Drama

Quicksand (2023) ดูดไปลงนรก

คู่สามีภรรยาที่ใกล้จะหย่ากันเต็มที ตัดสินใจไปเดินป่าลาสอาเรนัสที่ประเทศโคลัมเบีย แล้วก็ติดอยู่ในทรายดูดครับ พวกเขาเลยต้องหาทางเอาตัวรอดออกมา

จริงๆ พล็อตน่าสนใจดีครับ ถ้าทำดีๆ นี่ก็น่าจะสนุกและมีอะไรให้ลุ้นพอตัว แต่กลายเป็นว่าผมดูหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยเพลินเท่าไหร่

ปัญหาสำคัญเลยที่บั่นทอนความเพลินของหนังคือความน่ารำคาญของตัวละครที่ออกแนวโวยวายสติแตกจนทำให้เรื่องที่ควรจะแก้ได้ง่าย กลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมก็พอเข้าใจนะที่คนเราจะสติแตก เป็นผมเองไปอยู่ตรงนั้นก็คงตื่นเต้นตูมตามเหมือนกัน แต่กับอันนี้มันคือขั้นสุดครับ คือเม้งแตกแรงมากจนขนาดพยายามจะไม่หงุดหงิด แต่ก็หงุดหงิดจนได้

แล้วมันไม่จบแค่นั้นครับ แต่กลายเป็นว่าตัวละคร (ซึ่งหลักๆ เลยก็คือคุณภรรยา) พยายามหาเรื่องมาโวยคุณสามีได้ตลอด จริงๆ ตอนแรกน่ะเธอตกลงไปคนเดียวครับ ถ้าเธออยู่นิ่งหน่อยคุณสาก็คงไม่ลงไปติดด้วย ครั้นคุณสาลงไปติด คุณภรรยาก็ยังไม่จบ พอคุณสาพูดอะไรผิดหูหน่อยเจ๊ก็พร้อมบวก พร้อมจับคำพูดที่ผิดหูมาต่อประเด็นให้เป็นการทะเลาะกันจนได้… ขนาดจะโดนดูดตายแล้วยังไม่วายอีกนะนั่น

สารภาพว่าผมก็แอบคาดหวังกับหนังไว้อยู่ครับ คือคาดหวังความตื่นเต้น คาดหวังว่าตัวละครจะพยายามใช้สมองในการแก้ปัญหาเพื่อเอาตัวรอดจากหตุร้าย แต่ไม่ได้ตั้งลำไว้สำหรับการดูคู่สามีภรรยามาทะเลาะกันแบบนี้ อันนี้ก็สารภาพเลยว่าถ้าผมไม่ยึดคติที่ว่า “ดูแล้วต้องดูให้จบ” ล่ะก็ ผมน่าจะหยุดดูตั้งแต่ตอนที่คุณภรรยาเริ่มโวยคุณสาที่พูดในเชิงว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องในครั้งนี้ – ซึ่งจริงๆ ผมก็ว่าจริงนะ เรื่องมันบานตะไทก็เพราะเจ๊นี่แหละ

ก็ต้องแล้วแต่ล่ะนะครับ คือถ้าใครคาดหมายว่าจะได้ดูหนังผจญภัยแนวเอาตัวรอด ที่ตัวละครต้องมาใช้สมองและแข่งกับเวลาเพื่อไขปัญหาล่ะก็ เรื่องนี้ไม่เชิงเป็นแบบนั้นครับ เพราะมันจะหนักไปตรงที่คุณภรรยาโวยคุณสาได้เรื่อยๆ มากกว่า

ข้อคิดสำคัญก็คงเป็นว่า หากคู่รักท่านใดที่ใกล้จะหย่าและตีกันถี่ยิบไม่เว้นวัน ทางที่ดีคืออย่าไปทริปด้วยกันเลยครับ หย่ากันให้เรียบร้อยแล้วทางใครทางมันเลย ไม่งั้นเดี๋ยวทริปที่ว่าจะกลายเป็น “มหันตภัยหายนะ” ได้นะเอ้า

ดาวกว่าๆ ครับ

(4.5/10)