รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Zindagi Na Milegi Dobara (2011) ลุยสุดมันส์ แดนฝันสเปน

MV5BZGFmMjM5OWMtZTRiNC00ODhlLThlYTItYTcyZDMyYmMyYjFjXkEyXkFqcGdeQXVyNDUzOTQ5MjY@._V1_SY1000_CR0,0,692,1000_AL_

เรามาดูหนังอินเดียกันต่อนะครับ อีกเรื่องที่ผมชอบก็คือ Zindagi Na Milegi Dobara หรือชื่อไทยว่า “ลุยสุดมันส์ แดนฝันสเปน” ที่ผมขอนิยามว่าเป็น The Hangover เวอร์ชั่น “มีสติ” ครับ ^_^

หนังว่าด้วย 3 หนุ่มเพื่อนซี้ อาร์จัน (Hrithik Roshan), อิมราน (Farhan Akhtar) และกาบีร์ (Abhay Deol) โดยตอนนี้กาบีร์กำลังจะแต่งงาน พวกเขาเลยจัดทริปเที่ยวสละโสด (เพราะหากแต่งงานไปก็คงจะไม่ได้ตะลอนเที่ยวจัดเต็มแบบหนุ่มๆ อีก) โดยตกลงกันว่าแต่ละคนจะเลือกที่หมายที่ตนอยากไปแล้วก็เลือกกีฬาที่ตนอยากเล่น โดยอีก 2 คนก็ต้องเล่นด้วย แล้วทริปนี้ก็กลายเป็นทริปแห่งความทรงจำที่พวกเขาไม่มีวันลืมครับ

หนังโดนใจผมมากมายครับ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว (555) มันเป็นความจริงครับว่าเมื่อเราตัดสินใจมีครอบครัว เราก็ต้องดูแลคนรักให้ดี ส่วนการจะจัดทริปไปเที่ยวเฟี้ยวฟ้าวกับเพื่อนๆ ก็ทำได้น้อยลงและจัดได้แบบไม่ฟูลออพชั่น เพราะความรับผิดชอบของเราเยอะขึ้นครับ

ดังนั้นจึงไม่แปลกหากทริปเที่ยวก่อนแต่งจะเป็นทริปที่มีความหมายสำหรับผู้ชายสักคน (และผมเชื่อว่าผู้หญิงหลายคนก็อาจรู้สึกเหมือนกัน ^_^) เพราะมันคือการได้ทำอะไรแบบที่เราเคยเป็นแบบเต็มที่ทิ้งท้าย เพื่อก้าวต่อไปสู่บทบาทใหม่ของชีวิต

แล้วหนังเองก็ทำได้ดีมากๆ ด้วยครับ เป็น Road Movie ที่ความยาวราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะหนังได้ทีมดาราที่เล่นกันอย่างเข้าขา นอกจาก 3 หนุ่มแล้วก็ยังมี Katrina Kaif ดาราสาวสวยมาร่วมแสดงนำด้วย

หนังอุดมมุขตลกสนุกๆ ตามด้วยโลเกชั่นสวยแบบสุดๆ ทั้งหาดงาม น้ำทะเลใส และเมืองสวย มีให้ชมตลอดเรื่องครับ ขนาดตอนพวกเขาขับรถเพื่อเดินทางไปยังเมืองต่างๆ 2 ข้างทางก็ยังมีวิวสวยๆ ให้เราเห็นเป็นระยะ เรียกว่าดูเรื่องนี้เหมือนได้เที่ยวครับ เห็นวิวสวยๆ ซะชุ่มปอดเลย

อย่างที่ผมบอกครับว่ามันคล้าย The Hangover แต่ไม่มีการ Hang เพราะก๊วนเพื่อนกลุ่มนี้มีสติ ไม่ได้นัดกันไปเมาหรือไปเฮ้วแบบลืมโลก แต่พวกเขานัดกันไปเที่ยว เพื่อให้เวลากันและกัน เพื่อให้ความสำคัญกับเพื่อนแต่ละคน เช่น ถ้าคนหนึ่งอยากดำน้ำ อีก 2 แม้บางทีจะไม่อยากเล่นก็ตาม แต่สุดท้ายพวกเขาก็พร้อมทำเพื่อเพื่อนตามที่ได้สัญญากันไว้

พวกเขาเดินทางไปเพื่อเติมเต็มกันและกันแบบเต็มพิกัดเป็นหนสุดท้าย ก่อนชีวิตของพวกเขาจะเข้าสู่ทางแยก ที่อาจทำให้มีโอกาสมาเจอกันและให้เวลากันแบบนี้น้อยลง

นอกจากนี้ผมยังชอบครับที่หนังมีประเด็นดราม่าดีๆ แทรกลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะปมของกาบีร์ที่สันสนเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานของตน, ปมของอาร์จันกับอิมรานที่เคยมีเรื่องเพราะผู้หญิงกันมานานก่อน ซึ่งแต่ละปมมันสะท้อนมิติของตัวละครได้อย่างดีครับ ด้านการนำเสนอก็น่าสนใจและน่าติดตามด้วย และที่ผมชอบที่สุดคือ ปมชีวิตของพวกเขามันสอดแทรกสาระชวนคิดเกี่ยวกับชีวิตไว้มากมาย

ดูแล้วผมอินครับ สักกลางๆ เรื่องเราจะรู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งในก๊วนของพวกเขาแบบไม่รู้ตัว เราจะสนุกไปกับพวกเขา เราจะร่วมคิดไปกับพวกเขา (ยามมีปมให้ไตร่ตรองหรือมีปัญหาให้ขบคิด) และเราจะสะเทือนใจไปกับพวกเขา (ยามมีดราม่าหรือการตัดสินใจครั้งหนักๆ)

และในหนังเรื่องนี้ ยังมีฉากร้องเล่นเต้นแบบหนังอินเดียอยู่ครับ แต่ฉากที่ทำออกมามันพอเหมาะ มันสวยงาม มันสนุกและได้อารมณ์ เรียกว่าความเจ๋งนี่สมศักดิ์ศรี Bollywood ไม่แพ้ Hollywood เลยจริงๆ (เพลงเพราะด้วยครับ)

ดูหนังเรื่องนี้แล้ว… มีความสุขจังเลยครับ เป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่เพลิดเพลิน ได้ไปเที่ยว ได้ไปสำรวจเรื่องราวของพวกเขา และเรื่องราวของพวกเขาก็มีสาระสะท้อนมาให้เราพิจารณาชีวิตของเราด้วย

+ ไม่ว่าเรื่องการรู้จักแก้ไขเมื่อทำสิ่งผิดพลาดลงไป (ก่อนมันจะลามไปไกลจนสายเกินแก้)

+ การให้อภัยกันและกัน อีกทั้งการเข้าใจกันและกัน (เข้าใจในเหตุผลของการกระทำของคนอื่น แม้มันอาจจะไม่ถูกใจเรา แต่อย่างน้อยเราก็ควรเข้าใจเหตุผลที่คนอื่นทำเช่นนั้นด้วย)

+ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่ทำแต่ “เอาใจเราไปยัดใจเขา”

+ การสำรวจปัจจุบันที่เรายืนอยู่ ว่าเราอยู่ตรงไหน เราเดินบนทางที่ถูกจริงๆ ไหม หรือเรากำลังหลงเพราะเลี้ยวผิดทาง (ทั้งที่ผิดโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ)

+ เราเคยเลี้ยวผิดเพราะดูป้ายเส้นทางชีวิตผิดไหม (บางป้ายก็ถูกเขียนโดยพ่อแม่ที่ท่านไม่ได้มีเจตนาร้าน แต่เพียงท่านหวังดีต่อเรามากเกินไป)

+ การรู้จักคว้าโอกาสดีๆ ไว้ อย่าปล่อยให้มันผ่านไป (จนต้องเสียดายทีหลัง)

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ ดูได้เลยครับ ของเขาดีจริง สนุกจริง ^_^

สามดาวครึ่งครับ

Star32

(8.5/10)

 

Advertisements