ข้อดีของ Halloween ภาค H20 คือ มันทำได้ดี เฉียบขาด และสรุปเรื่องราวของหนังชุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และข้อเสียของมันคือ ดันทำเงิน (55 ล้าน จากทุมสร้าง 17 ล้าน) จนผู้สร้างทำภาคต่ออีกมาอีกจนได้! เวรของกรรม
ข้อดีของ Halloween ภาค H20 คือ มันทำได้ดี เฉียบขาด และสรุปเรื่องราวของหนังชุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และข้อเสียของมันคือ ดันทำเงิน (55 ล้าน จากทุมสร้าง 17 ล้าน) จนผู้สร้างทำภาคต่ออีกมาอีกจนได้! เวรของกรรม
เฮ่อ ในที่สุดครับ พี่ไมเคิลก็กลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ลอรี่ สโตรดก็กลับมาด้วย ซึ่งโปรเจคท์นี้เริ่มตรงที่ Jamie Lee Curtis เจ้าของบทลอรี่ดั้งเดิมได้เกริ่นเอาไว้ว่าเธออยากจะทำหนัง Halloween เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ร่วมกับ John Carpenter ผู้กำกับหนังภาคแรก แต่พอมีการเจรจากันแล้ว ลุง John กลับขอบายไม่มาทำให้
ยังไม่จบไม่สิ้นครับ จริงๆ แล้วคนดูภาค 5 มาก่อนคงรู้แล้วล่ะว่ายังไงภาค 6 ก็ต้องถือกำเนิดขึ้นมาแน่ๆ ก็ตอนจบเล่นเปิดทางซะขนาดนั้น เหตุการณ์ในตอนนี้หลังจากภาคที่แล้ว 6 ปีครับ
ก็เป็นที่แน่นอนแล้วครับว่าพี่ไมเคิล ไมเยอร์สคนนี้ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ขนาดโดนชาวบ้านรุมยิงกระสุนปลิวเป็นสิบ ทั้งลูกซองและปืนพก มิหนำซ้ำยังร่วงลงไปในหลุมอีก พี่แกดันหน้าด้านไม่ยอมเสียชีวิตซะที (ไปเล่นหนัง Die Hard เถอะพี่ ตายยากจริงๆ เลยเชียว )
หลังจากภาคก่อน เนื้อหาไม่เกี่ยวกัน เลยเจ๊งไปนะครับ และหนังชุด Halloween ก็หยุดสร้างไป 6 ปี จนกระทั่งมีการปลุกผีหนังชุดนี้อีกเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของหนัง
ลุง John Carpenter ของผม ผู้ให้กำเนิด Halloween นั้นได้ตั้งใจที่จะจบเรื่องของไมเคิล ไมเยอร์สไว้ที่ภาคสองนะครับ แล้วเขาก็มีความคิดที่จะทำหนังแฟรนไชส์เรื่อง Halloween ต่อไป โดยเขาจะสร้างออกมาปีละหนึ่งตอน โดยแต่ละตอนก็จะเล่าเรื่องสยองของวันฮัลโลวีนต่างๆ กันไป และผลก็ออกมาเป็นอันนี้นี่แหละ
ในคืนฮัลโลวีน ไมเคิล ไมเยอร์ส ได้กลับมาบ้านเพื่อเล่นเกมสยอง และดร.แซม ลูมิส (Donald Pleasence) จิตแพทย์ผู้รักษาเขาได้ตามมาหยุดยั้ง โดยยิงใส่เขา 6 นัด … แต่เขากลับไม่ตาย!
หลังจาก Psycho ประสบความสำเร็จและเป็นที่กล่าวขวัญเมื่อปี 1960 ก็ยังไม่มีหนังสยองเรื่องไหนออกมาเด็ดเทียบเท่าได้อีกเลย จนกระทั่งเรื่องนี้นีแหละครับ ที่นอกจากจะทำออกมาดีแล้วยังช่วยปลุกกระแสหนังสยองไล่ฆ่าให้กำเนิดแบบเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย
หลังจากทิ้งปมเรื่องน้ำพุแห่งความเยาว์วัย (The Fountain of Youth) เอาไว้ตั้งแต่ภาคก่อน มาคราวนี้ก็ได้เวลาสานต่อครับ กับการผจญภัยตอนที่ 4 ของกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ (Johnny Depp) เจ้าของลีลาอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะการเดิน พูด นั่ง วิ่ง ฟันดาบ กรี๊ด ดีกรีความเจ้าชู้ประตูดินชนิดหาตัวจับยาก และความสามารถในการหาเรื่องใส่ตัวบ่อยมากๆ
บทสรุปของไตรภาค (แต่ยังไม่ใช่ตอนสุดท้าย) ของหนังชุดโจรสลัดที่ดังที่สุดในโลกน่ะนะครับ เมื่อเหล่าโจรสลัดที่นำโดย กัปตันเฮคเตอร์ บาร์บอสซ่า (Geoffrey Rush), วิลล์ เทอร์เนอร์ (Orlando Bloom) และ อลิซาเบธ สวอนน์ (Keira Knightley) ต้องเดินทางไปยังสุดขอบโลกเพื่อช่วยกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ (Johnny Depp) กลับมาจากโลกแห่งความตาย