รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Blind Date (1984) นัดบอดแล้วแอบสอดรัก

v1.bTsxMTI5MTE4MjtqOzE3ODE1OzEyMDA7MjAwMDszMDAw

นี่คือภาพยนตร์ที่หลายคนเคยถามผมตอนผมพูดถึงเรื่อง Blind Date หนังตลกของ Bruce Willis กับ Kim Basinger ที่กำกับโดย Blake Edwards แล้วสับสนระหว่างชื่อไทย ว่าเรื่องนั้นที่เป็นหนังตกลมันน่าจะเชื่อ นัดบอดแล้วแอบสอดรักไม่ใช่หรือ ผมก็ตอบไปว่าไม่ใช่นะครับ เรื่องนั้นชื่อ นัดบอดแล้วแอบ … สอนรัก ครับ ส่วนชื่อที่ท่านว่าเป็นของเรื่องนี้นะฮะ

ซึ่งการที่ชื่อไทยตั้งใกล้เคียงกันนั้นก็สันนิษฐานว่าคงไม่ได้เป็นเจตนาแต่แรกน่ะครับ คืออย่างนี้ หนังได้รับการเอามาฉายเป็นหนังรอบดึกทางช่อง 3 ครับ คนเอามาฉายตอนแรกอาจคิดว่า มันคือ Blind Date ของ Bruce Willis ครับ แต่พอจะฉายแล้วพบว่าไม่ใช่ ก็เลยพลิกชื่อนิดนึง จาก “สอน” เป็น “สอด” แทน

Blind Date อันนี้เป็นเรื่องราวของ โจนาธาน แรตคลิฟฟ์ (Joseph Bottoms) ชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุตาบอด แต่ด้วยวิทยาการที่ล้ำหน้า เขาจึงสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง แต่ไม่สมบูรณ์นะครับ เขามองเห็นประมาณเดียวกับแดร์เดวิลน่ะ เหมือนเป็นเรดาห์มากกว่า

แล้วเขาก็ได้ไปพบเงื่อนงำของฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตอย่างไม่ตั้งใจ เจ้าฆาตกรรายนี้ชอบเชือดสาวๆ สวยๆ ให้ตายคาที่ไปหลายราย โจนาธานเลยออกโรงหาทางจัดการกับมันด้วยตนเอง

ผมได้ชมหนังเรื่องนี้จากช่อง 3 นะครับ เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม ปี 2544 สมัยนั้นยังมีหนังรอบดึกฉายทางช่อง 3 … แหม บอกตามตรงยุคนั้นถือเป็นยุคที่ผมมีความสุขมากอีกยุคหนึ่งนะครับ เพราะหนังมีรายการดีๆ หลายเที่ยงคืนเยอะแยะ อย่างพวกรายการโบจอยซ์อะไรทำนองเนี้ย (55555 ) แต่ที่ผมชอบที่สุดคือหนังรอบดึกที่ช่อง 3 ชอบเอามาฉายน่ะครับ ส่วนใหญ่มักเป็นหนังไม่ดัง แต่ก็ดูได้ บางเรื่องแปลกตาอีกต่างหาก มีลีลาการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนหนังตลาดอะไรทำนองนั้นน่ะครับ หรือไม่ก็เป็นหนังที่ดาราดังๆ ในยุคนี้เคยเล่นไว้ตอนยังไม่ดัง แหม นึกแล้วมีความสุขครับ เพราะผมลุ้นทุกคืนวันจันทร์ว่าจะมีเรื่องอะไรมาฉายน้า เพราะช่องเขาจะไม่แจ้งโปรแกรมบอกก่อน ก็ลุ้นทุกวัน มีอยู่คืนหนึ่งดีใจสุดขีดเพราะได้ดูหนังที่ Jim Carrey แสดงไว้ แล้วก็อีกคืนดูหนังที่มีดาราอย่าง James Marsden กับ Denise Richards ร่วมกันแสดง อืมม์ …

นึกย้อนไปแล้วมันสุขใจจริงๆ … ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว มีแต่รายการข่าวๆๆๆ หรือไม่ก็ ควานต้อม เทเลวิชั่น “ชูสไวส์สะลี่ ลีฟเวลลลลลล์” …. อยากดูหนังเฟ้ย ไม่ได้อยากซื้อของ

182435_front

กลับมาเรื่องหนังนะครับ ก็เป็นแนวฆาตกรรมที่ไม่ลึกลับอะไร แต่แนวงการเดินเรื่องนับว่าโอเคเลยครับ ตอนผมดูก็ไม่รู้เรื่องมาก่อนนะ เปิดมาก็เหมือนจะเป็นหนังชีวิต โจนาธานพระเอกของเรื่องก็มีชีวิตที่ดี ซ้ำยังคบหากับผู้ช่วยสาวของเขาเองที่ชื่อแคลร์ ซิมป์สัน (Kirstie Alley ที่ตอนนั้นสาว สวยสุดๆ ครับ) แต่พอดูๆ ไปก็เกิดเหตุให้โจนาธานตาบอด หนังก็เริ่มน่าสนใจครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าหนังมันจะไปทางไหน ปรากฏหนังเข้าเรื่องสืบคดีทันที

การตามสืบของโจนาธานก็ไม่เลวนะ คือพี่แกมองเห็นไม่สมบูรณ์ก็จริง แต่ก็เดินไปไหนมาไหน เดินสะกดรอยคนร้าย ไปซุ่มซ่อนคำนวณสถานที่ที่มันน่าจะไปอะไรเงี้ยครับ ซึ่งผมว่าส่วนนี้ทำได้น่าติดตามดี เพราะฉากต่างๆ มันลึกลับ แล้วยิ่งหนังได้ฟิล์มแบบเกรนแตกๆ มาช่วย ยิ่งให้อารมณ์ลึกลับได้อีกโข

ก็ต้องชมผู้กำกับ Nico Mastorakis ด้วยล่ะครับ ทำได้ไม่เลว บางฉากนี่ให้อารมณ์เดียวกับ Dirty Harry เลยล่ะ (แต่แค่บางฉากครับ ไม่เยอะหรอก)

สาเหตุหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าหนังออกรสคงเพราะดูตอนดึกด้วยล่ะครับ บรรยากาศเลยให้ มันเหมือนเราเดินตามพระเอกไปสำรวจตามแหล่งต่างๆ ยามค่ำคืน (เพราะฆาตกรลงมือกลางคืนครับ)

ผมดูจนจบ End Credits นะครับ เห็นมีเขียนไว้ว่าจะมีภาคต่อด้วย แต่ก็ไม่เจอครับ สงสัยภาคแรกดังไม่พอ

ผมอาจจะชอบในสไตล์แปลกๆ ของหนังนะครับ มันเหมือนหนังพาเราออกไปเดินท่อมๆ ในเมืองกลางดึกสงัด ที่อาจมีฆาตกรโผล่มาได้ทุกเมื่อ จุดนี้ไม่เลวเลยครับ แต่ถ้าท่านดูอย่างตอนกลางวันอาจเฉยๆ … ผมว่าจังหวะตอนดูมันมีผลจริงๆ นะครับ

ผมก็ไม่คิดว่าท่านจะหาดูที่ไหนได้หรอกครับ แต่อยากพูดถึงไว้ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำน่ะครับ ส่วนตัวหนังก็โอเค ไม่เลว แต่ก็ไม่ได้สุดยอด พวกเนื้อหาและอื่นๆ ไม่ได้ยอดเยี่ยมหรอกครับ ที่ผมชอบคือบรรยากาศการเดินตระเวนยามค่ำที่ทำได้สมจริงเท่านั้นเอง

ใกล้ๆ สองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements