Holidate อาจไม่ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสโดยตรงครับ เพราะเรื่องราวในหนังไม่ได้มีแค่ตอนวันคริสต์มาส แต่มีครบทุกเทศกาลวันหยุดเลย
Holidate อาจไม่ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสโดยตรงครับ เพราะเรื่องราวในหนังไม่ได้มีแค่ตอนวันคริสต์มาส แต่มีครบทุกเทศกาลวันหยุดเลย
The Holiday Calendar ว่าด้วยช่างภาพสาวแอ็บบี้ ซัตตัน (Kat Graham) ที่ได้รับปฏิทินโบราณจากคุณปู่ (Ron Cephas Jones) แล้วไปๆ มาๆ ปฏิทินที่ว่านี่ก็ดูเหมือนจะทำนายอนาคตให้กับเธอได้ และไม่แน่ครับมันอาจจะพาเธอไปพบกับความรักที่เธอเฝ้ารอ
ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
ผมเล็งจะดูเรื่องนี้มาหลายที และหมายมั่นว่าจะดูในตอนเช้าด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหนังมันต้อง Feel Good และให้พลังกับเราได้แน่ๆ ครั้นพอดูจบผมก็เดินไปที่กระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองหนึ่งที พลางบอกกับตัวเองว่า “ขอบคุณที่เลือกเปิดเรื่องนี้” ^_^
ผมดู 80 for Brady ตอนเช้าวันจันทร์ระหว่างออกกำลังกายครับ และถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆ เพราะหนังมีความเป็น Feel Good ให้แรงบันดาลใจ ส่งให้ผมได้รับพลังบวกในวันแรกของสัปดาห์แบบเต็มๆ เลยครับ
ถ้าคุณเป็นคอการ์ตูนญี่ปุ่นแนวอบอุ่น+กินบรรยากาศ, เป็นสาวก Makoto Shinkai หรือเป็นคนรัก Ghibli ล่ะก็ เรื่องนี้สามารถตรงดิ่งไปดูได้เลยครับ ไม่ต้องรออ่านสิ่งที่ผมจะเขียนด้านล่างนี่แล้ว 😊
การ์ตูนชุดของสนูปี้และชาร์ลี บราวน์ นั้นถือเป็นการ์ตูนประเภท Feel Good ที่อมตะมากๆ เรื่องหนึ่งครับ
นอกจากการไม่คาดหวังก่อนดูหนังสักเรื่องแล้ว การตั้งท่ารับว่าหนังจะมาแบบไหนก็มีส่วนช่วยให้เราโอเคกับหนังได้ในระดับหนึ่งครับ
ผมเคยดู Book Club แล้วรอบนึงครับ ซึ่งผมชอบนะ คืออาจจะไม่ได้ถึงกับชอบมากๆ แต่หนังมันกำลังดีน่ะครับ เนื้อเรื่องอาจจะดูเบาๆ ไม่หนักมาก แต่ในแง่การแสดงแล้วถือว่ายอดเยี่ยมเพราะ 4 ดารานำนี่ล้วนเป็นระดับลายคราม แต่ละคนนี่ถ้าไม่ได้ออสการ์อย่างน้อยก็ต้องได้เข้าชิง เล่นเรื่องไหนลื่นไหลเรื่องนั้นอยู่แล้ว ไว้ใจได้เสมอ
ผมเว้นช่วงในการดูหนังรักโรแมนติกไปนานพอดูครับ เหมือนถึงจุดอิ่มตัวในช่วงหนึ่งเลยมีการพัก แล้วก็ปล่อยให้หนังรักหลายเรื่องผ่านตาไป กะไว้ว่าถ้าเกิดอารมณ์อยากดูเมื่อไรแล้ว ก็ค่อยคว้ามาดู และ Love Is in the Air ถือเป็นเรื่องแรกครับ ผลก็คือดูแล้วแฮ้ปปี้ใช้ได้เลยทีเดียว