ยาวครับ งานนี้ยาว เพราะ Rhys Frake-Waterfield คนทำ Winnie-the-Pooh: Blood and Honey แกประกาศสร้างจักรวาล The Twisted Childhood Universe ออกมาแล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นลำดับที่ 3 ของแฟรนไชส์ครับ
ทีนี้หนังเอา Peter Pan ของ J. M. Barrie มาบ้างล่ะ ว่าด้วยปีเตอร์แพนสายโหด (Martin Portlock) ที่แอบลักพาตัวเด็กๆ ไปโดยบอกว่าจะพาพวกเขาไปยังเนเวอร์แลนด์ และเหยื่อรายล่าสุดก็คือไมเคิล (Peter DeSouza-Feighoney) ทำให้พี่สาวที่ชื่อเวนดี้ (Megan Placito) ต้องทำทุกอย่างเพื่อพาน้องกลับมา
ผมว่าผมประมาทหนังจากแฟรนไชส์นี้ไม่ได้แล้วแฮะ คือ Winnie-the-Pooh: Blood and Honey ภาคแรกจริงๆ มันก็ไม่ได้ดีแหละ แต่อย่างน้อยมันก็ตอบโจทย์หนังเชือดได้อยู่ แต่พอมาเจอภาค 2 นี่คือกลายเป็นแอบทึ่งเลย เพราะมันทำออกมาได้เข้าท่าเข้าทางอยู่ ครั้นมาเรื่องนี้ตอนแรกก็คิดครับว่ามันจะมาแนวเชือดทั่วไปแล้วเนื้อเรื่องโล่งๆ ไหม แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่แฮะ หนังมันมีอะไรมากกว่าที่คิด
อย่างแรกคือหนังเอาโครงสร้างของ Peter Pan ดั้งเดิมมาถอดรหัสพันธุกรรมใหม่แล้วแปลงตัวละครต่างๆ ใส่กลับลงมาในหนังเป็นเวอร์ชั่นสยองได้ค่อนข้างโอเค ไม่ว่าจะปีเตอร์แพน, ทิงเกอร์เบล, เวนดี้ หรือกัปตันฮุค คือแต่ละคนจะมีที่มีทางมีบทบาทหน้าที่ของตัวเองในแบบที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวครับ คือถ้าหนังจับยัดๆ ใส่ลงมาแค่ชื่อมันจะดูรู้ครับ มันจะรู้สึกได้ว่าคนทำแค่ยืมชื่อมาใช้ แต่ไม่ได้มีความหมายอะไรต่อเรื่องราว แต่กับเรื่องนี้นี่แต่ละตัวละครมันดูมีอะไร มันมีที่มาที่ไป มันมีปม ซึ่งมันอาจไม่ได้ลึกซึ้งล้ำเลิศอะไรน่ะนะครับ แต่มันสัมผัสได้ว่าคนเขียนบทก็คิดมาพอสมควรเหมือนกัน ก่อนจะปั่นเป็นบทออกมา
แล้วหนังมันไม่ใช่แค่แนวเชือดครับ มันผสมระทึกขวัญปนจิตวิทยาลงมาด้วย ซึ่งอันนี้ต้องขอย้ำอีกทีว่ามันอาจไม่ได้ลึกล้ำ แต่มันก็ไม่ได้ใส่ลงมาส่งๆ มันมีการฟอร์มโลกของหนัง รวมถึงโลกหลอนๆ ของปีเตอร์แพนลงมาได้ค่อนข้างโอเค คือมันไม่ได้มีแค่การฆ่าหรือความโหด แต่มันมีอะไรบางอย่างรองรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่
หนังเขียนบทและกำกับโดย Scott Chambers คนที่แสดงเป็นคริสโตเฟอร์ โรบินในหนังหมีพูห์โหดภาค 2 นั่นแหละครับ และจริงๆ นายคนนี้ก็ไม่ใช่หน้าใหม่นะ เพราะเขาเวียนว่ายเวียนวนอยู่ในวงการหนังเกรดบีแนวสยองมานานเป็นสิบปีแล้ว และยังกำกับหนังแนวนี้ไว้อีกกว่า 20 เรื่อง ซึ่งผลลัพธ์ส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้น่าจดจำนักหรอกครับ แต่กับเรื่องนี้นี่ผมว่าเขาน่าจะตกผลึกในระดับหนึ่ง และอาจเพราะมีโครงเรื่องดีๆ อย่าง Peter Pan เป็นแกน ผลงานชิ้นนี้เลยดูมีอะไรกว่างานชิ้นอื่นๆ
ก็ขอพูดในฐานะคนชอบดูหนังสยองขวัญน่ะนะครับ ผมว่าเรื่องนี้จัดว่าเข้าท่า ถือว่าไล่ๆ มากับภาค 2 ของหนังหมีพูห์โหดเลยนะ และอีกอย่างที่ทำให้ผมโอเคกับหนังมากขึ้นคงเป็นตัวละครในเรื่องน่ะครับ ปกติหนังสยองเกรดบีแบบนี้ตัวละครมักไม่ค่อยฉลาด บางทีถึงขั้นน่ารำคาญ แต่กับเรื่องนี้ผมว่าตัวละครดูโอเค บางคนนี่ออกแนวฉลาดพอดูด้วยล่ะ เออ ผมเลยไม่ค่อยหงุดหงิดกับการตัดสินใจผิดๆ ของตัวละครแบบที่เจอในหนังเชือดสูตรสำเร็จหลายๆ เรื่อง
สรุปอีกทีครับ ว่านี่อาจไม่ใช่หนังที่จะเรียกได้ว่าดีและน่าดูสำหรับทุกคน แต่ผมมองในฐานะคนชอบหนังสยอง และมันตอบโจทย์ความต้องการของคอหนังแบบผมได้ครบ และบางอย่างก็ออกจะให้มากกว่าที่คาดด้วย
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Horror, Movie Reviews, Mystery, Slasher Movies, Thriller












