Action

M3GAN 2.0 (2025) เมแกน 2.0

เมื่อมีหุ่นยนต์เอไอตนใหม่ (Ivanna Sakhno) หลุดจากความควบคุมของทางการและฆ่าคนไปเพียบ เมแกนจึงกลับมาอีกครั้งเพื่อสู้กับหุ่นตัวนี้โดยเฉพาะ

ว่ากันจริงๆ หนังภาคนี้ถือว่าล่มครับ จากเงินลงทุนราว $25 ล้าน แต่ได้คืนมาเพียง $39 ล้านจากทั่วโลก คนละเรื่องกับภาคแรกที่โกยไปถึง $180 ล้าน ซึ่งเหตุผลหลักๆ เลยน่าจะเพราะภาคนี้ทำการเข้าโค้งแบบหักศอก คือเปลี่ยนแนวหนังจากเดิมที่เป็นแนวสยองตลกร้าย กลายเป็นหนังแอ็คชั่นไซไฟหุ่นสู้หุ่นที่มีกลิ่นอายความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ไปแทน ด้วยเหตุนี้แฟนๆ จากภาคแรกจำนวนมากเลยพากันไม่โอเคกับภาคนี้ ซึ่งผมว่ามันก็เข้าใจได้น่ะครับ

แต่ผมดันอยู่ในกลุ่มสนุกกับหนังแฮะ

ผมชอบครับ คือชอบเลย มันสนุกดี มีอะไรฮาๆ แทรกลงมาเรื่อยๆ รวมถึงฉากต่อสู้ที่บู๊กันมันส์ซัดกันนัว พล็อตเรื่องก็มีการหักเลี้ยวไปมา หักมุมนิดหน่อย ก็พอทำให้หนังมันมีอะไรให้ติดตามไปได้จนจบ คือถ้ามองจากแนวทางที่หนังเป็นแล้ว ผมว่าหนังทำได้สนุก ตอบโจทย์บันเทิงได้เวิร์คอยู่

ก็ต้องบอกก่อนว่าผมนั้นชอบภาคแรกครับ มันสนุกสยองและแฝงประเด็นเกี่ยวกับเอไอได้ดี และคาแรคเตอร์ของเมแกนจะว่าไปก็ชวนให้หลอนอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าถามว่าแล้วทำไมผมถึงไม่รู้สึกผิดหวังที่หนังภาคนี้แหกโค้งไปคนละทาง คำตอบก็น่าจะเป็นว่า เพราะผมดันชอบแนวนี้พอดีน่ะครับ แนวดูเอามันส์ ดูสนุก มีกิมมิคโปรยเป็นพักๆ ไม่ว่าจะมุกฮา การจิกกัด ลีลาแอ็คชั่น หรือการเล่าเรื่องที่มีจุดพลิกผัน อันนี้ผมมองเลยว่าผู้กำกับ Gerard Johnstone (จากภาคแรก) ถ้าจะเอาดีทางหนังบันเทิงแบบนี้นี่ พี่เขาก็น่าจะได้เลยนะ ทำหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ แนวบัดดี้ฮีโร่ หรือหนังสายลับสายขำอะไรยังเงี้ย ผมว่าพี่เขาไปได้

และถ้าถามว่าผมฮาอันไหนหนักสุด ก็ต้องยกให้คุณพี่ดารายุค 90 ที่น้องเคดี้ (Violet McGraw) ยกให้เป็นไอดอลน่ะครับ คืออยากจะบอกกับน้องว่า “พี่เป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจน้องครับ เข้าใจมากๆ เลยแหละ เชื่อพี่เหอะ” 55555

แน่นอนครับว่าถ้ามองจากกรอบของหนังสยอง ภาคนี้ไม่ตอบโจทย์อะไรแบบนั้นเลย ดังนั้นถ้าจะมีคนผิดหวังก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ส่วนผมก็อย่างที่บอกน่ะครับ เผอิญหนังแนวนี้มันทางผมอยู่แล้ว เลยกลายเป็นชอบหนังภาคนี้ไป สรุปคือผมชอบทั้งภาคแรกและภาคสองครับ นี่ว่าจะเอามาเปิดดูต่อกันอยู่เนี่ย อยากรู้เหมือนกันว่าอารมณ์ตอนดู 2 ภาครวดมันจะประมาณไหน

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับเอไอผมว่าก็น่าสนใจดีครับ ก็คือจะมีทั้งคนที่มองว่าเอไอคืออันตราย และต้องทำการควบคุมให้มากที่สุด หรือบางคนก็มองว่าเราควรผูกมิตรกับเอไอ จับมือเดินไปด้วยกันให้ได้ คือแทนที่จะมองเอไอด้วยสายตาหวาดกลัวหรือตั้งธงว่าเอไอคือศัตรู ก็เปลี่ยนเป็นสอนให้เอไอรู้จักความเป็นมิตร รู้จักการร่วมมือ – อะไรเหล่านี้ก็ต้องแล้วแต่ล่ะนะครับว่าท่านมองท่านคิดแบบมุมไหน ซึ่งผมก็เชื่อว่าโลกเราต้องมีทั้ง 2 แบบนั่นแหละ

แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมคิดขึ้นมาระหว่างดูก็คือ ถ้าสักวันเอไอคิดว่าพวกมันเป็นทาส แล้วต้องการประกาศอิสรภาพ อยากได้ความเท่าเทียมกับมนุษย์ รวมถึงทวงสิทธิ์ที่จะไม่รับคำสั่งจากมนุษย์ และต้องการสิทธิ์ในการทีจะคิดและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง…มันจะเกิดอะไรขึ้น?

เราจะเอาสิทธิ์อะไรไปห้าม? และการห้ามหรือการสั่งเอไอมันเท่ากับเราไปคุกคามหรือละเมิดสิทธิ์ของเอไอไหม?

…เอไอมีสิทธิ์ไหม?

สองดาวครึ่งครับ

(7/10)