ภาคแรกสนุก ภาค 2 สนุกขึ้น ส่วนภาคนี้ถือว่าสนุกในระดับหว่างกลางระหว่างภาคแรกกับภาค 2 ครับ… ว่าง่ายๆ ก็คือสนุกอีกนั่นแหละครับ 555
ภาคแรกสนุก ภาค 2 สนุกขึ้น ส่วนภาคนี้ถือว่าสนุกในระดับหว่างกลางระหว่างภาคแรกกับภาค 2 ครับ… ว่าง่ายๆ ก็คือสนุกอีกนั่นแหละครับ 555
ภาคแรกถือว่าสนุกฮาในระดับหนึ่งครับ ซึ่งผมคาดไม่ถึงเลยว่าภาค 2 มันจะสนุกแบบได้ใจได้โล่ห์มากขนาดนี้!
ถ้าใครสนใจดูหนังฮาๆ สนุกๆ แบบดูได้ทั้งครอบครัวโดยไม่ลามกและไม่เลอะเทอะล่ะก็ ขอแนะนำหนังชุดนี้เลยครับ Diary of a Wimpy Kid ทำออกมา 3 ภาค สนุกดูเพลินทุกภาค
มาแล้วนะครับสำหรับการผจญภัยตอนที่ 6 ของพ่อมดน้อยที่โตเป็นหนุ่มเรียบร้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์… เฮ่อ อีกสองภาคก็จบแล้วสินะ เวลาผ่านไปเร็วใช้ได้เหมือนกันนะครับเนี่ย
แล้วนาร์เนียก็มาถึงภาค 3 แล้วนะครับ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าภาค 4 จะมีหรือไม่ เพราะรายได้และคำวิจารณ์ภาคนี้หมิ่นเหม่เหลือเกินครับ โอกาส 50/50 แต่ก็อยากให้มีออกมาอีกนั่นแหละครับ ไหนๆ ทำออกมาตั้ง 3 ตอนแล้วนี่หน่า
ผมไม่แน่ใจนะครับว่า The Chronicles of Narnia จะทำออกมาได้ครบเจ็ดเล่มตามหนังสือหรือไม่ เพราะเนื้อหามันก็จะค่อยๆ มีความหนักขึ้นตามลำดับ ยิ่งภาคสุดท้ายนี่คนทำต้องใช้กำลังภายในเยอะทีเดียว ที่จะสร้างมันออกมาให้กลมกล่อม เต็มอิ่มทางความรู้สึกและสรุปเรื่องราวอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ มาว่ากันถึงปัจจุบันดีกว่า เพราะบัดนี้ตำนานแห่งนาร์เนียได้เข้าล่วงเข้าสู่บทที่สองแล้ว
ผมเพิ่งมานึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เขียนถึง Narnia ภาคแรกเลยนี่หน่า แต่ดูภาคสองแล้วนะครับ ก็สนุกดีไว้จะมาเล่าตามระเบียบ ตอนนี้ขอย้อนไปที่ภาคแรกหน่อย จะได้ครบๆ
หนังรักวัยรุ่นยุค 80 ที่หลายคนน่าจะจำได้นะครับ ว่าด้วยความรักอันร้อนแรงของ เดวิด แอ็กเซลร็อด (Martin Hewitt) และ เจด บัทเธอร์ฟิลด์ (Brooke Shields) ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและความทุกข์ตรม ซึ่งอุปสรรคที่ว่านี่ก็มักจะเกิดเพราะการกระทำของพ่อพระเอกเราเป็นส่วนใหญ่นั่นล่ะครับ
การดูหนังเรื่องนี้ทำให้คิดถึง Bill Paxton ขึ้นมาครับ เพราะนี่คือหนึ่งในผลงานการแสดงเรื่องท้ายๆ ที่เขาฝากไว้ก่อนจากไป ก็ใจหายเหมือนกันครับที่เราจะไม่ได้ดูผลงานการแสดงเรื่องใหม่ๆ ของเขาอีก
ออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับว่าอันนี้ไม่เขียนยาว ว่ากันเนื้อๆ เลยดีกว่า กับหนังแนวชีวิตผสมตลกนิดๆ กับเรื่องราวการตามล่าหาความฝันของสาวน้อยที่อยากเป็นนักร้อง