ตอนแรกนึกว่าเป็นภาคต่อ แต่ไปๆ มาๆ มันคือฉบับรีบูทครับ
ตอนแรกนึกว่าเป็นภาคต่อ แต่ไปๆ มาๆ มันคือฉบับรีบูทครับ
ก่อนดู CSI ชุดนี้ ผมก็เอา CSI ดั้งเดิมของเก่ามาเวียนดูอีกรอบตามความต้องการของภรรยาครับ แล้วเราก็เห็นตรงกันว่าตอนจบของ CSI ดั้งเดิมคือคือปี 9 ตอนที่ 10 อันเป็นตอนที่ กิล กริมซั่ม (William Petersen) ก้าวออกจากซีรี่ส์ไป สำหรับผม ผมถือว่าตอนนั้นแหละที่ซีรี่ส์จบบริบูรณ์ไปแล้ว ส่วนปีต่อๆ มาก็ถือว่าดูได้ แต่ความอินความพีคมันจะไม่มากเท่า 9 ปีแรกอีกแล้ว
ธีโอ ดาห์ล (Anders Matthesen) เชฟจากเดนมาร์กที่ทราบข่าวว่าพ่อของเขาเสียชีวิตและได้ทิ้งมรดกไว้เป็นปราสาทในทัสคานี ประเทศอิตาลี เขาจึงเดินทางไปที่นั่นด้วยความตั้งใจที่จะขาย แต่แล้วเขาก็ได้พบกับโซเฟีย (Cristiana Dell’Anna) สาวแกร่งที่ทำให้เขาต้องหันมาทบทวนชีวิตตน รวมทั้งหวนคิดถึงวันเก่าๆ ตอนที่เขาเคยอยู่ที่นี่
เข้าทางผมอีกแล้วครับ กับหนังแนว Coming of Age ที่บอกเล่าช่วงหนึ่งชีวิตใครสักคน (หรือหลายคน) แล้วก็ยังมีความเป็นหนังโรแมนติกวัยรุ่นด้วย เรียกว่าหน้าหนังนี่กวักมือเรียกผมให้เดินเข้าหาเลยล่ะ
ถือเป็นหนังรวมมิตรครับ จะเอาภัยพิบัติก็มี จะเอาสัตว์โลกน่ารักก็มา
อีกหนึ่งหนังที่บอกได้เลยว่า “ไม่ใช่สำหรับทุกคน” ครับ อย่างผมนี่ชอบนะ แต่ภรรยาผมดูแล้วงงว่านี่มันหนังอะไร ภาพที่เห็นบนจอก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีคนเดินผ่านไปมาคุยกันตลอดเรื่อง จนเธอถามผมว่านี่มันหนังเกี่ยวกับอะไรกันแน่นี่
ตอนแรกผมเดาคร่าวๆ ว่าหนังจะมาในแนวสยองขวัญเกี่ยวกับวัยรุ่นที่ดูรายการแนวลึกลับตอนดึกๆ แล้วพอเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมาพวกเขาเลยต้องมาไขปริศนา แต่พอได้ดูจริงๆ กลับไม่ใช่แบบที่เดาแฮะ
ดูจากชื่อฝรั่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นหนังแนวผจญภัยตามหาสมบัติ ครั้นพอดูจริงๆ ก็พบว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ ก็คือเป็นหนังพะบู๊ตีกันสไตล์ Shaw Brothers นั่นแหละ
ผมคว้าเรื่องนี้มาดูในวันวุ่นๆ ครับ คือดูแบบไม่ตั้งตัว แล้วก็กลายเป็นความมันส์แบบไม่ตั้งใจ 5555
เจ้าหน้าที่ตำรวจเรเน โลมิโต (Mary J. Blige) ถูกจับคู่ให้ไปตรวจตราเมืองร่วมกับ แดนนี่ ฮอลเลดจ์ (Nat Wolff) เจ้าหน้าที่หน้าใหม่ แล้วทีนี้เธอก็ไปเจอรถของเพื่อนตำรวจคนหนึ่งจอดอยู่ครับ ครั้นพอดูจากกล้องที่บันทึกไว้ก็ราวกับว่านายตำรวจคนนั้นโดนเล่นงานโดยพลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง นั่นทำให้เธอต้องไขปริศนาและหาความจริง ก่อนที่จะมีคนบาดเจ็บล้มตายไปมากกว่านี้