รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Dumb & Dumber (1994) ใครว่าเราแกล้งโง่ หือ?

Dumb-and-Dumber-1994-movie-poster

จำกันได้ไหมครับ หนังสนุกสนานฮากันแบบไม่ต้องคิดอะไรมากของพี่น้องตระกูล Farrelly ที่ดังสุดๆ ไปจากหนังเรื่องนี้ ส่วนนาย Jim Carrey ก็ดังต่อเนื่อง แจ้งเกิดแบบแฮททริคเลยครับ จาก Ace Ventura: Pet Detective ต่อด้วย The Mask ตามด้วยเรื่องนี้อีก ซึ่งก็สมควรดังล่ะครับ เล่นได้ฮาตลกหลุดโลกขนาดนี้

เรื่องต๊องๆ มันเริ่มเมื่อลอยด์ คริสต์มาส (Carrey) พนักงานขับรถสุดต๊องที่ปิ๊งรักแรกพบกับ แมรี่ สวอนสัน (Lauren Holly) สาวสวยดูดีที่ใช้บริการรถของเขา ลอยด์ไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้ตั้งแต่แรกเห็น ขนาดเธอเดินลงรถไปแล้วก็ยังแอบมอง แล้วเขาก็เห็น… โอ้ เธอลืมกระเป๋าทิ้งไว้กลางสนามบินนี่ (จริงๆ เธอเปล่าลืมครับ เธอตั้งใจวางไว้ให้โจรเรียกค่าไถ่ที่จับตัวสามีของเธอไป) แต่ไม่รู้ล่ะ ลอยด์คิดว่าเธอลืมเลยวิ่งไปคว้ากระเป๋า วิ่งไปคืนเธอ… แต่ไม่ทันครับ เธอนั่งเครื่องบินกลับบ้านที่เอสเพนไปแล้ว

แบบนี้ไม่ได้ครับด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลก และเพื่อหญิงสุดสวยคนนี้ เขายอมตายถวายชีวิตเพื่อจะเอากระเป๋าไปคืนเธอให้ได้ เขาเลยชักชวนแฮร์รี่ ดันน์ (Jeff Daniels) ที่ดีกรีติงต๊องพอกัน ในการเดินทางเอากระเป๋าไปคืนให้แมรี่… เอาล่ะครับ สองต๊องลงถนน เรื่องบ้าๆ วุ่นๆ ก็เตรียมไหลมาเทมาได้เลย

ครับ แม้หลายคนจะว่าหนังมันต๊อง เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน (เปรอะจริงๆ ครับ มีน้ำมูก มีปัสสาวะปรากฏในหนังเป็นพักๆ) แต่มันสนุกครับ สนุกแบบไร้เทียมทานจริงๆ คนเราอะไรมันจะต๊องได้หลุดโลกขนาดนั้น มุกกระหน่ำตลอดทั้งเรื่อง ต้องชม Carrey กับ Daniels ด้วยละครับ ทำไปได้ ต๊องขนาดนั้น เล่นฮาแบบไม่ห่วงหล่ออะไรทั้งสิ้น แล้วก็ต้องได้ใจอีกด้วย ชอบน่ะครับ ผมล่ะติดใจฮาตั้งแต่ตอนดูตัวอย่างแล้ว มุกเพียบ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามุกดีๆ มันจะอยู่ในตัวอย่างหมดหรือเปล่าหว่า (แบบหนังตลกบ้านเราบางเรื่อง) แต่ที่ไหนได้ ไม่เลยครับ มันฮาบ้าคลั่งตลอดเวลา ฮาจนเหนื่อยน่ะครับ

แต่ถ้าใครไม่ชอบหนังที่มีมุกเลอะเทอะ สกปรกหน่อยๆ ก็อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่น่ะครับ อันนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมด้วย

adum2

แต่ถ้ารับได้ ก็ฮาแน่นอนครับ ดูกี่รอบก็ยังฮาอยู่ ไม่รู้จะฮาอะไรนักหนา พี่น้อง Farrelly ก็อารมณ์ดีเหลือเกินครับ มุกเยอะ สนุก ด้านความเป็นหนังก็โอเคนะครับ น่าดูดีครับ ไปเรื่อยๆ เพราะหนังก็ออกแนว Road Movie เดินทางไปเรื่อยๆ เปลี่ยนโลเกชั่นและสถานที่ในการสร้างความฮาไปเรื่อยๆ หนังเลยไม่ค่อยน่าเบื่อครับ ตอนดูสมัยก่อนผมยังอุทานในใจเลยว่า “ไอ้พวกนี้บ้าจริง” อย่างมุกหนึ่งนี่จำได้แม่นครับ ที่ลอยด์พยายามจะโทรหาแมรี่ บอกว่าเธอลืมกระเป๋า แต่ไม่มีเบอร์ก็เลยพยายามนึกชื่อสกุลว่าเธอนามสกุลอะไร นึกไปนึกมาก็ไม่ใช่ แฮร์รี่เลยเสนอให้ “ดูที่กระเป๋าสิ” ลอยด์ก็ดูครับ พร้อมบอกว่า “นี่ไง แซมโซไนท์ แหม ฉันน่าจะนึกออกนะ” มุกนี้ผมล่ะฮายาวเลยครับ คิดได้ไงอ้ะ (ก็แซมโซไนท์มันยี่ห้อกระเป๋าครับ ไม่ใช่ชื่อสกุล )

ไม่น่าแปลกใจครับที่หนังจะบ้าคลั่งทำเงินไป $127 ล้าน (ทั่วโลกได้ไปร่วมๆ $246 ล้านน่ะครับ)ฮากระจายขนาดนี้ ผมยังชอบเลยครับ สนุกจริงๆ คลายเครียดได้สบ๊าย สบาย

เกร็ดเล็กน้อยของหนังก็คือ ชื่อตัวละครครับ แฮร์รี่ กับ ลอยด์นั้นก็เอามาจากชื่อนามสกุลของดาราตลกหนังเงียบคนดัง Harold Lloyd ครับ แล้วตอนแรก บทลอยด์นั้น ผู้สร้างก็มองดาราอย่าง Steve Martin กับ Martin Short ไว้ แต่พอทั้งสองปฏิเสธโอกาสก็เลยมาถึง Carrey ครับ ก็เลยดังไม่เสร็จมาถึงป่านเนี้ย โชคดีจริงๆ

ผมก็คงไม่ว่าอะไรมากล่ะนะครับ ของเขาฮาจริง สนุกจริงๆ ดูคลายเครียดได้ตามสบายครับ อีกอย่างผมล่ะชอบเวอร์ชั่นพากย์ไทย เวอร์ชั่นโรงน่ะครับ ที่ได้พี่จักรกฤษณ์ (เสียงพระเอกประจำ CVD สมัยก่อน) กับพี่ปิยะ (เสียงพระรองที่มักจะพากย์คู่กับพี่จักรกฤษณ์ ที่ตอนนี้มาพากย์เป็นพระเอกซีรี่ส์ TPBS แล้วน่ะครับ) สองคนมาคู่กัน ก็บ้ากระจายอ้ะครับ ฮามากๆ ไม่รู้จะหาเวอร์ชั่นนั้นได้อีกไหมเนี่ย ผมละอยากเก็บจริงๆ

ฮามากๆ สาระจริงๆ ก็ไม่ได้มีเป็นชิ้นเป็นอันหรอกครับ มันฮาแบบเจตนา ไม่เน้นแง่คิดหรืออะไร อ้อ อีกอย่าง ผมว่าบรรยากาศเอสเพนสวยงามมากครับ เลือกโลเกชั่นได้ดีจริงๆ (จำได้สมัยพากย์ไทยเวอร์ชั่นแรก แกพากย์ว่าเป็นภูกระดึงครับ… ทำไปได้)

ก็เลยได้สองดาวครึ่งแบบเจตนาครับ

Star22

(7/10)

Advertisements