รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Beyond (1981) มันอยู่ในโรงแรม

1363839341

งานกำกับของ Lucio Fulci ในหนังที่ถือเป็นเรื่องที่ 2 ในชุด Gates of Hell trilogy หรือไตรภาคหนังว่าด้วยประตูนรก หลังจากเรื่องแรก City of the Living Dead (1980) กล่าวถึงประตูนรกที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ ดันวิช ในนิวอิงแลนด์ มาเรื่องนี้ก็ว่าด้วยประตูนรกอีกเช่นกันครับ แต่คราวนี้เหตุมาเกิดที่หลุยส์เซียนน่า ณ. โรงแรมที่ชื่อ Seven Doors

หนังย้อนไปเล่าเมื่อปี 1927 เมื่อแขกของโรงแรมคนหนึ่งถูกชาวบ้านรุมสังหารจนตาย เนื่องด้วยชาวบ้านเชื่อว่าเขาคือ วอร์ล็อก พ่อมดชั่วในตำนาน แต่ชาวบ้านไม่รู้เลยครับว่าการทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการเปิดประตูนรก ปล่อยพลังชาวร้ายใต้พิภพออกมาสู่โลก

แล้วหนังก็ตัดกลับมาปี 1981 ซึ่งตอนนี้ ไลซ่า เมอร์ริล (Catriona MacColl) ผู้ได้รับมรดกเป็นโรงแรมแห่งนี้ได้กลับมาเพื่อปรับปรุงโรงแรมให้พร้อมเปิดบริการอีกครั้ง แต่ระหว่างการปรับปรุงนั้นก็มีคนงานตายไปหลายราย แต่ละรายก็ตายอย่างน่ากลัวทั้งนั้นครับ

และไลซ่าเองก็ยังได้พบเจอกับผีสาวตาบอดที่มาเตือนเธอให้รีบเอาตัวรอด รีบไปให้พ้นจากโรงแรมนี้ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป… แต่แล้วในที่สุด ไลซ่าก็ได้เจอกับความสยองสุดขั้ว เมื่อประตูนรกเปิดแบบเต็มตัว

หลายคนยกให้นี่เป็นหนังหนึ่งในสยองที่ดีที่สุดของ Fulci ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ เริ่มจากความสยองที่เยอะ จัดหนัก เลือดเต็ม ศพน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้แหวะหนักเกินเหตุอย่างใน City of the Living Dead คือในเรื่องนี้ถือว่าแหวะในระดับที่กำลังสยองน่ะครับ ดูแล้วอาจชวนให้เบือนหน้าหนี แต่ก็ไม่ได้เยอะจนเกินรับ และหลายๆ ฉากยังน่ากลัวแบบคลาสสิกด้วย ไม่ว่าจะฉากสยองในห้องเก็บศพ หรือฉากน่ากลัวในห้องใต้ดิน โอย เยอะครับสำหรับความน่ากลัวน่ะ รับรองไม่ผิดหวัง

และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่น่ากลัวนะครับ เนื้อเรื่องก็น่าติดตาม มีปมน่าสนใจหลายอย่าง ตั้งแต่สิ่งที่ผีสาวตาบอดพยายามจะบอกกับไลซ่า หรือการที่ปีศาจค่อยๆ โผล่มา จนถึงช่วงท้ายที่ผีมาแบบจัดเต็มนั่่น หนังไล่เรียงลำดับไคลแม็กซ์ได้ดีครับ น่ากลัวทีละนิด ตัวเอกก็หมดหวังทีละน้อย ก่อนจะสรุปเรื่องลงแบบที่… ต้องไปดูเองครับ เพราะตอนจบอันนี้ได้ชื่อว่าเป็นตอนจบที่ไม่ใช่ Happy Ending แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ Unhappy Ending ด้วย ฮ่า แล้วมันจบแบบไหน แนะนำให้ลองสัมผัสกันดูครับ

จังหวะความน่ากลัวและการเดินเรื่องผมว่ากำลังเหมาะนะ สยองมาก เรียกว่าคนขวัญอ่อนไม่เหมาะแก่การดูคนเดียวครับ ยิ่งดูคนเดียวในบ้านนี่อย่าเชียวนะครับ เดี๋ยวหลอนเอา ผมว่าดีกรีความสนุกนี่ไล่เลี่ยกับ Hellraiser เลยล่ะ ดังนั้นพอจะบอกได้ครับว่าถ้าใครชอบ Hellraiser (สองภาคแรก) น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากครับ

แล้วก็ตามเคยครับ Fulci ยังคงมีการแทรกสิ่งของเพื่อระลึกถึง H.P. Lovecraft (นักเขียนนิยายที่ถือเป็นต้นตำรับของพล็อตเรื่องแนว “สิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยองจากโลกมิติอื่น”) นั่นก็คือ Book of Eibon ซึ่งเป็นหนังสือบันทึกของไอบอน พ่อมดในตำนาน (จากนิยายของ Lovecraft) ที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยไปยังโลกอื่นเอาไว้ ก็เป็นการแทรกเพื่อเคารพ Lovecraft เช่นเคยครับ

หนังยังมีเกร็ดน่าสนใจอีกครับ เช่นว่าแรกเริ่มเดิมที Fulci กะจะให้หนังมีพล็อตประมาณบ้านผีสิงเท่านั้น ไม่ได้ให้มันอลังการยิ่งใหญ่และบทร่างแรกนั้นไม่มีซอมบี้เข้ามาเกี่ยวข้องเลย แค่เรื่องของหญิงสาวที่ต้องเจอผีปีศาจใจบ้านผีสิงเท่านั้น แต่พอดีว่าผู้อำนวยการสร้างชาวเยอรมันเห็นว่าในตอนนั้นหนังซอมบี้กำลังมาแรง และเขาไม่สนใจที่จะทำหนังบ้านผีสิงเท่าไร เลยเสนอให้ Fulci ปรับบทให้มีซอมบี้เข้ามาเกี่ยว เพิ่มฉากน่ากลัวตอนท้ายที่โรงพยาบาลเข้าไป ซึ่ง Fulci ก็เห็นด้วย และผลที่ได้ก็คือหนังที่แฟนๆ พากันชื่นชอบแบบนี้นี่แหละครับ เพราะจัดเต็มครบรส มีปีศาจเพียบ ความสยองเยอะ และความลุ้นในตอนท้าย

สรุปง่ายๆ ว่าคอหนังสยองห้ามพลาดครับ

ชื่ออิตาลีคือ …E tu vivrai nel terrore! L’aldilà ครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

ec4e00bf416360f50abc9218491a0118

Advertisements