ภาคแยกของ Ip Man นะครับ โดยจับเอาตัวละคร จงเทียนฉี (จางจิ้น) จากภาค 3 มาขยายเรื่องราว
ภาคแยกของ Ip Man นะครับ โดยจับเอาตัวละคร จงเทียนฉี (จางจิ้น) จากภาค 3 มาขยายเรื่องราว
นี่คือยิปมันภาคเดอะ บีกินนิ่งครับ อำนวยการสร้างโดย Kwok Lam Sin หนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง Ip Man ภาคแรก (ฉบับ Donnie Yen) แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภาคแยกอย่างเป็นทางการ เพราะทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำเรื่องนี้เป็นคนละชุดกับฉบับ Donnie Yen ครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง รวมถึงสไตล์บางอย่างจะแตกต่างออกไป
ชื่อไทยของหนังเรื่องนี้ติดหูผมมานานครับ ฟังทีแรกก็สะดุดหูเลย แต่เพิ่งมามีโอกาสได้ดูก็หลังจากดู Ip Man ไปหลายภาคแล้ว ซึ่งผมก็มารู้ตอนดูนี่แหละว่า Wilson Yip แห่ง Ip Man เป็๋นคนกำกับ และพี่ Donnie Yen นอกจากเล่นนำแล้ว ยังเป็นคนกำกับคิวบู๊ด้วย
เรื่องนี้อาจถือได้ว่าเป็นภาคต่อของ ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น (Fist of Fury) ที่ Bruce Lee แสดงนำเอาไว้ครับ โดยเรื่องนี้ได้ เหมียวเข่อซิ่ว (Nora Miao) กลับมารับบทนำ เนื้อเรื่องก็เล่าถึงแผ่นดินจีนในยุคที่โดนญี่ปุ่นรุกราน นางเอกของเราต้องหนีจากแผ่นดินจีนมาเพราะโดนพวกญี่ปุ่นตามล่า
Once Upon a Time in Shanghai เป็นงานรีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกเรื่อง นักชกจากชานตุง โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้มือเปล่าที่สมจริง แล้วก็นำเสนอด้วยภาพสไตล์หนังเก่าขาวดำครับ
หนังบู๊ผจญภัยดูเอาเพลินของเฮียเฉินหลงครับ ก็ถ้าให้ว่าแบบอ้อมค้อมเลยก็คือหนังดูได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องคาดหวังอะไร เหมาะกับใครก็ตามที่อยากเพลินกับมุกฮาๆ กับลีลาบู๊แบบเฮียเฉินน่ะครับ
สำหรับผมแล้ว จุดเด่นของหนังชุด Kung Fu Panda คือภาพสวยๆ ของธรรมชาติแบบย้อนยุคแล้วก็เจือกลิ่นอายลายเส้นอันเปี่ยมเสน่ห์ของจีนน่ะครับ
ถ้าว่ากันในฐานะหนังภาคต่อแล้ว Ip Man 3 ถือว่าดูได้เรื่อยๆ สนุกไม่เลว แม้จะไม่กลมกล่อมเท่าภาคแรก แต่ก็ถือว่าดูสนุกพอใช้
จัดเป็นหนังที่ว่าด้วยโรบินฮู้ดสไตล์จีนครับ ตัวเอกคือวานรเหล็ก ยอดยุทธปราบคนพาล ปล้นคนรวยช่วยคนจน ทำให้ขุนนางโฉดพากันกลัวหัวหด ตามด้วยการใช้อำนาจที่มีไล่จับทุกคนที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นวานรเหล็ก โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้ว ท่านหมอหยาง (อู๋หยงกวง) หมอใจดีประจำเมืองนั่นเองคือวานรเหล็กที่ใครๆ ก็กล่าวขวัญถึง
Ip Man 2 เป็นภาคต่อที่ดูสนุก ไม่เสียชื่อภาคแรกครับ