หนังไดโนเสาร์รุ่นเก่าอีกหนึ่งเรื่องครับ ที่ได้รับความนิยมไม่ใช่น้อยเมื่อตอนออกฉาย แต่หากเอามาดูสมัยนี้ เราๆ ท่านๆ ก็อาจจะไม่ได้ตื่นตาหวือหวาอะไรมากครับ เพราะเทคนิค CG ยังไม่มี มีแต่การใช้วิธีสต็อปโมชั่นเท่านั้น
หนังไดโนเสาร์รุ่นเก่าอีกหนึ่งเรื่องครับ ที่ได้รับความนิยมไม่ใช่น้อยเมื่อตอนออกฉาย แต่หากเอามาดูสมัยนี้ เราๆ ท่านๆ ก็อาจจะไม่ได้ตื่นตาหวือหวาอะไรมากครับ เพราะเทคนิค CG ยังไม่มี มีแต่การใช้วิธีสต็อปโมชั่นเท่านั้น
เอาล่ะ ผมจะเริ่มรีวิวหนังไดโนเสาร์ตามคำขอล่ะนะครับ ขอเริ่มด้วยเรื่องนี้แล้วกัน แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าไดโนแน่นอน
ถ้าจะไว้อาลัย Patrick Swayze โดยไม่พูดถึงหนังเรื่องนี้ เห็นทีจะไม่ครบองค์ประชุมล่ะนะครับ
ขอลัดคิวรีวิวหน่อยนะครับผม ก่อนจะไประดมรีวิวหนังไดโนเสาร์ก็ขอแวะมาไว้อาลัยเขาผู้นี้ครับ Patrick Swayze ที่ได้อำลาจากโลกนี้ไปแล้วด้วยวัย 57 ปี หลังจากพยายามต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายอยู่นานทีเดียว
จริงๆ ทาง Full Moon Entertainment ภายใต้การนำของ Charles Band เขาคิดๆ กันมานานแล้วนะครับว่าจะจับเอาเจ้าตุ๊กตาผี 2 เผ่าพันธุ์มาเจอกัน ตั้งแต่สมัยทำ Puppet Master 4 แต่พอดีได้พล็อตที่เข้าท่ากว่าก็เลยทำให้ PM 4 ยังไม่ใช่สังเวียนการปะทะกันระหว่างเจ้าตุ๊กตาผี 2 พวก
คราวก่อนผมได้แนะนำเจ้าพวกตุ๊กตาผีปีศาจสิงใน Demonic Toys ไปแล้วนะครับ ซึ่งก็น่าจะเดากันได้ว่าเจ้าพวกนี้มันไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ต้องมีตอนต่อออกมาแน่ๆ แล้วนี่แหละครับ เรื่องราวต่อมา
อีกหนึ่งผลงานจากค่าย Full Moon Entertainment ของ Charles Band นักสร้างหนังทุนต่ำที่ขยันทำหนังสไตล์เทคนิคสต็อปโมชั่นออกมาป้อนตลาด ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ยังทำอยู่ครับ ทั้งหนังใหม่ๆ แล้วก็สารพัดหนังภาคต่อจากผลงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีชื่อพอสมควรตอนออกวีดีโอสมัยก่อน
ครับ การอัพนอกสถานที่ยังดำเนินต่อไป ช่วงนี้ต้องเดินทางไปทำโน่นทำนี่บ่อยๆ ครับ ทำงานแล้วก็แวะมาอัพอะไรบ้างเพื่อคลายอารมณ์
ลีฮุนมิน (Shin Hyun-jun) ทำงานให้ตำรวจนะครับ คอยประกอบหน้าคนจากซากกะโหลกที่ได้มา เพื่อจะได้ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร แล้วก็มีวายร้ายโรคจิตฆ่าคนต่อเนื่อง แม้ฮุนมินจะอยากเลิกทำคดีต่างๆ เต็มแก่เพราะอยากเอาเวลาหาดูแลลูกสาวของตน แต่ก็มีสาวน้อยนามว่าซุนยัง (Song Yoon-ah) เดินทางมาขอให้ฮุนมินทำคดีถึงบ้าน โดยการนำกะโหลกมาขอให้เขาทำการระบุผู้ตาย เพื่อสืบหาความจริง ฮุนมินจึงยินยอมทำครับ ส่วนเรื่องราวจะไปทางไหนก็มีคำตอบในหนังอยู่แล้วนะครับ
เป็นการโคจรมาเจอกันอีกครั้งของ Paul Newman และผู้กำกับ George Roy Hill หลังจากร่วมงานกันจนดังระดับร้อยล้านมาแล้วใน Butch Cassidy and the Sundance Kid และ The Sting พวกเขาก็หันมาทำหนังตลกแนวจิกกัดวงการกีฬาฮ็อคกี้ครับ