รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Nightmare on Elm Street (2010) นิ้วเขมือบ

1305283045

พอได้ยินข่าวการรีเมคนิ้วเขมือบ พร้อมทั้งข่าวที่ว่าพี่ Robert Englund ที่ผูกขาดบทนี้มาตลอดจะไม่มาเล่นเป็นเฟรดดี้ ผมก็เกิดความหนักใจแทนทีมงานทันทีครับ เพราะโจทย์ที่ยากที่สุดคือ จะทำยังไงให้คอหนังสยองที่เป็นแฟนเฟรดดี้ ครูเกอร์มากกว่า 30 ปียอมรับในเฟรดดี้คนใหม่ ที่แสดงโดย Jackie Earle Haley

เพราะถ้ามองดีๆ จะพบว่าการที่ตัวละครเฟรดดี้ ครูเกอร์เป็นอมตะในโลกภาพยนตร์มาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะลีลาการแสดงแบบ “ขี้เล่นอำมหิต” ที่ยากจะหาใครมาเปรียบได้ของพี่ Englund นั่นเอง ซึ่งของแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่คนกำกับหรือบทหนัง หรือเทคนิค CG ใดๆ แต่มันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของนักแสดงเอง

ที่สำคัญ หน้าพี่เฟรดดี้ที่ตราตรึงคนดูมานาน ก็มีอยู่หน้าเดียว ไม่เคยเปลี่ยนมาตั้ง 30 ปี ครั้นจะเปลี่ยนเป็นคนที่ แฟนๆ ก็คงลำบากใจที่จะเรียกปีศาจในฝันตัวใหม่ในฉบับรีเมคนี้ว่า เฟรดดี้ ครูเกอร์

จริงๆ นะครับ มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ มันยังเปลี่ยนคนเล่นได้ เพราะส่วนมากเราจะไม่เห็นหน้าคนแสดงหรอก อย่าง พี่เจสัน วอร์ฮีส์ ก็สวมหน้ากากฮ็อกกี้ทั้งปี, ไมเคิล ไมเยอร์ส จะเปลี่ยนตัวแสดงก็ไม่ว่า เพราะยังไงคนดูก็ได้เห็นแค่หน้ากากขาวซีดอยู่แล้ว, ไอ้หน้าหนัง เลธเธอร์เฟซ ก็พอกันครับ สวมหน้ากากหนังคนตลอด, เอเลี่ยน ก็มีแต่คนชักรอกกับใช้ CG ทำ หรือเจ้าตัวกลิ้ง งับ งับก็ใช้โยนลูกบอลมีขนให้มันกลิ้งเอา

แต่กับเฟรดดี้ ครูเกอร์นี่ ต้อง Englund เท่านั้นจริงๆ ซึ่งจะว่าเขาโชคดีก็ได้ครับ เพราะแม้จะเล่นเป็นมอนสเตอร์ในหนังสยอง แต่ก็เป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ไม่กี่ตัว ที่ได้โชว์หน้าหล่อๆ ของตัวเองตลอด บนจอหนังทุกผืน ทีวีทุกเครื่อง และโปสเตอร์ทุกใบ (เท่าที่นึกออก นอกจากพี่เฟรดดี้ ก็มีพี่พินเฮดนี่แหละครับ ที่ยังไงก็ต้อง Doug Bradley เท่านั้น)

และก็ต้องยอมรับครับ ว่านิ้วเขมือบภาคหลังๆ ที่คนดูชอบกัน ดูกันมาตลอดนั้น ก็เพราะการแสดงของ Englund ที่น่ากลัว แต่ก็น่ารัก (แบบโหดๆ) คอยดึงคนเข้าโรงตลอด ส่วนเนื้อเรื่องแต่ละตอนเป็นไง บางคนยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ จำได้แค่หน้าพี่ Englund กับกรงเล็บของเขานี่แหละ

ผมจึงไม่ห่วงเรื่องบทหรอกครับ เพราะถ้าตั้งใจมันก็สร้างสรรค์ให้น่าติดามได้ แล้วก็ไม่ห่วงเรื่อง Effect ด้วย เพราะ CG สมัยนี้มันต้องดีกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วแน่นอน แต่ห่วงอย่างเดียว… คนจะรักพี่เฟรดดี้คนนี้เท่าคนก่อนไหมหว่า

และผมก็ได้คำตอบครับ (เป็นคำตอบเฉพาะของผมเองเด้อ 555)

A NIGHTMARE ON ELM STREET (2010) 4

นิ้วเขมือบภาครีเมคนี้ จริงๆ แล้วมีอะไรเข้าท่าไม่น้อย อย่างการเล่นโทนสีในแต่ละฉาก (แดงๆ เหลืองๆ ขาวๆ หรือฟ้าๆ ตามแต่อารมณ์ของฉากนั้น) หรือพวกฉากในฝันร้ายของวัยรุ่นแต่ละคนนั้น ก็ทำออกมาได้เข้าท่าครับ มันชวนสยอง และหลายฉากทีเดียวที่พลิกความคาดหมาย กล่าวคือพวกงานด้าน CG ด้านภาพ หรืออารมณ์หลอนในฝันนั้นไม่เลว

ถ้าพูดถึงในฐานะหนังสยองสักเรื่อง ผมว่านิ้วเขมือบภาคนี้ก็ใช้ได้อยู่ครับ มันก็น่ากลัว ตื่นเต้น มีลุ้นอยู่พอสมควร

แต่เผอิญนี่มันดันไม่ใช่หนังสยองสักเรื่อง แต่มันคือ นิ้วเขมือบฉบับรีเมคและรีอิมเมจิน ทำให้แค่ความสยอง แค่มีหลืบมืดๆ และเลือดสาดนั้นยังไม่พอ

เอาล่ะ ที่เข้าท่าก็บอกไปแล้วนะครับ ทีนี้มาถึงที่มันเหมือนจะเข้าท่าบ้าง นั่นคือ ลีลาการเดินเรื่อง

โดยพล็อตแล้ว จริงๆ มันก็คือนิ้วเขมือบภาคแรกนี่แหละ ว่าด้วยวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ฝันร้ายบ่อยๆ และในฝันก็มักจะมองเห็นชายท่าทางน่ากลัว สวมหมวกและเสื้อมองตากูลายเขียวแดง จากนั้นสักพักพวกเขาก็เริ่มตายทีละคนๆ ตายทั้งๆ ที่หลับนั่นแหละครับ จนทำให้ แนนซี่ ฮอลบรู๊ค (Rooney Mara) หนึ่งในวัยรุ่นกลุ่มนี้ต้องหาทางสืบว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรกำลังตามล่าพวกเขาหรือเปล่า และเจ้าผู้ชายลึกลับในฝันนั่นคือใคร

ครับ พล็อตหลักเดิม แต่ลีลาการเดินเรื่องต่างออกไป (แอบสร้างสรรค์น่ะครับ) จากเดิมที่ต้นฉบับนั้นมีธีมสยองเป็นแกนหลัก ส่วนเรื่องตามสืบความจริงเป็นแกนรอง แต่พอมาฉบับนี้หนังพยายามดันประเด็นการสืบสวนให้เด่นพอๆ กับความสยองครับ ซึ่งส่วนนี้แหละ ที่จะว่าไปก็เข้าท่าดี และผมว่าถ้าใครที่ไม่คุ้นเคยกับหนังนิ้วเขมือบมาก่อน ก็น่าจะโอเคกับจุดนี้อยู่ เพราะมันไม่ใช่แค่หนังสยองไล่ฆ่า แต่มันยังมีปมลึกลับซ่อนเงื่อนซ่อนอยู่ ชวนให้คนดูสงสัยว่าตกลงเฟรดดี้เป็นคนร้ายหรือเป็นแค่เหยื่อศาลเตี้ยเท่านั้น

แต่สำหรับคนดูที่คุ้นกับหนังนิ้วเขมือบ อาจไม่รู้สึกอะไรมากนัก เพราะรู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า เฟรดดี้นี่แหละ มารในฝันตัวพ่อเลย มันเป็นตัวร้ายชัวร์ๆ

ลีลาการเดินเรื่องนี้เลยน่าสนใจอยู่ครับ เพราะมันทำให้ตัวเฟรดดี้ดูร้ายลึกขึ้น (เนื่องจากมันมาพร้อมแผนและการล่อหลอก) เหมือนกับทีมงานอาจเดาได้เหมือนกันครับ ว่าลำพัง Haley มาเล่นเป็นเฟรดดี้ อาจจะยังมีพลังบารมีเทียบเจ้าเก่าอย่าง Englund ไม่ได้ ทีมงานก็เลยพยายามช่วยด้วยบท เสริมความร้ายแบบเจ้าเล่ห์ลงไป

แต่กระนั้น แม้บทจะพยายามช่วยยังไงก็เหอะ แต่ในเมื่อนี่คือ เฟรดดี้ ครูเกอร์ ปีศาจที่มาพร้อมอารมณ์ขันโหดๆ ทำให้จุดสำคัญที่จะแจ้งเกิดให้กับเฟรดดี้ตัวใหม่ได้ คือ ลีลาของ Haley เอง และผลก็คือ… ยังครับ ยังไม่ใช่น่ะ

อันนี้ต้องโทษ Englund ครับ ที่เล่นดีเกินไป ทำให้ลีลาเอกลักษณ์เฟรดดี้คนเก่านั้นตราตรึงในใจคนดูมาจนถึงปัจจุบัน เพราะปีศาจรายนี้มันไม่ใช่แค่ไล่ฆ่าคนในฝันเท่านั้น แต่มันยังโรคจิต มันสามารถจินตนาการวิธีฆ่าคนแบบโหดๆ แต่แฝงอารมณ์ขันได้อย่างน่าขนลุก ไหนจะเสียงหัวเราะโรคจิตอีก โอย นึกถึงแล้วยังแอบผวาเลยครับ

แต่กับเฟรดดี้เวอร์ชั่นใหม่นี้ เอาแค่หน้าก็ไม่ใช่แล้วครับ รู้ไหมครับผมเห็นหน้าพี่แกครั้งแรกแล้วผมนึกถึงอะไร… นึกถึง กระเพาะปลาครับ… นึกออกไหมฮะ หน้าเขาดูเป็นเยื่อๆ แบบผิวกระเพาะปลาหรือผิวเยื่อไผ่ที่ผ่านการตากแห้งแล้วอ้ะ

จำได้แม่นเลยครับว่า ตอนเห็นโฉมหน้าแบบเต็มๆ รอบแรกนึกถึงกระเพาะปลาแถวบ้านทันที… กระเพาะปลาใส่หมวก มีปากพูดได้ด้วย … อันนี้ความผิดผมเองครับ คิดซะขำเชียวเรา แหม นิสัยเสียจริงๆ 555

ในขณะที่พี่เฟรดดี้ของเก่านี่ หน้าเละเยิน แบบหนังคนลุกไหม้ และที่สำคัญคือเมคอัพของเก่านั้น เราจะเห็นตาและปากของพี่เฟรดดี้ชัดเจนกว่า ดังนั้นเวลาแกถลึงตามอง หรือแสยะยิ้ม มันยิ่งสยองครับ เพราะมันแสดงอารมณ์ความชั่วร้ายผ่านทางหน้าตาได้แบบเต็มพิกัด ส่วนอันใหม่นี้ ไม่ค่อยเห็นตาเลยครับ ตี่มาก ปากก็แห้งๆ ดูไม่เตะตาเท่าของเก่า

ส่วนลีลานั้น ของเก่าเจ้าเล่ห์ ร้าย โหดกว่าครับ อีกอย่างผมว่าพี่เฟรดดี้ของเก่าแกดูชะลูด สูงๆ ดูปราดเปรียวและว่องไวจนน่ากลัวด้วย

ไม่โทษพี่ Haley หรอกครับ เพราะจริงๆ พี่เขาก็พยายามแล้ว และถ้าพูดถึงโดยไม่ไปเทียบกับของเก่า เขาก็ดูเป็นปีศาจร้ายในฝันที่ร้ายกาจเหมือนกัน… แต่คงดีกว่านี้ ถ้าปีศาจตัวนี้ไม่ได้เผอิญมีชื่อ เฟรดดี้ ครูเกอร์เหมือนตัวเก่า

… ก็ชื่นชมทีมงานครับ ที่พยายามสร้างฉบับรีเมคนี้ออกมา แต่จริงๆ แค่ไปเชิญพี่ Englund มารับบทเดิม ผมว่าจะช่วยได้มากเลยนะ คือ แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก นอกจากสร้างบทให้เข้มข้นที่สุด ใช้ CG เนรมิตฉากในฝันให้ล้ำๆ สักหน่อย ในส่วนของลีลาฆ่าคนแบบขี้เล่นอำมหิต ก็ปล่อยให้มืออาชีพที่คร่ำหวอดในบทนี้มารับไปงานน่าจะง่ายกว่าเยอะเลยเน้อะ

เหมือนจะบ่นๆ นะครับ แต่ผมก็ว่านิ้วเขมือบฉบับนี้ก็โอเคในฐานะหนังสยองสักเรื่อง ดูได้เพลินๆ แต่ถ้าอยากดูของแท้แนะนำให้ดูต้นฉบับดีกว่าครับ

มาถึงช่วงของเกร็ดหนังกันบ้างนะครับ อย่างแรกเลยคือ ตอนแรกนั้นทีมงานวางแผนว่าจะทำเรื่องนี้ให้เป็นภาคก่อนหน้าครับ แต่ในที่สุดก็ต้องพับไป เพราะเรื่องตอนก่อนหน้า ก็คือตอนก่อนที่เฟรดดี้จะกลายเป็นปีศาจ ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่ามันไม่น่าสนใจพอ ก็เลยตัดสินใจมาทำเป็นฉบับรึเมคภาคแรกเหมือนเดิม ส่วนบทเฟรดดี้นั้น ก็มีข่าวว่าทีมงานได้ลองทาบให้ Billy Bob Thornton มารับบทไป แต่สุดท้ายหวยก็มาลงที่ Haley

และเกร็ดที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ เมื่อนานมาแล้วผมเคยเขียนเล่าไปว่า นิ้วเขมือบภาคแรกคืองานแสดงชิ้นแรกของพระเอกสุดดังในปัจจุบันอย่าง Johnny Depp ซึ่งการที่เขาได้บทตัวนำครั้งนั้นไป ก็เป็นเรื่องบังเอิญมากๆ ครับ เพราะตอนนั้น Depp ไม่ได้คิดจะไปแคสติ้งแต่อย่างใด เขาแค่ไปนั่งรอเพื่อนนักแสดงที่ไปเพื่อแคสบทนี้ แต่ในที่สุด Wes Craven ก็เห็นแวว และให้เขารับบทนี้ไปแทน… คุณทราบไหมครับ ว่าเพื่อนที่ Depp ไปนั่งรอนั้นคือใคร

เขาคือ Jackie Earle Haley นี่แหละ!… ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ในที่สุด Haley ก็ได้แสดงหนังชุดนี้จนได้

ก็มีข่าวแว่วออกมา ว่าหนังอาจมีภาค 2 ต่อมาอีกนะครับ แต่ก็ยังไม่ยืนยัน ไม่ถ่ายทำใดๆ ก็ได้แต่รอน่ะครับ ซึ่งใจจริงแล้ว ผมก็อยากให้มีตอนต่อนะครับ เพราะผมว่าประสบการณ์จากการทำภาคแรก น่าจะให้สาระกับทีมงานและน่าจะทำให้ Haley ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับบทเฟรดดี้นี้เยอะขึ้น ดังนั้นภาค 2 อาจมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงในแง่ดีก็ได้

อีกอย่างที่ผมว่าเข้าท่าในฉบับนี้ และน่าจะดีหากมีการสานต่อในอนาคตก็คือการเปิดประเด็นเด็กบางคนที่อดหลับอดนอนมาก (อดนอนเพื่อหนีเฟรดดี้) จนแยกไม่ออกว่าตอนนี้ฝันหรือตื่นอยู่ ผมว่าถ้าทีมงานคิดต่อดีๆ ล่ะก็ น่าจะมีอะไรให้เล่นอีกเยอะครับ

สำหรับภาคนี้… ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)