ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
ถือเป็นหนังตลกแหว๋วๆ ที่ผมชอบแบบพลิกความคาดหมายเลยครับ ตอนแรกก็นึกว่าจะฮาๆ เบาๆ ไม่มีอะไรมาก แต่ที่ไหนได้หนังมีพร้อมทั้งความฮาแบบน่ารัก และสาระดีๆ ที่ “คนมีความรัก” น่าเก็บไปไตร่ตรอง
สำหรับภาคต่อนี้เปลี่ยนเหตุมาเกิดบนเที่ยวบินครับ เป็นเหตุที่เกิดควบคู่ไปกับเหตุในภาคแรก เมื่อเชื้อร้ายได้แพร่มายังเครื่องด้วย ทำให้เครื่องบินต้องลงจอดกะทันหัน แต่กระนั้นก็สายไปแล้วครับ เพราะมีคนติดเชื้อไล่ฟัดคนเรียบร้อย ทีนี้คนที่เหลือก็เลยต้องพยายามเอาตัวรอดตามสูตรน่ะครับ
ถือเป็นการรีเมกที่ว่องไวมากครับ เพราะ REC หนังต้นฉบับจากสเปนออกฉายเมื่อปี 2007 พอมันออกมาดังก็เลยเป็นที่สนใจครับ แล้วไหนจะได้กระแสหนังแฮนด์เฮลด์แบบ Cloverfield มาช่วยกระพืออีก เลยมีเสือปืนไวไปซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นเวอร์ชั่นมะกันทันที… สมัยนี้ใครดีใครได้จริงๆ แฮะ
เนื่องจากภาค 4 จะมา เลยเอาภาค 3 ที่ดองไว้มาดูน่ะครับ 5555
[Rec] 2 สานต่อเรื่องราวจากภาคแรกซึ่งเกิดเหตุสยองในตึกแห่งหนึ่งจนทางการต้องมาปิดตายครับ ทีนี้เรื่องก็เล่าต่อมาว่ามีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนึกสนุกเข้าไปลองของในนั้น (เฮ่อ สงสารแทนเลยน้องเอ๋ย หาเรื่องตายแต๊ๆ) แล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปแจมความสยองในตึกนั้นด้วย แต่จะเป็นใครบ้างลองติดตามในหนังนะครับ
เฮ่อ เป็นหนังที่ดูจบแล้วมีความสุ๊ขขขข มีความสุข … รู้ใช่ไหมครับว่าผมกำลังประชดอยู่
ผมล่ะอยากรู้เป็นหนักหนาว่าทำไมหนังเรื่องนี้ปีนกระได Box Office ฮ่องกงแล้วทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งประจำปีที่ออกฉายได้ ทั้งๆ ที่ดาราหน้าก็ไม่คุ้น (ในขณะนั้น) แต่พอดูแล้วบางอ้อก็มาจ่อตรงหน้าพอดี
ย้อนมาพูดถึงภาคแรกหน่อยดีกว่า เคยพูดถึงภาคสองไว้แล้ว และก็ไม่ค่อยประทับใจนัก แต่ผมชอบภาคแรกนะครับ เลยขอยกมาพูดถึงหน่อยแล้วกัน
Sandra Brown ถือเป็นเจ้าแม่นิยายแนว Romantic suspense คนหนึ่งของวงการครับ ซึ่งผลงานของเธอก็มีมาให้นักอ่านบ้านเราอ่านอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 เล่มทีเดียว