Action

Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi (1983) รีเทิร์น ออฟ เดอะ เจได

star-wars-episode-vi---return-of-the-jedi-5700b36cb347e

ตอนสุดท้ายของไตรภาคนี้ ก็เป็นการผจญภัยคลี่คลายปมทั้งหลายที่หนังผูกไว้ในภาคที่แล้วนะครับ

เริ่มจากการไปช่วย ฮัน โซโล(Harrison Ford) จากการเป็นเชลยของ แจ้บบ้า เดอะ ฮัตต์ มาเฟียจักรวาลจอมโหดแล้วหลังจากนั้นก็มาถึงช่วงแห่งการประจัญบานขั้นเด็ดขาดระหว่างฝ่ายกบฎ ที่นำโดยลุค สกายวอล์คเกอร์ (Mark Hamill), เจ้าหญิงเลอา (Carrie Fisher) ในการเข้าปะทะปะทะกับฝ่ายจักรวรรดิที่นำโดย จักรพรรดิ (Ian McDiarmid) และดาร์ธ เวเดอร์เจ้าเก่า การต่อสู้ครั้งนี้ก็จะชี้ชะตาจักรวาลล่ะครับ ว่าจะเป็นอิสระหรือจะต้องตกอยู่ใต้อำนาจของจักรวรรดิไปตลอดกาล

ภาคนี้เนื้อหา ค่อนข้างอ่อนสุดครับ แต่ขณะเดียวกัน ฉากการต่อสู้ ผจญภัยก็มีมากที่สุดด้วย เพราะมันเป็นตอนสรุปแล้วนี่ครับ ต้องตีกันให้เต็มที่หน่อย แต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังมีช่วงอืดอยู่บ้างตอนกลางๆ เรื่อง ที่พวกลุคได้ไปเจอกับพวกอีวอคนั่นแหละครับ อาจมีเผลอหลับได้ นอกนั้นครึ่งท้ายก็ทำเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวเลย

แต่บอกตรงๆ ผมค่อนข้างเสียดายพอสมควรกับการต่อสู้ระหว่างแจ๊บบ้า เดอะ ฮัตต์ (ไอ้หนอนยักษ์ตัวอ้วนๆ ที่เป็นมาเฟียจักรวาลน่ะครับ) กับลุค ซึ่งแจ๊บบ้าโดนกำจัดง่ายเกินไป โธ่ ก็เป็นถึงมาเฟียจักรวาลนี่ครับ มันน่าจะต้องมีดีพอสมควร ไม่ใช่มาโดนปราบง่ายๆ แบบนี้ เสียดายจังครับ ยังมีโบบา เฟตต์อีกคน อุตส่าห์มอย่างเท่ห์เลยในภาคที่แล้วน่ะ แต่งานนี้ดันไปง่ายเหลือเกินและไปอย่างโง่ซะด้วย (แต่เห็นเขาว่ากันว่า จริงๆ แล้ว โบบา เฟตต์ จะยังไม่ตายครับ และจะมีบทบาทในไตรภาคสุดท้ายของหนังชุดนี้ด้วย (7-9) … ถ้ายังทำกันอยู่นะครับ)

นักแสดงเล่นได้เเข้าขากันดีจนไม่รู้จะยังไง แล้วล่ะครับ ดาราใหม่ก็คือ Ian McDiarmid นี่แหละ ในบทจักรพรรดิหน้าเละ (ซึ่งภาคก่อนเขาไม่ได้เล่นครับ เป็นคนอื่นเล่นน่ะ) ซึ่งว่ากันว่าทีแรก Lucas ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ที่เอาเขามาเล่น แต่ไปๆ มาๆ ก็ยอมรับครับ และถือเป็นการยอมรับที่ชาญฉลาดด้วยเพราะพี่แกยังสามารถมาเล่นบทนี้ต่อได้ใน ไตรภาคแรก (1-3) ซึ่งแสดงได้อย่างน่าจดจำซะด้วย (แต่ก็ไปง่ายเหมือนกันครับผมว่า)

ผู้กำกับภาคนี้ ตอนแรก ตัวเลือกแรกเลย Lucas จะให้ Steven Spielberg เพื่อนซี้ของเขามารับไปครับ แต่เผอิญตอนนี้มันติดเรื่องสัญญาสมาคมผู้กำกับอะไรซักอย่างอยู่ มีข้อห้ามบางประการทำให้ Spielberg ไม่สามารถมากำกับให้ Lucas ได้น่ะครับ เลยมีการเลือกผู้กำกับคนอื่น ซึ่งบอกตามตรงว่าหลายชื่อแต่ละรายนั่นเล่นเอาผมอึ้งไปเลย เพราะผู้กำกับที่เคยได้รับการเสนอให้มากำกับเนี่ย คือ David Lynch กับ David Cronenberg (จำได้เลยครับตอนทราบนี่สำลักเป๊ปซี่เลยผม) ไม่ใช่ว่าเพราะสองรายนี้ไม่เก่งนะครับ จริงๆ แล้วสองรายนี้ถือเป็นยอดฝีมือเลยล่ะ แต่หนังที่พวกพี่แกทำกันนั้น คือหนังแนวที่สื่อถึงความ วิปริต บิดเบี้ยวของโลกมนุษย์เรา Lynch นี่ขยันหาสิ่งที่ผิดปกติบิดเบี้ยวมานำเสนอครับ ส่วน Cronenberg นี่ผมตั้งฉายาไว้แล้วว่าเป็นจอมผู้กำกับแห่งหนังสยองขวัญเชิงชีวภาพ คือหนังพี่แกส่วนมากจะเอาอะไรที่มันแหวะ ๆ หยองๆ เลอะเทอะเนื้อคนหรือไม่ก็เอาเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างทีวีเนี่ยครับ มาทำให้มันกลายเป็นของมีชีวิต ตัวอย่างเช่น ฉากยอดฮิตในหนังเรื่อง Scanners ที่มีการระเบิดหัวคนต่อหน้าต่อตา เป็นต้น

แล้วใครนึกไงถึงจะให้พี่สองคนนี้มาทำวะเนี่ย

เอาเถอะครับ แต่สุดท้ายสองคนนั้นก็ไม่ได้มากำกับนะอะ ได้ Richard Marquand มากำกับแทน ซึ่งมีข่าววงในบอกมาว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Lucas กับ Marquand ไม่ค่อยจะดีทเ่าไหร่ มีตีกันบ่อยครั้ง แต่ Lucas ก็ออกมาแก้ข่าวว่าไม่จริงแต่อย่างใด อันนี้ก็เรื่องของเขาน่ะนะครับ แค่คาบมาบอกน่ะ

นั่นแหละครับ สำหรับหนังภาคนี้จัดว่าอ่อนอย่างที่บอกน่ะ จะเน้นความบันเทิงมากกว่า พวกความเฉียบคมอะไรไม่มากเท่าสองตอนก่อนเท่าไหร่นัก แต่แน่นอนว่างาน Effect และการต่อสู้นับว่าดีเลยล่ะครับ

ก็เป็นการสรุปที่ค่อนข้างครอบคลุม แต่ความเข้มข้นไม่เต็มที่อย่างที่เคยอีกแล้ว ดูเพลินน่ะครับ แต่ก็ยังสนุกอยู่ดี

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)