แอนดี้ (Adam Devine) อดีตนักมายากลดาวรุ่งที่ชีวิตพลิกผันมาเป็นคนขับแท็กซี่ แต่แล้ววันหนึ่งรอย เพรสตัน (Jeffrey Tambor) อาจารย์ของเขาก็โผล่มาชวนแอนดี้ไปเป็นพี่เลี้ยงให้เหล่าเด็กๆ ที่แคมป์มายากล ที่ซึ่งชีวิตเขาจะได้พลิกผันอีกครั้ง
แอนดี้ (Adam Devine) อดีตนักมายากลดาวรุ่งที่ชีวิตพลิกผันมาเป็นคนขับแท็กซี่ แต่แล้ววันหนึ่งรอย เพรสตัน (Jeffrey Tambor) อาจารย์ของเขาก็โผล่มาชวนแอนดี้ไปเป็นพี่เลี้ยงให้เหล่าเด็กๆ ที่แคมป์มายากล ที่ซึ่งชีวิตเขาจะได้พลิกผันอีกครั้ง
อีกหนึ่งหนังที่ดูแล้วชอบแบบไม่ทันตั้งตัว และใช่ครับ มันคือหนังแนว “ว่าด้วยช่วงหนึ่งของชีวิตคน” นั่นเอง
อีกหนึ่งหนังแนวสร้างพลังใจครับ ด้วยการเอาชีวิตของนักมวยนักเทศน์ จอร์จ โฟร์แมน มาบอกเล่า
เรื่องนี้ถือว่าผสมๆ กันระหว่างหนังวันคริสต์มาส บวกหนังย้อนยุค แล้วก็ยังเป็นหนังชีวประวัติอีกด้วย และผลลัพธ์ที่ได้นี่ต้องนับว่าน่าพอใจทีเดียว
ถ้าท่านชอบหนังกีฬา ชอบหนังที่สร้างจากเรื่องจริง ชอบหนังที่สร้างแรงบันดาลใจ ชอบหนังที่เหมือนจุดไฟในตัวให้ฮึกเหิม ผมก็ขอบอกว่า “จัดเรื่องนี้สิครับ จะรออะไร”
ภาคนี้ผมว่าได้เลยครับ แม้มันอาจจะดูสั้นหรือห้วนไปบ้างในบางวาระ แต่รวมๆ ผมชอบครับ
ผมว่าแรกเริ่มเดิมที หนังเรื่องนี้มันคือรีเมคของฉบับปี 1984 นั่นแหละครับ แต่ทีนี้พอ Cobra Kai ดัง พอจักรวาลต้นฉบับได้รับการสานต่อ สตูดิโอเลยจัดการรวมจักรวาลเข้าด้วยกันไปเลย ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ เพราะหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าดูสนุกใช้ได้อยู่
หนังสร้างจากเรื่องจริงของ นิโคลัส วินตัน นายหน้าค้าหุ้นจากลอนดอน ผู้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยพาเด็กๆ ออกจากกรุงปรากมาสู่อังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังปะทุ โดยเขาสามารถช่วยเด็กๆ ออกมาได้ถึง 669 คน
สก็อต วอสส์ (Kevin James) ครูสอนชีววิทยาที่หมดไฟและใช้ชีวิตไปวันๆ แต่แล้วทุกสิ่งก็มีอันเปลี่ยนไปเมื่อเขาทราบว่าโรงเรียนกำลังถูกตัดงบและเพื่อนร่วมงานของเขาอย่างมาร์ตี้ (Henry Winkler) กำลังจะตกงาน แล้วไหนจะโครงการดนตรีของนักเรียนกำลังจะถูกยุบอีก เขาเลยเอ่ยปากต่อหน้าที่ประชุมว่าจะหาเงินมาช่วยโรงเรียนให้ได้ และวิธีหาเงินของเขาก็คือการไปลงสนามนักสู้ใต้ดิน แล้วความสนุกก็เริ่มต้นตรงนั้นล่ะครับ
สิ่งแรกที่ผมต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบคือ รีวิวชิ้นนี้ปราศจากความเป็นกลางนะครับ ขอเขียนแบบเป็นตัวเองล้วนๆ ตามสไตล์เลยแล้วกัน