รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

คอนเสิร์ต โอโน่ Uncensored (2004)

367500001678_b

ครับ ผมรู้ว่านี่ออกจะเป็นการผิดวิสัยหน่อย จู่ๆ จะเอาพวกทอล์คโชว์ พวกคอนเสิร์ตมาเขียนเป็นรีวิว คืออาจจะไม่แปลกสำหรับท่านอื่นๆ นะครับเพราะผมว่าก็มีอยู่แล้วล่ะ คนที่รีวิวงานแบบนี้ แต่สำหรับผมคงต้องบอกว่านี่ครั้งแรกครับ เพราะปกติเอาแค่หนังก็แทบไม่มีเวลาจะทำอย่างอื่นแล้ว นี่ก็ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกันอารมณ์ไหนเนี่ย

พอลองนั่งเช็คก็คือ คงต้งบอกว่ามันดูเยอะๆ แล้วมันซึมเข้าหัวมั้ง

ก็ขอบอกความลับเลยนะครับ ว่าส่วนมากเวลาที่ผมจะเขียนรีวิวหนังหรือเขียนอะไรก็ตาม ผมมักจะต้องเปิดอะไรฟังเพื่อไม่ให้มันเหงาเกินไป ถ้าไม่ใช่เพลงก็จะเป็นพวกทอล์คโชว์ เพราะมันฟังเพลินไงครับ บางทีก็ได้ไอเดียอีกต่างหาก

และโอโน่โชว์นี่ก็เป็นอันที่ผมเปิดฟังบ่อยสุด รองลงไปก็คือพวกเดี่ยวของพี่โน้ส อุดม แล้วก็ทอล์คโชว์ของอาจารย์จตุพล เอามาเปิดซ้ำดูเวียนอยู่ได้ ซึ่งสำหรับผมมันก็เพลินดีนะครับ

แล้วก็ลองตั้งคำถามต่อตัวเองว่าทำไมเราดูโอโน่บ่อยจังวะ ทั้งๆ ที่ปกติผมแทบจะไม่ได้ดูรายการโอโน่เลยนะ ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ ชอบ แต่ไม่ค่อยมีเวลาดู

แต่ผมชอบพี่โอกับพี่โน่มากเลยนะ แล้วก็พี่ๆ ร่วมก๊วนอย่างพี่กมล พี่เคลลี่ ชอบทีเดียวครับ ตอนทำ X4 นี่ผมก็ชอบน่ะ (แต่ก็ตามเคย ไม่มีเวลาดู)

ดูแล้วมันทำให้นึกถึงพวกผมมั้งครับ ผมว่าไอ้พวกสุภาพบุรุษอย่างพวกเราๆ ต้องมีน่ะ ก๊วนฮาๆ พรรคพวกที่ไปไหนไปกันและเคยก่อวีรกรรมเอาไว้มากมาย ทั้งดีและไม่ดีและไม่ดีอย่างแรง ส่วนพวกผมนี่กรรมดีแทบไม่เคยก่อครับ ถนัดเรื่องเครื่องครัวอย่างเดียวเลย (หม้อไงครับ)

มันคงเป็นเหตุหนึ่งที่ผมชอบเอาโอโน่โชว์มาเปิดบ่อยๆ ไม่ว่าจะชุด อันเซ็นเซอร์ หรือจะ Back to Virgin ดูทีไรได้ใจทุกที ไม่ใช่เพราะฮาเท่านั้น แต่มันได้อารมณ์คิดถึงความหลังตอนเพื่อนๆ ยังรวมตัวกันแน่นหนา ซึ่งก็คือช่วงเรียนน่ะครับ ตอนเราเรียนมันจะมีอะไรล่ะ เจอกันทุกวัน พอเรียนหมดวันก็วางแผนจะไปก่อกรรมทำมั่วกันประจำ บางวันเจอหน้ากันไม่ทันเข้าเรียนก็วางสถานที่สำหรับยามเย็นเรียบร้อยแล้ว … เอาเป็นว่าประเทศชาติอย่ามาฝากความหวังกับพวกผมเลยครับ

ส่วนตอนนี้โตแล้วครับ เรียนจบก็มีงานมีการแยกกันไป นานๆ ทีเจอกันก็ยังมีอะไรให้สนุกสนานกัน แต่ก็นั่นแหละครับ มันไม่ได้ไปไหนไปกันแบบสมัยเด็กๆ อีกแล้วล่ะ

นั่นแหละครับส่วนหนึ่งที่ผมชอบมันทำให้ผมนึกภาพตอนก๊วนจิตหลอนของเรายังประจำการอยู่ที่ซุ้มจิตวิทยา ที่ ม.เกษตร ทำให้นึกถึงความผูกพันแบบลูกผู้ชาย ไม่ใช่เกย์นะครับผม บอกไว้ก่อน (จะเกย์ยังไงวะ เล่นเอะอะก็มองหาสตรีเพศเป็นว่าเล่นแบบเนี้ย )

และอีกส่วนหนึ่งที่ผมดูบ่อยๆ คงเพราะมันเพลินน่ะครับ ฮาดี ขำๆ แก้เหงาได้ บางทีการอยู่ในห้องคนเดียวถ้าเงียบเกินไปหรือหมกมุ่นกับความคิดตนเองล่ะก็ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักหรอกครับ อาจจะจมทางอารมณ์ได้

ดังนั้นจะบอกว่านี่เป็นรีวิวก็ไม่เชิงนะครับ เพราะมันเหมือนถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีต่อ โอโน่ อันเซ็นเซอร์ มากกว่า ผมคงไม่มาบอกว่าตรงนี้ดี หรือตรงนี้ไม่ดีนะ ต้องเพิ่มมุข คือมันไม่ใช่น่ะครับ การแสดงสดแบบนี้มันคนละเรื่องกับหนัง

ถ้าว่ากันถึงคอนเสิร์ตนี้ ผมก็ชอบล่ะครับ ยิ่งพวกบรุษที่ชอบเรื่องสนุกๆ ของชีวิต เจ้าชู้หน่อย ไม่คิดอะไรมากมาย ปล่อยชีวิตไปตามครรลอง เฮฮาไปเรื่อยๆ ผมดูไปก็เพลินล่ะครับ คิดดูแผ่นออกมาจะสองปีแล้วนะ แต่ผมก็สบายใจที่จะดูซ้ำแล้วซ้ำอีก ขำกับมุขสารพัด ยอมรับว่าพี่โอกับพี่โน่ยิงมุขส่งต่อกันได้ดีมากๆ อ้ะครับ ลื่นจนดูซ้ำก็ทีก็ยังได้ ดูเพลินจริงๆ ยิ่งพวกเจ้าชู้ๆ ม้กๆ สุภาพบุรุษเครื่องครัวอย่างพวกผมนี่ชอบนักแหละ

ono

ผมก็ชื่นชมหมดล่ะครับ จะพี่โน้ส อุดม พี่โอ พี่โน่หรือจะอาจารย์จตุพลและอาจารย์อีกมากมาย ไม่เก่งจริงทำไม่ได้หรอกครับ แสดงนานๆ ต้องให้คนขำและคิดไปด้วย นับถือครับ

แต่การแสดงชุดนี้ไม่ได้มีแค่ขำนะ มีช่วงซึ้งแบบไม่น่าเชื่อ อย่างตอนที่พี่โอมาร้องเพลง “ล่า” เป็นต้น เล่นเอาอึ้งไปเลยเหมือนกันครับ เหมือนได้เห็นแง่มุมบางอย่างของพี่โอไปอีกอัน เห็นแกดูขำๆ แต่ก็มีมุมให้ตรอมใจเหมือนกันนะ ใครเคยมีอารมณ์คล้ายพี่เขาล่ะผมว่ามีน้ำตาซึมน่ะครับ ผมเองตอนดูรอบแรกก็เข้าใจอารมณ์เหมือนกัน ตาก็อุ่นๆ ปริ่มๆ อยู่

ไม่รู้นะครับ ผมว่าการแสดงแต่ละชุด การจะเดี่ยวหรือทอล์คโชว์ของแต่ละรายก็มีแบบเฉพาะตัวทั้งนั้น อย่างของพี่โน้สนี่ฮาเยอะ แรกๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่มาเดี่ยวหลังๆ นี่ชักจะมีมุมมองมันส์แทรกๆ เยอะขึ้น ไหนจะประสบการณ์ชีวิตอีก หรือจะ อ.จตุพล ที่พูดกึ่งสอนกึ่งขำตลอด

ส่วนงานพี่โอพีโน่นี่ เหมือนชายสองคนมาแสดงความเป็นของตัวเองให้คนดูได้รับทราบน่ะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่ของง่ายนะที่จะเอาความเป็นตัวเอง เอาเครื่องหมายการค้าของตนมาถ่ายทอด แล้วให้ขำได้ ให้ซึ้งก็ได้ โดยที่คนดูไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดน่ะ

ดูรอบแรกๆ มันขำครับ ดูรอบหลังๆ ก็ขำไม่เลิก แต่ที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็คือการมอง การลองคิดเกี่ยวกับตัวพวกพี่เขา และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งดูก็เหมือนยิ่งรู้จักพวกพี่ๆ เขามากขึ้นน่ะ

และที่เจ๋งคือ มันทำให้เรายิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นไปด้วย

อย่างรอบล่าสุด รอบปัจจุบันที่ผมดู ผมก็ฟังเพลงหลายอันนะ เพลงที่พี่โน่บอกจะเอามาออกอัลบั้มใหม่ ซึ่งก็ไม่เห็นมีวี่แววซะที รอแล้วรอเล่า ไม่ทราบเกิดอะไรเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ผมว่าเพลงทุกเพลงน่าฟังมาก ให้อารมณ์มากๆ อย่างเพลง “ผมน่ะเหรอ … เจ้าชู้” รอบแรกๆ ไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้ผมนั่งกรอไปกรอมาฟังอยู่นั่นแล้วครับ ฟังแล้วมันเหมือนมีอะไรกรีดจี๊ดๆ ที่ใจจริงๆ เนื้อมันโดนนะ คือกับบางท่านผมว่าฟังเพลงนี้แล้วอาจจะเหมือนเป็นเพลงแก้ตัวจากคนเจ้าชู้ แต่เชื่อผมเถอะครับ มันไม่ใช่คำแก้ตัวหรอกนะ บางทีมันก็จริงครับ คนเจ้าชู้จริงๆ ก็คือคนที่อยากตามหาอะไรยึดเหนี่ยวที่ใจ

ส่วนมากก็คล้ายๆ กันครับ ตอนหนุ่มก็หนุกหนาน ไล่หม้อไป ไล่จีบไปเรื่อยๆ แต่เมื่อทำไปซักพักหนึ่ง ทุกคนที่หม้อๆ ก็จะมีบางอารมณ์บางความรู้สึกงอกเข้ามาในใจเรา … เหงาไงครับ

บอกพวกสุภาพบุรุษพันธุ์เดียวกันไว้ล่วงหน้าครับ เชื่อเถอะ ต้องมีซักช่วงน่า ที่ท่านจะต้องการใครสักคนจริงๆ ไม่รู้สิ สำหรับผมการตามหา การตามหม้อหรืออะไรมันก็เหมือนเป็นการหว่านแหหาใครซักคน ที่ใช่ … ครับ มันฟังเห็นแก่ตัว ผมยอมรับเลย แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ จริงสำหรับผมและพวกสุภาพบุรุษพันธุ์เดียวกันอีกหลายราย

บางทีที่เราคุยดะ ไม่ใช่เพื่อจีบหรอกครับ แค่หาใครซักคนเป็นเพื่อนคุยเท่านั้น …

เพลง “ผมน่ะเหรอ เจ้าชู้” ที่ว่านี้ เนื้อหาโดนนะ ดนตรีก็ดีครับ ฟังแล้วให้จี๊ด ทำนองช้าๆ ได้อารมณ์สิ้นดี

ส่วนเพลงอื่นๆ อีกหลายอันในคอนเสิร์ตส่วนมากผมจะชอบหมดเลยนะ อย่างเพลง “ด้วยรักและไขมัน” ก็เพลินดี เสียดายจริงๆ ครับที่ไม่ออกอัลบั้มมาจริงๆ เพราะผมคนหนึ่งล่ะที่รอซื้ออยู่ ชอบครับ

นี่มั้งครับว่าทำไมผมถึงชอบ เหมือนนั่งดูคนอารมณ์คล้ายๆ กันออกทอล์คโชว์ เลยเหมือนเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่คอเดียวกันน่ะ ถ้าเป็นการคุยก็คือคุยถูกคอ ถ้าเป็นอาหารก็คือถูกปาก ส่วนอันนี้คงต้องเรียกว่าถูกทั้งหูตาคอจมูกล่ะมั้ง

เรียกว่าเพลินทั้งเพลง ทั้งมุขและความขำ ประสบการณ์ที่พี่ทั้งสองเอามาเล่าก็มันส์ดี ยิ่งตอนว่ากันข้ามฉากที่ฮามากครับ หรือตอนพอลล่ามาก็น่ารัก อิอิอิ

ไม่รู้ดูกันหมดรึยังนะ แต่ผมชอบน่ะครับ เพลินและสนุกสนานเฮฮา ยิ่งพวกหม้อๆ ม้กๆ ก็น่าจะชอบกัน พวกเจ้าชู้นี่น่าจะชอบแบบลื่นอย่างแรงเลยล่ะครับ เพราะมันโดนในหลายสถาน ไอ้โดนตรงมุขก็หนึ่ง แล้วโดนตรงเพลงอีกต่อหนึ่ง

ผมคงเปิดดูเวียนซ้ำอีกหลายรอบล่ะครับ

เรื่องดาวผมไม่ให้นะ อันนี้บอกไว้ก่อน มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวมากๆ ครับ จะไปให้ดาวก็ไม่ถูกหรอก บอกได้แค่ว่าชอบหรือไม่เท่านั้นเอง อย่างอันนี้ถ้าใครไม่ชอบความม้กๆ หรือความหม้อๆ อาจจะแบนไปเลยก็ได้จริงมั้ยล่ะครับ

ส่วนผม บอกได้ว่าเข้าทางดี เข้าไปโดนตรงความรู้สึกด้วย เป็นอีกหนึ่งงานที่ผมชอบมากล่ะครับผม

บางทีเมื่อเราเหงาๆ เราก็ต้องการแค่ ใครสักคนเท่านั้นเอง

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

20180924_201813

 

Advertisements