Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

หลอนสุดหลอน (1982) Hex after Hex

โจวหม่าซู่ (โหลเมิ่ง, Lo Meng) สตันต์แมนคนยากที่ต้องเจองานหนักอยู่ร่ำไป ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งก็มีชายชราชื่อหลิวซัน (หยางฉีอิง, Yang Chih Ching) โผล่มาพร้อมเสนอให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของเขาที่ตายไปแล้วนามว่าหลิงอาชุ่ย แล้วหม่าซู่ก็จะได้ทรัพย์สินเป็นการตอบแทน แต่เนื่องจากเขากลัวผีก็เลยไม่ตกลง

แต่อาชุ่ยรู้สึกชอบหม่าซู่ขึ้นมาจริงๆ เลยสิงร่างสาวห้องข้างๆ ที่ชื่อหยางซู่เอ๋อ โผล่มาแนะนำตัวกับหม่าซู่พร้อมบอกให้เขาเรียกเธอว่าหงป๊อกป๊อก (หลิวหลันฉี, Liu Lan Hsi) แล้วพวกเขาก็อยู่กินกันครับ แต่ทีนี้เมื่อจอห์นนี่ เถียน (หลิวตัน, Lau Dan) นายทุนจอมวายร้ายโผล่มาสร้างความปั่นป่วน หม่าซู่และป๊อกป๊อกเลยพยายามหาทางจัดการคนไม่ดีคนนี้

จริงๆ พล็อตตั้งต้นมาทางเดียวกับ Hex vs. Witchcraft เลยครับ แต่เนื้อในมันมีความแตกต่าง อย่างแรกเลยคือผมสนุกกับภาคนี้นะ ซึ่งส่วนสำคัญเลยก็เพราะคาแรคเตอร์ของหม่าซู่ตัวเอกของเรื่องที่จัดว่าคนละเรื่องกับอาไคในภาคก่อน (ที่เอาแต่บ้าพนันและไม่เป็นโล้เป็นพาย) ซึ่งหม่าซู่นี่ออกแนวคนดีสายกะล่อนครับ คือก็ไม่ได้ซื่อใสอะไร แต่ก็ไม่เอาเปรียบใคร ซ้ำยังเป็นคนเอาการเอางาน ช่วยคนเดือดร้อน เห็นใจคนอื่น เห็นคนทำผิดก็พร้อมชน ผมเลยค่อนข้างจูนติดกับหม่าซู่มากกว่า

แล้วยังบวกด้วยความน่ารักของหลิวหลันฉี ที่น่ารักมากมายครับ ถือเป็นนางเอกที่ดูน่ารักน่าทะนุถนอมไม่น้อย ส่วนดาราเจ้าอื่นๆ ก็ถือว่าทำหน้าที่กันได้ดี ไมว่าจะหลัวเฮ่าไค (Law Ho Kai) ในบทคุณหวัง แฟนของหยางซูเอ๋อ, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นลุงหวัง หนึ่งในพนักงานของบริษัทที่โดนเอาเปรียบ, เฉินลี่ผิ่น (Chan Lap Ban) เป็นแม่เฒ่าหมอดู, หานกั๋วไฉ (Hon Kwok Choi) เป็นอาจารย์หลิวเจียหลิน (ที่ไม่ใช่หลิวเจียเหลียง 5555) ส่วนคนกำกับก็ยังคงเป็นกุ้ยจื้อหง (Kuei Chih Hung) เหมือนเคย

แน่นอนว่าหนังเน้นขำครับ เน้นฮาเข้าว่า ซึ่งผมว่าก็ฮาได้เรื่อยๆ นะ แล้วมิหนำซ้ำยังมีการล้อ Star Wars อีกด้วย (โยดาก็มา ดาร์ธเวเดอร์ก็มี) และสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือภาคก่อนหน้านี้หนังดูจะเน้นผู้หญิงโป๊เปลือย แต่มาภาคนี้กลายเป็นมาเน้นผู้ชายโชว์ก้นแทนครับ ตอนแรกนึกถึงแป๊บๆ แต่พอดูจนจบนี่ผมว่าหนังตั้งใจเน้นจุดนี้เป็นล่ำเป็นสันเลยนะนั่น

โดยรวมถือว่าสนุกครับ ใครชอบหนังฮ่องกงสายฮาที่ผสมเรื่องผีลงไปด้วยก็น่าจะโอเคกับหนังอยู่ ส่วนผมก็อย่างที่บอกครับว่าถูกเส้นกับภาคนี้มากกว่าภาค 2 หลายอย่างมันพอดีพอเหมาะ และที่สำคัญคือตัวเอกสมเป็นตัวเอก มีความน่าเอาใจช่วยมากกว่า ส่วนเรื่องราวก็มีทั้งช่วงที่น่าติดตาม และช่วงที่ออกมาเรื่อยๆ รวมๆ หนังเลยยังไม่ถึงกับดีอะไรมากมาย แต่ก็ตอบโจทย์บันเทิงได้ไม่เลว

สองดาวหน่อยๆ ครับ

(6/10)