ยามดูหนังเรื่องนี้ผมเกิด 2 ความรู้สึกผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ยามดูหนังเรื่องนี้ผมเกิด 2 ความรู้สึกผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ภาคนี้ตอนฉายโรงได้รับคำชมจนอ่วมอรทัยไปเลยนะครับ 555 ซึ่งตอนนั้นตัวผมก็ยอมรับว่าไม่ถึงกับอยากดูมาก ไว้รอแผ่นก็ได้ ครั้นพอดูแล้วก็… ก็ขอบอกเนิ่นๆ เลยว่าที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ก็คงไม่ได้ช่วยสมานแผลให้กับหนังสักเท่าไร
หนังเจ้าของประโยค “ช้างกูอยู่ไหน” ในตำนานน่ะนะครับ ว่าด้วยขาม (จา พนม ยีรัมย์) กับการตามหาช้างพ่อลูกที่โดนพวกค้าสัตว์ข้ามชาติจับส่งไปกรุงซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย
อย่าไปใส่ใจกับชื่อไทยนะครับ พอดีช่วงนั้นกระแสหนังเรื่อง “ใหญ่ฟัดโลก” หรือ Rumble in the Bronx ของเฮียเฉินหลงแกมาแรงมากๆ ครับ ดังข้ามปีทีเดียว เลยทำให้มีการตัดสินใจใส่ชื่อ “ใหญ่ฟัดโลก 2” ให้กับหนังเรื่องนี้ไปเลย… ว่าแต่ชื่อ “วิ่งสู้ฟัด” มันไม่ได้หรือไงหว่า
ถือเป็นภาคแยกที่แตกแขนงออกมาจากชุดวิ่งสู้ฟัดนะครับ หลังจากในวิ่งสู้ฟัด 3 หนังได้แนะนำให้คนดูรู้จักกับหยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) สาวแกร่งหัวหน้าหน่วยตำรวจสากลของจีน ที่จัดว่าฟัดเก่งฟัดมันส์ไม่แพ้เฉินกูกู๋เลย
เฉินหลง กลับมาบู๊เป็นคำรบ 3 ในบทเฉินกูกู๋ ตำรวจจอมลุย โดยคราวนี้เขาได้รับมอบหมายให้ไปร่วมงานกับตำรวจหญิงจากจีนนามว่า หยางเจี้ยนหัว (มิเชลล์ โหย่ว) ภารกิจคือปลอมตัวแทรกซึมเข้าไปในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพื่อจะได้หาหลักฐานและจับหัวหน้าใหญ่ (Kenneth Tsang) ของขบวนการนี้มาลงโทษให้สาสม
ความสำเร็จถล่มทลายในภาคแรก (โกยไป 26 ล้านเหรียญฮ่องกง) ทำให้ภาค 2 ถือกำเนิดตามมาครับ โดย เฉินหลง กลับมารับบทนายตำรวจตงฉินจอมระห่ำนามว่า เฉินกูกู๋อีกครั้ง
หนังบู๊ระดับตำนานของเฉินหลงที่แม้จะเก่ากว่า 30 ปี แต่พอเอามาดูในตอนนี้ ดีกรีความมันส์ก็ไม่ลดลงเลยครับ สนุกมาก เพลินมาก ถึงเครื่องมากจริงๆ
โดยพื้นฐานแล้ว พล็อตก็คือสูตรสำเร็จว่าด้วยสาวสวยอ่อนต่อโลก อนาสตาเซีย สตีล (Dakota Johnson) มาพบเจอกับมหาเศรษฐีหนุ่มสุดหล่อ (ผู้มีปมในใจ) อย่างคริสเตียน เกรย์ (Jamie Dornan)
La belle et la bête หรือ Beauty and The Beast ฉบับล่าสุดที่กำกับโดย Christophe Gans ที่เคยทำ Silent Hill ภาคแรกออกมาอย่างน่าพอใจน่ะนะครับ