Adventure

WALL·E (2008) วอลล์-อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย

WALL-Eposter

ในบรรดาค่ายนักสร้างหนังและสร้างการ์ตูนทั้งหลายนี่ในอเมริกานี่ผมยกให้ Pixar เป็นที่หนึ่งแบบเต็มๆ เพราะผลงานเขาทำอย่างตั้งใจไม่ลวกจิ้ม มีสาระดี เทคนิคภาพน่ะหายห่วงครับ สวยงามและก็มีแทรกศิลป์ลงไปด้วย ยิ่งทำมากเรื่องความหมายในภาพก็ยิ่งเพิ่มตามลำดับ

แต่จุดที่ทำให้ผมชื่นชมพวกเขาที่สุด อยู่ที่ความรับผิดชอบในผลงานครับ นอกจากเนื้อหาดี ตั้งใจทำแล้วยังไม่ลืมที่จะสอนเด็กผ่านทางตัวการ์ตูน ไม่ว่าจะสอนแบบตรงๆ หรือสอนแบบลึกๆ ให้เด็กลองคิดๆ ถามๆ ผู้ปกครองดู

จึงจำกัดความทีมงานนี้ได้ว่า “Great Creators come with Great Responsibility” ผู้สร้างสรรค์ที่ดีสามารถรู้ได้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง เขารับผิดชอบ ตอบแทนอะไรต่อสังคมได้บ้าง

งานของ Pixar เลยเป็นประเภทเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สนุกก็ได้ แง่คิดก็มี แบบนี้กระผมสนับสนุนและเชียร์เต็มที่

ผลงานเรื่อง Wall-E ก็เป็นที่จับตามาตั้งแต่สมัยตัวอย่างหนังออกใหม่ๆ แล้วครับ ภาพสวย เนื้อเรื่องท้าทายอีกด้วย เพราะตัวเอกเป็นหุ่นที่ไม่ได้พูดเป็นต่อยหอย จริงๆ มันไม่พูดเลยครับ ก่อนจะเจอกับหุ่นสาวอีกตัวที่ชื่ออีฟ แล้วความสัมพันธ์รักก็เริ่มขึ้น ซึ่งตอนแรกวอลล์อีก็รักเขาอยู่ข้างเดียวน่ะแหละ ส่วนหุ่นสาวก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเธอมาเพื่อภารกิจเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเธอโดนพาตัวกลับไป วอลล์อีเลยตัดสินใจเกาะยานตามไปเพื่อพาอีฟกลับมา แล้วการผจญภัยก็เริ่มนะครับ ทีนี้ผมจะไม่เล่าอะไรอีก ไปดูต่อในโรงนะครับ จะได้ครบอรรถรสมากขึ้น

ได้เวลารีวิวต่างระดับตามเคย อันนี้ระดับทั่วไปก่อนนะครับ จะไม่ลงลึกไม่เปิดเผยเนื้อเรื่องใดๆ ขอให้สบายใจได้ครับ อันไหนผมจะสปอยล์ก็จะมีบอกเอง ซึ่งผมชอบหนังมากเลยนะครับ เอาแค่เจ้าวอลล์อีก็ออกแบบน่ารัก มีเสน่ห์แบบสุดๆ แล้วล่ะ แววตาทำให้ดูซึ้งก็ได้ น่าสงสารก็ได้ และเขาดูมีความจริงใจแบบเกินร้อย จิตใจสวยงามเกินจะกล่าว จนคนดูต้องหลงรักแบบหมดใจ

ส่วนอีฟและคาแร็คเตอร์อื่นๆ ก็มีจุดเด่นต่างกันไป ถ้าอยากทราบก็ตามไปอ่านในเชิงลึกนะครับ แต่ถ้าไม่อ่านผมก็สรุปได้ตรงนี้ว่าทุกตัวน่าเอามาคิดต่อยอดในเชิงสาระ ส่วนในเชิงบันเทิงล่ะก็ ขโมยซีนกันกระจาย การเดินเรื่องนั้นอาจจะไม่เร็วนักในตอนต้น ยิ่งใครดูตัวอย่างมาแล้วอาจจะเบื่อได้ เพราะมันก็เล่าเรื่องตอนวอลล์อีอยู่คนเดียวน่ะครับ เดิมๆ ที่เราเห็นมาแล้วเลยอาจจะดูงั้นๆ แต่พอผ่านช่วงนี้ไปยังมีอะไรดีๆ รอเราอยู่ครับ

ตัวหนังมีทั้งความสนุกบันเทิง ตลกไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินดี แต่ก็ซาบซึ้งกินใจเอาเรื่องเหมือนกัน ตอนท้ายยังมีลุ้นตื่นเต้นแถมให้ด้วย ครบรสดีแท้

สาระของหนังก็อัดแน่นไปด้วยประเด็นความรักที่หลายมุมมาก นอกจากรักแบบหุ่นหนุ่มสาว ก็ยังมีความรักโลก รักธรรมชาติ รักในหน้าที่ที่ตัวเองทำ ไหนจะเรื่องความรับผิดชอบอีก แล้วยังมีเรื่องความเป็นผู้นำอีกแน่ะ แหม แน่นกว่าที่คิดครับ อะไรเหล่านี้แหละที่ผมประทับใจ เพราะมันไม่ได้ยัดมาแบบหนักหัวชวนเครียด แต่เป็นการแทรกมาให้เราลองใคร่ครวญถึงน่ะครับ

ในเบื้องต้น Wall-E สนุกครับ มีแง่คิดดีๆ เพลิน คุณจะรู้สึกดีไปกับตัวละครและแนวทางสาระที่หนังพยายามสื่อ มันก็เป็นอีกหนึ่งหนังที่บอกให้เรารักธรรมชาติ รักโลกน่ะครับ แต่ผมไม่เบื่อนะ แม้จะมีหนังแนวนี้เยอะมาก และออกมาถี่ด้วย แต่มันก็รู้สึกดีเพราะแสดงว่าคนทำหนังเขาก็ไม่ได้หวังแต่กำไรหรือรางวัลเพียงอย่างเดียว เขาก็อยากสื่ออะไรแทรกสิ่งดีให้สังคมและคนดูเหมือนกัน ยิ่งการ์ตูนนี่คือสื่อโดยตรงที่คนทำหนังสามารถส่งให้เด็กดูได้ ดังนั้นเขาจะแทรกแนวคิดรักโลก รักดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมว่ามันน่าดีใจมากกว่านะครับ

เหมือนที่ผมชอบโดราเอมอน, เออิชิ, เอม่อน 21, นินจาฮาโตริ, ปาร์แมน, อิกคิวซัง ดูการ์ตูนเก่าๆ เหล่านี้สิครับ ถ้าคุณดูและยังจำได้จะเห็นว่านี่คือการ์ตูนดีๆ ที่แทรกสาระไว้บนความสนุก บางครั้งสอนเราให้รักแม่ บางครั้งก็ทำให้เราอยากปกป้องสัตว์ แม้แต่ชินจิงที่ว่าลามกๆ ก็ยังแอบแทรกตอนซึ้งมาให้เราอึ้งแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน

คนทำการ์ตูนส่วนใหญ่เลยน่ารักสำหรับผมน่ะครับ พวกเขาเจตนาดี สอดแทรกสิ่งดีๆ สมัยก่อนผมชอบมองว่าการตูนมันดูเด็กน่ะ พอโตแล้วไม่อยากกลับไปดูอะไรเด็กๆ อีก แต่บางครั้งของเด็กๆ มันสอนเราดีกว่าของผู้ใหญ่ๆ อีกนะครับ

ดังนั้นที่เขาบอกกันว่า หากผู้ใหญ่อย่างเราๆ เหนื่อยล้าจากสังคมหรือหน้าที่การงานที่ต้องทำอยู่ ก็ลองพักผ่อนโดยการเอาอะไรเด็กๆ มาดูมาอ่าน หรือไม่ก็เล่นสนุกๆ อย่างเด็กๆ บ้าง เป็นการสลัดภาระหน้าที่ประจำตนไปช่วยคราว เราจะได้เปิดความรู้สึกสัมผัสกับธรรมชาติที่ดี ความรู้สึกที่ดีๆ ที่แทรกอยู่ทั่วไป และการเอาอะไรเด็กๆ มาดูอย่างการ์ตูนเนี่ย มันก็ช่วยฟื้นฟูคติชีวิตเก่าๆ ทีเราอาจลืมไปแล้ว เช่น ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น หรือ ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ได้ไม่ดี เป็นต้น

ปรัชญาลึกล้ำสอนเราได้ แต่บางกรณี ปรัชญาสอนเด็กนี่แหละที่ทำให้เรามีพลังกลับมาอีกครั้ง เพราะมันง่ายต่อการเข้าใจ

ตัวหนัง Wall-E ก็เข้าข่ายนั้นครับ ปรัชญาง่ายๆ คือความพยายามที่ไม่มีที่สิ้นสุด แม้จะเจออุปสรรคแค่ไหน แต่หากเรามีความตั้งใจที่จะทำอะไรสักอย่างมันก็ต้องลงเอยด้วยดี เช่นในเรื่อง วอลล์อีทำสารพัดสิ่งก็เพื่ออีฟ แต่ก็เจออุปสรรคเพียบ มันเหมือนสอนให้คนอย่าท้อถอย แม้จะปางตาย แม้จะเกือบตายแต่หากเรายังมีลมหายใจ มันแปลได้ว่าเรามีความหวังและโอกาสเสมอ

ยุคนี้คนไทยก็เจอขวากหนามชีวิตไม่แพ้วอลล์อีไปผจญภัยเจอวิบากในอวกาศเหมือนกัน ผมจึงอยากเป็นกำลังใจ ว่าอย่ายอมแพ้ครับ เหนื่อยก็พักได้ แต่อย่าหยุดที่จะนำสิ่งดีมาสู่ตัวเราหรือสังคมของเรา แต่ขอย้ำว่ากรุณา “ทำแต่สิ่งดี” เถอะนะครับ อะไรที่นำมาซึ่งความวุ่นวายขอให้พอเถอะ อย่าทำอีกเลยครับ

ท่าทางว่าผมจะดูวอลล์อีแต่ลากเรื่องยาวไปไกลเหมือนกัน อิอิ แต่ก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ นะครับ วอลล์อีก็ทำให้ผมเกิดความรู้สึกฮึดอยากพยายามทำสิ่งดีๆ ขึ้นมาอีกสักรอบสองรอบ เพราะอย่างน้อยเมื่อเราทำสิ่งดีและคนอื่นได้รับสิ่งดีนั้น ก็ถือว่าเราไม่ได้เสียแรงเปล่า

เอาล่ะครับ มาสรุปหนังในเบื้องต้นดีกว่า หนังดีครับ ดูเพลินและมีอะไรที่ผมเก็บมาคิดได้เยอะทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไร้ที่ติเสียทีเดียวนะครับ ก็อาจมีจุดพร่องไปบ้าง อย่างตอนท้ายอาจจะตัดเรื่องไวไปหน่อยในส่วยของหุ่นตัวอื่นๆ ที่วอลล์อีไปเจอ จู่ๆ จะมาก็มาจะไปก็ไป แต่ก็ไม่เป็นไรครับ คะแนนหนังโดยรวมก็ถือว่าดีจนน่าพอใจน่ะ

มาครับ เชิงลึกมาแล้ว ไม่อยากทราบ ถอยไปก่อนเลยนะครับ

ประเด็นหลักในเรื่องหนีไม่พ้นความรักครับ เรื่องงดงามอย่างหนึ่งของโลกนี้ วอลล์อีเกิดความรู้สึกดีต่ออีฟ เลยตามไปเพื่อพบเธอ มันก็มองได้หลายแง่ครับ อาจเป็นเรื่องที่เกิดจากความเหงาก็ได้ ต่อการที่คนสักคนรู้สึกอยากทำดีและอยากให้ใครอีกคนมีความสุข ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีนะ

ผมนึกถึงสมัยที่คนรักกันจีบกันใหม่ๆ น่ะครับ พอจะนึกออกไหมครับ ตอนนั้นเนี่ยถ้าเราชอบใครเราก็จะทำให้เขามีความสุข เอาใจเขาดูแลเขาเสมอ หิวก็พาไปทานข้าว เหงาก็พาไปเดินเล่น ส่วนใหญ่ช่วงจีบกันนี่คือวาระที่คนเรียกว่าโปรโมชั่นครับ นั่นคือจะให้อะไรก็ให้หมด แต่พอพ้นช่วงนี้ไป ได้เป็นแฟนเมื่อไรก็เหมือนระดับการดูแลและใส่ใจจะลดลง อันนำมาสู่การทะเลาะ หรือถ้าหนักหน่อยก็เลิกรากันไปเลย

ความรักที่วอลล์อีมอบให้อีฟมันทำให้ผมนึกถึงเรื่องพวกนี้ครับ ทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทุกวันนี้เรายังถนอมความรักนั้นอยู่หรือไม่ เราดูแลคนสำคัญดีแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรักกันรักกันไปมั่นคงก็คือความเสมอต้นเสมอปลาย ต้นดีอย่างไรใส่ใจอย่างไรต่อไปก็ไม่ลดลง แบบนั้นแหละที่จะทำให้รักต่อเวลาไปได้เรื่อยๆ ไม่หมดอายุ

ผมเห็นความทุ่มเทของนายวอลล์อีแล้วรู้สึกว่าอีฟโชคดีนะครับ เจอหุ่นดีๆ ขนาดนี้ ฝนตกก็กางร่มให้ ทำทุกอย่างให้เธอดีมีความสุขและประทับใจ อันนำมาสู่ฉากประทับใจผมอีกหนึ่ง เมื่ออีฟได้เห็นว่าวอลล์อีทำอะไรให้เธอบ้างตอนเธอปิดเครื่องตัวเองอยู่ (ภาพที่เห็นผ่านกล้องวงจรปิดนั่นแหละครับ) แบบนี้แหละครับที่เรียกว่าวอลล์อีเสมอต้นเสมอปลาย ตอนอีฟคุยได้ปกติก็ทำดี แม้แต่ตอนที่อีฟไม่รู้เรื่องอะไรเขาก็ยังทำดีไม่สร่างซา

ของแบบนี้สอนเรานะครับ เข้ากับคำที่ว่าปิดทองหลังพระพอดี เรามักคิดว่าการทำดีโดยไม่มีคนเห็น ทำดีโดยแฟนเราไม่รู้มันเสียเปล่าเสียเวลา จะทำไปทำไม แต่เชื่อไหมครับว่าหลายคู่รักมั่นก็เพราะต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม พวกเขาก็ทำเช่นเดิม รักเช่นเคย เป็นห่วงเป็นใยไม่เลิก แบบที่อีฟประทับใจวอลล์อีตอนรู้นี่แหละ อย่าคิดว่ามีแต่ในหนังครับ ของจริงน่ะมี ผมจึงอยากกำชับนิดหนึ่ง หากคุณปฏิบัติต่อแฟนแบบหน้าไหว้หลังถีบล่ะก็ เท่ากับเป็นการทำลายความรักตนเองลงอย่างน่าเสียดายที่สุด อย่าให้เกิดเช่นนั้นกับคู่ของคุณนะครับ ด้วยความปรารถนาดี และไม่แต่รักแฟนเท่านั้น ขอให้เสมอต้นเสมอปลายทั้งกับพ่อแม่พี่น้องคนที่ดีต่อเราทั้งหลายด้วยนะครับ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย ไปไกลและ ฮิฮิ

แต่จริงนะครับ รักกันไว้ดีกว่า อย่าทำร้ายกันอีกเลยเน้อะ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง

ความรักในหนังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของหุ่นหนุ่มหุ่นสาวเท่านั้น มันยังขยายขอบข่ายออกไปอีก

เรื่องที่ผมชอบอีกหนึ่งประเด็นก็คือการตัดสินใจของกัปต้นน่ะครับ ในเรื่องนั้นจะเล่าว่าโลกมีขยะเต็มไปหมด สภาวะไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยอีกต่อไป คนก็เลยหนีขึ้นไปอยู่บนยานอวกาศ และอีฟก็คือหุ่นที่ถูกส่งมาจากยานนั้นน่ะครับ ส่งมาเพื่อหาร่องรอยพืชบนโลก เพราะหากบนพืชกลับมามีพื้นโลกอีกครั้งแสดงว่าสภาวะเหมาะที่จะให้คนกลับไปอยู่แล้ว

กัปตันพอได้รู้ว่าอีฟเจอพืชก็ดีใจสิครับ จะได้กลับโลก แต่ปรากฏว่าเกิดกบฏไม่คาดฝัน เมื่อหุ่นยนต์ที่เฝ้ายานได้รับคำสั่งดั้งเดิมจากเจ้าของยานคนเก่าคนเก่า (เมื่อ 700 ปีที่แล้ว ตอนที่โลกเริ่มประสบสภาวะขยะล้นนั่นเอง) ว่าห้ามกลับไปโลกไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม หุ่นนั่นก็ยึดคำสั่งจนกันไม่ให้กัปตันกลับโลกเด็ดขาด ส่วนนี้ก็ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อหนัง 2001 แบบกลายๆ ครับ เมื่อหุ่นสมองกลกบฏมนุษย์ แต่แล้วกัปตันก็พูดประโยคเด็ดว่า “ยานนี้อาจเป็นที่อยู่ที่เราอยู่ได้ก็จริง แต่โลกนั่น คือบ้านนะ … ฉันจะกลับบ้าน”

ดูแล้วก็นึกในใจเหมือนกัน ว่าเราจะทำอะไรเพื่อโลกดี ปลูกพืช ลดโลกร้อน ไม่ทำบ้านเมืองสกปรก … คนอื่นไม่ทำก็แล้วแต่เขา ถามตัวเราดีกว่าว่าได้เวลาทำหรือยัง ถ้าทุกคนถามตัวเองแบบนี้แล้วทำ สงสัยบ้านเมืองเราได้สะอาดผิดหูผิดตาแน่ๆ แล้วก็นั่งก้มหน้าต่อไป เพราะเดินออกไปข้างนอกใครๆ ก็ทิ้งขยะเหมือนเดิม มีเราบ้าเก็บเศษขยะไว้กับตัวรอทิ้งถังอยู่คนเดียว (ถังขยะยังหายากอยู่ครับแถวถนนลาดพร้าวที่ผมทำงานเนี่ย จะทิ้งทีต้องเดินหา แหม อะไรนี่)

อย่างน้อยหนังเรื่องนี้ และหนังอีกหลายเรื่องที่เดินขบวนมาก่อน เช่น The Happening หรือ Kung Fu Panda ก็ทำให้ผมตั้งมั่นในการรักษาความสะอาดเท่าที่จะทำได้ เพราะแม้เราจะทำแค่ลำพัง ก็ดีกว่าโลกนี้ไม่มีคนทำเลย

ไม่อยากปล่อยให้วอลล์อีต้องทำคนเดียวในอนาคตว่างั้นเถอะ

เนี่ยครับ ประเด็น รักของหุ่น รักของโลก ยังมีการกัดโน่นนี่นิดหน่อยตามประสา เช่นรูปลักษณ์ของมนุษย์บนยานที่วันๆ ไม่ทำอะไรให้หุ่นทำหมด จนตัวอ้วนกลม ก็เหมือนเตือนสติคนให้เลิกพึ่งหุ่นหรือเครื่องทุน่แรงแล้วหันมาใช้กำลังตนเองบ้าง จะได้มีกำลังและหุ่นดี

หรือการกัดผู้นำประเทศที่ได้ Fred Willard มาเป็นประธานใหญ่ที่ชอบโฆษณาเอาภาพลักษณ์ไว้ก่อน แล้วก็ไม่ค่อยชอบแก้ปัญหาครับ ชอบหนีมากกว่าอะไรเป็นต้น ก็กัดผู้นำประเทศหรือนักการเมืองที่ดีแต่นโยบาย แต่ไม่ทำจริงได้ดีเหมือนกัน

นอกจากผมจะประทับใจในตัววอลล์อีแล้ว อีฟก็ทำให้ผมยิ้มได้ในครึ่งท้าย เพราะในตอนแรกเธอเป็นเหมือนสาวบ้างานคนหนึ่งครับ ทำแต่ภารกิจๆๆๆ ไม่นอกลู่ใดๆ แต่เมื่อเจอความรักที่วอลล์อีมอบให้ ใจก็ละลายและเกิดอาการห่วงใยวอลล์อีขึ้นมาทันที เรื่องนี้ผมว่าเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มๆ หลายคนนะ ที่อยากชนะใจสาวสักคนแต่เธอก็ไม่สนใจ เราอาจเคยได้ยินต้อเท่านั้นที่ครองโลก เพราะคนสมัยก่อนเห็นกันแค่ว่าไอ้หนุ่มนี่ตื้อๆๆๆๆๆ จากสาวไม่รักกลายเป็นสาวชอบ แต่จริงๆ แล้ว ที่สาวรักไม่ใช่เพราะตื้ออย่างเดียวหรอกนะครับ มันต้องตื้ออย่างมีคุณค่า และจริงๆ ผมไม่อยากใช้คำว่าตื้อด้วย เพราะตื้อน่ะน่ารำคาญ อย่างวอลล์อีนี่ก็ไม่ได้ตื้อนะครับ เขาแค่ห่วงใย พอถึงเวลาที่อีฟบอกให้หยุดก็หยุดเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำให้เธอรำคาญ หรือพออีฟลำบาก วอลล์อีก็ช่วย

ดังนั้นหากอยากชนะใจสาวล่ะก็ จงรักเธอ ห่วงใยให้พอดี ช่วยเธอเมื่อเธอต้องการและเราต้องช่วยได้ด้วย ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้อยู่ในวิสัยที่ช่วยได้แต่ดันยืนกรานว่าจะช่วย แล้วดันก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาอะไรอย่างเงี้ย

รักเขาจริงต้องเสมอต้นเสมอปลาย ห่วงใย ไม่ทำให้เขารำคาญ กล่าวคือเราต้องเป็นที่ปรึกษาและที่พึ่งที่ดีครับ

ส่วนเจ้าหุ่นที่ยกพวกมาช่วยวอลล์อีตอนท้ายนั้นก็น่ารักดีครับ แต่บทน้อยไปหน่อย จริงๆ น่าจะให้เวลาสักสองสามนาทีให้พวกหุ่นนั้นแสดงบุคลิกเด่นๆ เฉพาะตัวให้เป็นจดจำหน่อย ถ้าทำได้ล่ะก็ ตอนท้ายจะได้อารมณ์เฮแน่ครับ

มันมีอะไรให้ใคร่ครวญเยอะนะครับ ผมก็อยากให้ลองไปดูกัน สนุก มีอะไรดีๆ ไม่ผิดหวังครับ ถือเป็นแอนิเมชั่นแห่งปีครับ

สี่ดาวครับ

Star41

(9/10)

Advertisements