องนี้เล็งไว้ว่าจะดูนานหลายปีมากๆ แต่ก็ไปดูเรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อน จนกระทั่งมันขึ้นว่าจะออกจาก Netflix นี่แหละครับถึงต้องเอามาดูซะที

ฝ่ามหันตภัยเพลิงสุริยะ (2023) The Wandering Earth II

ภาคนี้เล่าย้อนครับ เป็นเรื่องก่อนภาคแรก เล่าถึงที่มาที่ไปว่าตอนที่ชาวโลกกำลังจะตัดสินใจโยกย้ายโลกทั้งใบไปยังระบบสุริยะใหม่นั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งคนบนโลกก็มีทั้งที่เห็นด้วยกับแนวคิดในการแกัปัญหา แต่คนที่ไม่เห็นด้วยและพยายามแทรกแซงขัดขวางก็มี อันนำมาสู่ฉากแอ็คชั่นตอนต้นเรื่อง ซึ่งหลิวเป่ยเฉียง (อู๋จิง, Wu Jing) อยู่ในเหตุการณ์พอดี ประมาณว่ากำลังจะบอกรัก หานตั่วตัว (หวังจือ, Wang Zhi) ว่าที่ภรรยาของเขาน่ะครับ แต่ดันเกิดเรื่องซะก่อน เลยได้ตื่นเต้นกันซะ

ปฏิบัติการฝ่าสุริยะ (2019) The Wandering Earth

ดวงอาทิตย์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง ระบบสุริยจักรวาลที่เรารู้จักกำลังจะสูญสิ้น วันสิ้นโลกได้ใกล้เข้ามา ทั่วโลกจึงร่วมมือกันหาทางออกโดยการจะอพยพโลกทั้งใบ พาประชากรโลกกว่า 3,500 ล้านคนไปสู่บ้านใหม่ในระบบสุริยะอื่น – ใช่ครับ ย้ายโลกทั้งใบเลย โดยต้องเดินทางไปราวๆ 4.2 ปีแสง และใช้เวลากว่า 2,500 ปีกว่าจะถึงจุดหมาย

The Blackening (2022) เดอะ แบล็คเคนิ่ง

เรื่องนี้ก็ทำออกมาในสไตล์ Happy Death Day ครับ นั่นคือเอาหนังสยองแนวเชือดมาเล่าในแบบขำๆ จิกกัดๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความสยองและเลือดสาดใส่ลงมาอยู่