ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
Call Me Claus เรื่องนี้ Whoopi Goldberg นำแสดงและอำนวยการสร้างเองครับ และจริงๆ พล็อตก็น่าสนใจนะ เพียงแต่ตัวหนังยังออกมาไม่อร่อยเท่าไร
นอกจากการไม่คาดหวังก่อนดูหนังสักเรื่องแล้ว การตั้งท่ารับว่าหนังจะมาแบบไหนก็มีส่วนช่วยให้เราโอเคกับหนังได้ในระดับหนึ่งครับ
รู้ไหมครับว่าตอนที่ Disney Plus มาลุยตลาดสตรีมในบ้านเราน่ะ ผมแอบคาดหวังไว้ 2 อย่างใหญ่ๆ อย่างแรกคือเริ่มมีความหวังตอนเห็นทางค่ายเริ่มผลิตหนังแนวครอบครัวแบบที่ห่างหายไปนาน ก็แอบหวังว่าจะมีคอนเทนต์แนวนี้มาเรื่อยๆ โดยเฉพาะหนังคริสต์มาสน่ะนะครับ – แต่มาถึงตอนนี้ก็คงต้องปรับความคาดหวังไป เพราะดูจากความถี่และปริมาณแล้ว คอนเทนต์แนวที่ว่าก็ดูไม่ค่อยจะมีมาสักเท่าไร
กิจวัตรยามเช้าในช่วงหลายวันมานี้ของผม หลังจากส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว ก็จะมาเปิดดูหนัง Feel Good หรือไม่ก็หนังคริสต์มาสดูครับ ยอมรับเลยว่าดูแล้วมันสุขใจ และพลอยทำให้ช่วงเวลาที่เหลือของวันมันเต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ แม้จะมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามาบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเรารับมือกับมันได้ด้วยใจที่เบิกบาน
ขอเกริ่นก่อนสำหรับท่านที่ไม่เคยดูหนังชุดนี้นะครับ ว่านี่ถือเป็นตอนที่ 4 ของหนังชุด Time for Me to Come Home for Christmas ที่สร้างโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Time for Me to Come Home ของ Blake Shelton และจากหนังสือชื่อเดียวกับเพลงที่เขียนโดย Dorothy Shackleford (ซึ่งก็คือแม่ของ Blake Shelton) และ Travis Thrasher
แล้วเราก็มาถึงตอนที่ 3 ของหนังชุด Time for Me to Come Home for Christmas ครับ ซึ่งสองภาคแรกนั้นผมยังรู้สึกเรื่อยๆ ยังไม่ถึงกับชอบอะไรมาก แต่มาภาคนี้นี่ต้องขอยกนิ้วให้เลยครับ เพราะทำออกมาได้กลมกล่อมกำลังดี และน่าติดตามอีกด้วย – แต่ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าหนังแต่ละตอนนั้นมีตัวละครหลักเป็นคนละชุดกัน แต่อยู่ในจักรวาลเดียวกันครับ และมีสิ่งที่เชื่อมหนังทุกตอนเข้าด้วยกันก็คือเพลง Time for Me to Come Home ของ Blake Shelton นั่นเอง
เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นตอนต่อของ Time for Me to Come Home for Christmas ครับ แม้ตัวละครจะเป็นคนละชุดกัน แต่ก็เป็นหนังที่สร้างโดย Blake Shelton และ Dorothy Shackleford (แม่ของ Blake) และประเด็นในหนังก็ถือว่ามาทางเดียวกันด้วย
ฮีธ ซอว์เยอร์ (Josh Henderson) นักร้องเพลงคันทรี่ชื่อดังกับคาร่า (Megan Park) คือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่พวกเขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือหาทางกลับบ้านให้ทันในวัคริสต์มาสครับ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายเท่าไรเพราะจะไปไหนที่นั่งก็เต็มเป็นส่วนใหญ่ แล้วพายุหิมะยังถล่มจนก่อปัญหาในการเดินทางอีก พวกเขาเลยต้องต่อรถและหาทางล่องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงบ้าน
สำหรับผมแล้ว An Unexpected Christmas นี่มัน Unexpected สมชื่อครับ คือดูแบบไม่คาดหวังอะไรเลย แต่กลายเป็นว่าผมชอบแฮะ เป็นหนังรักเบาสมองวันคริสต์มาสที่ทำออกมาได้เข้าท่าเรื่องหนึ่งเลยล่ะ