รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Longest Ride (2015) เดอะ ลองเกส ไรด์ ระยะทางพิสูจน์รัก

MV5BMzIzMjg0NjQwNF5BMl5BanBnXkFtZTgwODAwOTE4MzE@._V1_SY1000_CR0,0,675,1000_AL_

ผมกลายเป็นขาประจำสำหรับหนังที่สร้างจากนิยายของ Nicholas Sparks แล้วล่ะครับ ตามดูทุกเรื่อง ส่วนหนึ่งก็คงเพราะชอบนิยายของพี่เขานั่นแหละ และส่วนใหญ่หนังที่ดัดแปลงจากงานของเขาก็ถือว่าออกมาดี

ยิ่งหลังๆ พี่ท่านนั่งเก้าอี้อำนวยการสร้างด้วยก็เลยคอยตรวจสอบทำให้หนังออกมากลมกล่อม แม้จะไม่เด็ดเท่านิยายไปเสียทุกด้าน แต่อย่างน้อยก็จะต้องได้กลิ่นหรือได้แก่นอะไรสักอย่างแบบนิยาย

The Longest Ride ว่าด้วยความรักระหว่างสาวน้อยผู้รักงานศิลปะนามว่า โซเฟีย แดงโก้ (Britt Robertson) และลุค คอลลินส์ (Scott Eastwood) หนุ่มนักขี่วัวพยศที่กำลังพยายามไต่อันดับไปสู่ตำแหน่งยอดนักขี่วัวระดับประเทศ ซึ่งทั้งสองมีโอกาสได้พบกันในการแข่งครั้งหนึ่งของลุค

แม้โซเฟียจะสนใจลุคแต่เธอก็พยายามไม่ติดต่อกับเขา เพราะอีกไม่นานเธอก็จะไปฝึกงานที่นิวยอร์กแล้ว ดังนั้นความสัมพันธ์คงไปไม่ถึงไหนหรอก แต่พอเธอและเขาได้มีโอกาสเจอกันอีก ความรู้สึกดีๆ ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตามลำดับ

นอกจากนี้เขาและเธอยังมีโอกาสได้ช่วยเหลือ ไอร่า เลวินสัน (Alan Alda) ชายชราที่ขับรถตกข้างทางจนบาดเจ็บ ซึ่งเรื่องราวของไอร่านี่แหละครับที่มีส่วนทำให้ความรักระหว่างโซเฟียและลุคเติบโตมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แล้วสุดท้ายโซเฟียจะเลือกไปทำงานในฝันที่นิวยอร์กไหม แล้วลุคจะประสบความสำเร็จในการขี่วัวพยศดังใจต้องการหรือไม่ คำตอบก็รออยู่ในหนังแล้วครับ

สิ่งแรกที่ไว้ใจได้เสมอสำหรับหนังจากนิยาย Sparks คือวิวสวยๆ ทิวทัศน์งามๆ อย่างฉากที่พวกเขาเดทกันริมทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยป่านี่สวยมากๆ ครับ ได้อารมณ์โรมานซ์สุดๆ ซึ่งหนังก็ไปถ่ายทำกันที่นอร์ธ แคโรไลน่าครับ มีวิวดีๆ และน่าสนใจให้ชมกันตลอดเรื่อง เรียกว่าใครที่โปรดหนังของ Sparks เรื่องที่ผ่านๆ ด้วยเหตุผลว่าวิวสวยล่ะก็ หนังเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์นั้นได้ครับ

สิ่งที่ชอบต่อมาคือดาราครับ Robertson เหมาะมากกับบทสาวแกร่งที่มีความมุ่งมั่น แล้วก็ซ่อนความอ่อนโยนน่ารักไว้ข้างใน ท่าทางและแววตาของเธอนับว่าเด่นมากครับ ส่วน Scott Eastwood (ลูกชายของปู่ Clint) ก็ถือว่าสอบผ่านสำหรับบทพระเอกที่ดูดี หล่อเหลา เพียงแต่ในด้านอารมณ์อาจยังไม่เด่นเท่าที่ควร

ส่วน Alda นี่หายห่วงครับ แสดงได้ดีอยู่แล้ว แต่คนที่ได้ใจแบบสุดๆ ต้องยกให้ Jack Huston (คนนี้ก็หลานของ John Huston) ในบทไอร่าวัยหนุ่ม การแสดงอารมณ์สุขใจ ผิดหวัง เศร้า และหวานอมขมกลืนนั้นถือว่าเยี่ยมทั้งหมด เยี่ยมจนไม่แปลกใจเลยครับที่เขาถูกเลือกให้รับบท จูดาห์ เบน-เฮอร์ ใน Ben-Hur เวอร์ชั่นล่าสุด

ว่าตามจริงหนังอาจจะไม่ได้ลงล็อคสุดยอดเท่า The Notebook หรือ A Walk to Remember เพราะจริงๆ หนังยังพร่องไปบ้างในเรื่องบท โดยเฉพาะมิติของตัวละครที่ยังไม่ลงลึกนัก ทำให้พระ-นางแม้จะเล่นดี ดูเข้ากัน และดูเหมาะสมกัน แต่ก็ยังไม่ถึงกับจะทำให้เราอินเป็นล้นพ้นเท่า 2 เรื่องข้างต้นที่ผมเอ่ยไป

ไปๆ มาๆ ผมออกจะอินกับคู่ของไอร่าและคนรักที่เรื่องราวของพวกเขานับว่าสอนใจคู่รักทั้งหลายได้อย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องความอดทน การปรับตัวเข้าหากัน หรือการต้องยอมรับว่าคนรักของเราแม้จะดีมากมายแค่ไหน แต่เขาหรือเธอก็ไม่มีวันที่จะทำอะไรหรือให้อะไรที่มันตรงใจเราไปเสียทั้งหมดหรอก

มันต้องมีบ้างล่ะครับที่เราและคนรักจะขัดใจกัน หรือไม่เข้าใจกัน หรือไม่สามารถตอบโจทย์ให้กันและกันได้ในทุกเรื่อง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราล่ะครับว่าจะยอมรับความจริงเหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน

โดยส่วนตัวผมชอบเรื่องราวความรักที่ไอร่ามีให้คนรักมากอยู่เหมือนกันครับ มันมาแนวเดียวกับ The Notebook น่ะ ว่าด้วยรักที่พร้อมจะให้ และให้ และให้ แม้จะไม่เข้าใจคนรักของตนไปเสียทั้งหมด แต่เขาก็พร้อมจะให้เท่าที่ให้ได้

และหากถึงที่สุดแล้ว ความพยายามของเขายังไม่เป็นผล เขาก็ไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้แสดงความรักแบบเต็มที่แล้ว เขาได้ทำหน้าที่คนรักที่สัญญาว่าจะรักและดูแลผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดชีวิตแบบสุดกำลังแล้ว

ผมชอบนะครับ มันอาจดูเป็นรักแบบแฟนตาซีหรือรักแบบนิยาย แต่มันก็เจือไว้ซึ่งความจริง มันสอนเราได้ว่าความรักก็แบบนี้แหละ มันคือความพอเหมาะพอดีของหัวใจคนสองคนในแต่ละขณะ ซึ่งมันอาจเพิ่มได้และอาจลดได้เสมอ

แต่ขอเพียงเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ผลจะออกมาอย่างไร ก็ขอให้ยอมรับและก้าวต่อไป…

“อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่า ยามที่ตัวฉันเองรักใครสักคน ฉันจะสามารถทำเพื่อเขาได้แค่ไหน

… หากสุดท้ายแล้วเธอจะจากไป ฉันก็ยังรู้สึกดีใจ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของความรักระหว่างเรา

… และอย่างน้อยที่สุด ฉันก็ยังเหลืออีกสิ่งหนึ่งให้รักต่อไป แม้ไม่มีเธอ… สิ่งนั่นก็คือ ตัวฉันเอง”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

สาระอีกประการคือ “อะไรคือสิ่งที่เราต้องการกันแน่?” อย่างการที่เราต้องเลือกระหว่างงานที่ชอบกับคนที่รัก สุดท้ายแล้วอะไรคือสิ่งที่เราปรารถนา อะไรคือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง นี่ถือเป็นคำถามที่ถามง่าย แต่กว่าจะตอบได้นี่ต้องคิดนาน หรืออาจต้องพบพานเรื่องราวหลากหลายเป็นปีๆ กว่าจะสรุปคำตอบนี้ได้

บางครั้งโชคดีก็พบคำตอบทันกาล แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่พบคำตอบตอนที่สายเกินไป

ซึ่งในหนังก็ถือว่าจุดประเด็นนี้ให้คู่รักได้ไตร่ตรองลองใคร่ครวญอยู่เหมือนกัน

+++++++++++++++++++++++++++

ครับ แม้บทอาจยังมีจุดพร่อง แต่โดยรวมถือว่าหนังทำออกมา ดูสนุก ดาราเล่นดี การเล่าเรื่องชวนให้ติดตาม และผมชอบตอนจบนะ มันอาจดูเป็น “จบแบบหนัง” แต่ผมว่ามันโรแมนติกและน่ารักมากๆ เลย เป็นลูกเล่นที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังรักมานานแล้วเหมือนกัน (สารภาพว่าชอบหนังเยอะขึ้นก็เพราะตอนไคลแม็กซ์นี่แหละ)

ถือเป็นงานกำกับที่น่าจดจำของ George Tillman Jr. ที่เคยทำให้ผมประทับใจมาจาก Men of Honor

สรุปว่าผมสนุกกับหนังครับ แต่ก็ไม่ต้องเชื่อผมมากก็ได้ เพราะหนังเรื่องนี้นักวิจารณ์ก็ไม่ค่อยปลื้มกันเท่าไร

ส่วนผม… จริงๆ ผมไม่เคยมองตัวเองเป็นนักวิจารณ์นะ ผมแค่ดูหนัง แล้วก็เล่า เรื่องไหนชอบบอกชอบ เรื่องไหนไม่ชอบก็ว่ากันไป เพียงเท่านั้นแหละ

และสำหรับเรื่องนี้ ผมชอบครับ ^_^

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements