Horror

Disturbing Behavior (1998) สะกดพฤติกรรมสยอง

MV5BNjcxNGQ2MTktZGI0OC00YTA3LWFlMWUtYzA5NDM5Y2E5NzU3XkEyXkFqcGdeQXVyMTQxNzMzNDI@._V1_

นี่ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่แนะนำผมให้รู้จักกับสาวน้อยหน้าตาไม่เหมือนใครแต่ก็มีเสน่ห์อย่าง Katie Holmes

แต่จุดที่ทำให้ผมอยากดูไม่ใช่ดาราหรอกครับ แต่เป็น David Nutter หนึ่งในผู้กำกับก้นกุฏิ The X-Files ที่ขยับมาทำหนังใหญ่กับเขาบ้าง เนื้อหาก็มีกลิ่นอาย The X-Files พอตัว เมื่อหนุ่มน้อยสตีฟ คลาร์ก (James Marsden) ต้องย้ายมาเรียนที่ใหม่ เขาก็ได้พบกับ เกวิน สตริ๊ก (Nick Stahl) และ ราเชล แว็กเนอร์ (Katie Holmes) สองเพื่อนซี้เด็กนอกแถวที่ไม่ได้เคร่งเรียน แต่จะชอบใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากกว่า

เกวินได้แนะนำให้สตีฟรู้ว่าโรงเรียนของเขามีเด็กสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือเด็กทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เรียนดีและไม่ได้มีระเบียบ กับอีกหนึ่งกลุ่มคือพวก บลู ริ้บบอนส์ เด็กเรียนที่ขยัน เคร่งกฎระเบียบ แต่งกายก็ตามยูนิฟอร์มโรงเรียนเป๊ะ ซึ่งมันออกจะเนี๊ยบจนผิดสังเกตไปหน่อย

สามหน่อของเราเลยออกตามล่าหาความจริง จนพบว่า ดร.เอ็ดการ์ คัลดิค็อตต์ (Bruce Greenwood) อาจารย์ในโรงเรียนได้ลงมือทดลองปรับพฤติกรรมเด็ก ใช้โปรแกรมทำให้เด็กขี้เกียจหรือชอบทำตัวนอกคอกให้กลายเป็นเด็กเรียนแบบพวกบลู ริ้บบอนส์แทน แต่การทำเช่นนี้มีผลข้างเคียง นั่นคือ กลุ่มบลู ริ้บบอนส์พวกนี้มักจะมีอาการคลั่งทำร้ายคนเป็นระยะๆ

แล้วพวกเขาจะหยุดยั้งแผนล้างสมองได้ทันไหม หรือพวกเขาจะโดนจับล้างสมองกลายเป็นพวกบลู ริ้บบอนส์เสียก่อน อันนี้ไปเดาไปลุ้นกันนะครับ

โทนหนังเป็น The X-files เวอร์ชั่นวัยรุ่น พวกฉากมืดๆ แล้วก็ตัวละครมีพฤติกรรมแปลกๆ นี่ใช่เลยครับ จากนั้นก็มีการตามสืบหาความจริง รับมือกับพวกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้าย บรรยากาศน่ะใช่ครับ แต่เรื่องความสนุกมันไม่ได้มากมายเท่าไร มีฉากช็อกบ้างแต่ก็ไม่เยอะครับ ดูๆ ไปก็ไม่ได้น่าติดตามนัก ส่วนดาราก็โอเคล่ะครับ แม้จะหน้าใหม่ (ในตอนนั้น) แต่ก็ใช้ได้ อย่าง Marsden และ Holmes แต่คนที่เด่นจริงๆ คือ Stahl ครับ ดูแล้วจำพี่แกได้มากกว่าคนอื่นอีก ส่วนดารารุ่นใหญ่ก็มี Greenwood ที่มาออกแนวตัวร้ายตามสูตรกับ William Sadler ในบทดอเรียน นิวเบอร์รี่ภารโรงที่รู้ความลับบางอย่าง รายหลังก็เล่นได้ดีตามเคยครับ แต่ก็ไม่ใหม่อีกนั่นแหละ พี่แกชอบเล่นบทนี้ประจำอยู่แล้วนี่หน่า

ว่ากันตามจริงหนังเดาได้ครับ และ The X-files บางตอนยังเข้าท่ากว่ามาก แต่ยังไงก็เถอะ หนังก็มีสาระชวนคิดติดไม้ติดมือ เรื่องเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่นน่ะครับ ว่าเราไม่จำเป็นต้องไปบังคับให้ลูกเรียนดีอย่างเดียวเท่านั้น อย่าไปบังคับเขาให้มากเกินไปเลยครับ เดี๋ยวลูกจะตะเลิดไปไกล รู้ไหมครับว่าอันที่จริงเด็กเรียนดีน่ะ เขาไม่ได้นั่งเฝ้าตำราทั้งวันหรอก แต่เขารู้จักบริหารเวลาและความคิด ตอนเรียนก็ตั้งใจ ตอนพักก็เต็มที่ เพื่อให้สมองได้ปลอดโปร่งโล่งสบาย พร้อมรับความรู้ใหม่ต่อไป ดังนั้นหากคุณจะบังคับให้ลูกอ่านแต่หนังสือๆๆๆๆ จะได้เรียนดี เห็นทีสิ่งที่คุณจะได้ตอบแทนอาจกลายเป็นลูกที่เต็มไปด้วยความกดดันและเคร่งเครียดก็เป็นได้

เลี้ยงลูกเราก็ควรยึดหลักมัชฌิมาครับ ผมหมายถึงทางสายกลาง อย่าไปตึงกับลูกมากครับ ทางที่ดีควรสอนให้ลูกเข้าใจถึงข้อดีในการเรียน เพื่อให้เขาอยากเรียนเป็นทุนครับ ไม่ใช่ไปข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า โคที่ไหนจะยอมล่ะจริงไหมครับ เราต้องทำให้เขารู้ประโยชน์และรู้ว่าทำไมถึงควรทำ ทำแล้วให้ประโยชน์แค่ไหน คนอื่นทำแล้วดีอย่างไร ค่อยๆ ครับ ของแบบนี้ใจร้อนไม่ได้ คนที่ใจร้อนนี่บ้านเป็นไฟมานักต่อนักแล้ว

อันนี้ดูแล้วก็คิดนะว่าทำไมเด็กบลู ริ้บบอนส์ถึงเรียนดีแต่นิสัยร้ายแบบอาละวาด ก็ธรรมชาติวัยรุ่นมันต้องมีทั้งเรียนและเล่นนี่ครับ นี่ดันกดด้านเล่นไว้ ให้มีแต่ด้านเรียน แล้วสมดุลก็เสียหายหมดสิ ไม่อาละวาดก็แปลกแล้วล่ะ

สรุปคร่าวๆ ว่าไม่ดูไม่เป็นไรครับ เอาเวลาไปดู The X-Files จะดีกว่า ตัวหนังเองก็ไปไม่ได้ไกล รายได้ไม่เยอะ (ทำเงินราว $17.5 ล้าน ส่วนทุนสร้าง $15 ล้าน จัดว่าเข้าเนื้อครับ) ส่งผลให้ Nutter ต้องลงไปทำหนังทีวีตามเดิมครับ

สองดาวพอครับ

Star21

(6/10)

Untitiled05243