มุมมองของผมต่อการไปเที่ยวป่าอย่างแอฟริกานั้นง่ายมากครับ คือแถบนั้นเป็นถิ่นของพี่สิงโตและนักล่าอีกหลายสายพันธุ์ใช่ไหมครับ งั้นผมจะไม่ยุ่งครับ พี่อยู่ของพี่ ผมอยู่ของผม ง่ายๆ แบบนี้แล้วกัน สบายใจดี 555
มุมมองของผมต่อการไปเที่ยวป่าอย่างแอฟริกานั้นง่ายมากครับ คือแถบนั้นเป็นถิ่นของพี่สิงโตและนักล่าอีกหลายสายพันธุ์ใช่ไหมครับ งั้นผมจะไม่ยุ่งครับ พี่อยู่ของพี่ ผมอยู่ของผม ง่ายๆ แบบนี้แล้วกัน สบายใจดี 555
นี่ผมจรดนิ้วเขียนหลังจากเพิ่งดูตอนสุดท้ายของซีซั่น 6 จบหมาดๆ เลยครับ เรียกว่าอารมณ์กำลังอินทีเดียว ยอมรับเลยครับว่าดูจบแล้วยัง Move On ไม่ได้ ในหัวยังคงคิดถึงซีรี่ส์นี้อยู่ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตลอด 6 ซีซั่นผลัดกันครอบครองพื้นที่ในสมองท่ามกลางความรู้สึกดีๆ เหมือนถูกโอบกอดด้วยเรื่องราวสนุกๆ ที่ผสมกันอย่างพอเหมาะระหว่างความฮาแบบแสบๆ และความอบอุ่นกินใจ ซึ่งก็แน่นอนล่ะครับว่าลองพูดขนาดนี้แล้ว ย่อมบ่งบอกว่าผมตกหลุมรักซีรี่ส์นี้อย่างแน่นอน
ณ โมเมนต์ที่ผมกำลังเขียนถึง Meg 2: The Trench อยู่นี้ หนังโกยเงินทั่วโลกไปเฉียด $400 ล้านแล้วครับ (จากทุนสร้างประมาณ $130 ล้าน) แม้จะไม่มากเท่าที่ภาคแรกทำไว้ ($529 ล้าน) แต่ก็ต้องถือว่าหนังทำเงินในระดับน่าพอใจล่ะครับ กลายเป็นว่าหนังโกยไปมากกว่า The Flash ซะอีก
ดิ๊ค (Joe Balogh) ไปเที่ยวบราซิลในช่วงวันหยุดพร้อมกับน้องสาวที่ชื่อเจสสิก้า (Sonia Curtis) และเควิน (Keith Van Hoven) แฟนหนุ่มของเธอ แต่ทีนี้ดิ๊คเกิดสนใจในเรื่องวูดูมนต์ดำครับ แล้วเขาก็ได้ลงมือปลุกผีทาสขึ้นมาอาละวาด งานนี้ความสยองเลยบังเกิด
Wake of Death หนังบู๊ของพี่ Jean-Claude Van Damme ที่ว่าจะดูๆ มาหลายที จนตอนนี้สบโอกาสก็เลยจัดตามหน้าที่ครับ – อันนี้โดยส่วนตัวถือว่าเป็นหน้าที่ของผมในการไล่ล่าตามดูหนังของดาราแอ็คชั่นยุค 90 ให้ครบๆ ครับ 555
เคยดู Cold Pursuit รอบหนึ่งแล้วไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่นี่เอามาดูอีกสักรอบเผื่อจะรู้สึกดีขึ้นครับ เพราะระยะหลังนี่หนังของป๋า Liam Neeson ดูสนุกน้อยลงเรื่อยๆ
บอกแบบไม่อ้อมค้อม ตอนจบของ No One Will Save You นี่มันโดนเส้นผมซะจริงๆ ทำเอาผมรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้ไปเลย
Spy Kids: Armageddon ถือว่าไม่เลวครับ มีจุดที่เข้าท่าและยังโอได้อีกผสมๆ กันไป ถ้าให้เรียงตามความชอบแล้ว ภาคนี้ยังสู้ 2 ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ถือว่าน้องๆ ภาค 3 และเข้าท่ากว่าภาค 4 ครับ
เคยดู Spy Kids 4: All the Time in the World รอบนึงครับ เท่าที่จำได้คือไม่ได้ประทับใจอะไรนัก รู้สึกได้ว่าดีกรีความสนุกสู้ 3 ภาคแรกไม่ได้ และว่าตามจริงคือออกจะลืมๆ รายละเอียดไปแล้วด้วย แต่ล่าสุดก็เอามาย้อนดูอีกรอบเพื่อต้อนรับภาคใหม่ และกลายเป็นว่าผมโอเคกับหนังมากขึ้นครับ ส่วนหนึ่งก็น่าจะเพราะหัวมันจัดการปรับความคาดหวังให้พอดีกับหนังที่ดูแบบอัตโนมัติน่ะครับ – ประมาณว่ารู้ว่าจะดูอะไร ใจมันก็เลยปรับตามในระดับหนึ่ง
The Protege เป็นหนังแอ็คชั่นทริลเลอร์ว่าด้วยโลกของนักฆ่าที่น่าสนใจพอตัวในครึ่งแรกครับ ก่อนที่อะไรๆ จะดูธรรมดาขึ้นตามลำดับในครึ่งหลัง