รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

ซาไกยูไนเต็ด (2004) Sagai-United

sagai_00

เรื่องนี้เห็นเพื่อนผมมันบอกไว้ว่า เป็นหนังที่เทิดพระเกียรติในหลวง ซึ่งจะว่าไปก็ถูก .. แต่ถูกนิดเดียว

พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง รับบทเปาตุ๊ อดีตกรรมการบอลที่เป็นผีพนันตัวยง เขาได้ไปเจอขุมทองในช่วงกำลังหมดตัวครับ นั่นคือ การเอาเงาะป่าซาไก มาเล่นบอล แล้วพวกเขาก็เดินตามเส้นทางฝันเพื่อชิงถ้วยพระราชทาน … ตามสูตรซะไม่มี

ครับ ถ้าถามว่าฮามั้ย … ก็มีบ้าง แต่ไม่มาก ส่วนอย่างอื่นล่ะ … มันตามสูตรหมดครับ ถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็เรื่อยๆ … แต่ผมมันคนคิดมากอ้ะ (ทำไงดีฟะ ตายแล้วเกิดใหม่ดีมั้ยเนี่ยจะได้คิดน้อยๆ)

คือ หนังแนวนี้มันเป็นสูตรปกติอยู่แล้วครับ คือมีทีมนักกีฬาโผล่ขึ้นมา และทีมนั้นต้องเป็นทีมที่มีสมาชิกที่ไม่ธรรมดา อาจจะเป็นเด็กเหลือขอ เป็นตุ๊ด เป็นชาวเขาหรืออะไรเทือกเนี้ย จากนั้นพวกเขาก็มาแข่งกีฬา ต้องมีการแตกคอกันเอง แตกคอกับโค้ช หรือเจอเหตุการณ์ที่ทำให้การแข่งไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็จะได้ชัยชนะมา … สูตรนี้ใช้มาเยอะแล้วล่ะครับ ไม่ว่าจะ The Mighty Ducks, The Air Up There หรือ สตรีเหล็ก กับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน …

… จริงๆ ต่าง … เพราะ มันสู้พวกข้างบนไม่ค่อยได้น่ะสิ

อย่างแรก ตัวละครไม่มีความลึกใดๆ สมาชิกนักเตะซาไก ไม่มีใครเด่นเลยครับ แม้แต่ มะม่วง (สำฤทธิ์ ไมเคิลเซน) หัวหน้าทีมที่โผล่หน้าบ่อยๆ แต่ก็ไม่มีความลึก ไม่มีการแสดงอารมณ์เท่าที่ควร สำหรับคุณอาพงษ์พัฒน์นั้น ผมคงไม่พูดอะไรมาก เพราะว่าตามจริง ฝีมือของเขานี่ต้องเรียกว่า โคตรยอด ไม่เชื่อลองไปถามคนที่เคยดูดงดอกเหมยมาสิครับ หรือไม่ต้องอื่นไกล แต่โหมโรงนี่แหละ โผล่ไม่กี่ฉากแต่กระชากจิตมันทุกรอบอ้ะ พอมาเรื่องนี้ อาเขาไม่มีปัญหาใดๆ ในการแสดงอารมณ์ครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่บท เพราะอย่างที่บอกว่าด้านหนึ่งเขาเป็นผีพนัน แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งเขาก็เป็นนักกีฬาที่มีความเชี่ยวชาญ รู้จังหวะของเกมกีฬาเป็นอย่างดี แล้วไงเหรอครับ … ก็หนังมันดันทำยังกับไม่รู้ว่าจะให้อารมณ์ของเปาตุ๊น่ะ เป็นแบบไหนกันแน่ คือ จะให้เป็นคนดีแต่แรกดีหรือจะให้เป็นผีพนันก่อนแล้วค่อยกลับใจดี แต่ที่เจอในหนังนี่คือ ความดีความชั่วในตัวเปาตุ๊นี่มันตีกันมั่วเลยครับ จู่ๆ ก็เป็นคนดี ซักพักชั่วอีก ทิศทางสวนไปมาตลอด จนช่วงท้ายนี่ผมไม่ไว้ใจแกเลยนะ เพราะไม่รู้ว่าแกจะคว้ามีดไปจ้วงลูกทีมรึเปล่า (ก็คนมันไม่มั่นคงทางอารมณ์เลยน่ะครับ) … ทีนี้พอบทไม่รู้จะกำหนดทิศทางตัวละครยังไง บทเปาตุ๊เลยออกมาสับสนอย่างร้ายแรงครับ คนดูก็พลอยงง ตกลงมันจะเป็นคนดีหรือเป็นคนเห็นแก่ตัวกันแน่วะ

หมื่นหนึ่ง ” เอ หมื่นสอง ตามหลักแล้วเนี่ยนะ ไอ้เปาตุ๊มันเป็นตัวเอกใช่ป้ะ มันก็น่าจะเป็นคนดีนี่หว่า ”
หมื่นสอง ” เฮ้ย หมื่นหนึ่ง แกก็เห็นนี่หน่า ว่ามันติดพนันอ้ะ มันไม่แคร์อะไรหรอก คนแบบเนี้ย”
หมื่นหนึ่ง ” ไม่มั้ง หมื่นสอง แกไม่เห็นเหรอ แววตาของพี่เปาตุ๊แกโคตรจะเอาใจช่วยเด็กพวกนี้เลย ”
หมื่นสอง ” เฟ้ย เอ็งอ้ะ ตาบอดเรอะ เห็นๆ อยู่ว่าแววตาพี่แกกลัวพวกเจ้าหนี้จะมาทำร้ายต่างหากเล่า ”

ผมเลยไม่ค่อยแน่ใจกับแววตาของพี่แกเลยครับ ว่าตกลงแววตานี้มันสื่อถึงอารมณ์ไหน ถ้าเป็นหนังฆาตกรรมว่าไปอย่าง เพราะการไม่แน่ใจกับอารมณ์ของตัวละครเนี้ย มันก่อความน่าติดตามได้ แต่นี่มันหนังกีฬาอ้ะคับ หนังฮาด้วย ก็ไม่เข้าใจว่าจะทำให้ตัวละครมันสับสนทางบุคลิกทำไม …

… สรุปว่าการแสดงเกิดปัญหา อันเนื่องมาจากบทที่ไม่รู้จะเอายังไงกับทิศทางของตัวละครดี คนดูก็เลยงงกับมันไปตามฟอร์ม ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็เรื่อยๆ ไม่เด่นกันซักคน มีที่พอฮาก็คือ กระซู่ (คมสันต์ ศรีธารโต) พี่กองหน้าที่หมกมุ่นในกามน่ะครับ นอกนั้นก็นิ่งเนิ่บ ไม่มีอะไรเท่าไหร่

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับในหลวงของเรา ก็มีครับ แต่น้อย ไม่มากมายอะไร … ไม่รู้สิครับ ผมว่าถ้าจะเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ยังมีอีกหลายประเด็นเหลือเกินที่จะเอามาพูด เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมีอยู่ตั้งมากมาย เอาเฉพาะประเด็นที่หนังเอามาพูดในเรื่องของยาพระราชทานก็น่าจะเล่นได้มากกว่านี้ แต่หนังกลับทำเหมือนใส่ๆ ลงมาเท่านั้น น่าเสียดายครับ

ยังมีอีกหลายเป็นประเด็นที่หนังน่าจะจับ เพราะมันจะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่หนังได้ ไม่ว่าจะเรื่องโรคระบาดในหมู่บ้านของซาไกที่เป็นต้นเหตุให้พวกซาไกต้องมาลง แข่งเพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือคนที่ป่วย แต่หนังกลับไม่เอาประเด็นนี้มาพูดอีกเลย ทั้งๆ ที่มันน่าจะเอามาย้ำเตือนพวกซาไก เพราะจะมีอยู่หลายฉากหลายตอนที่พวกซาไกมัวแต่หลงแสงสี จนลืมว่าตนมาทำไม ช่วงนั้นก็น่าจะเอาภาพข่าวโรคระบาดอะไรนั่นออก TV สิครับ พวกนักเตะซาไกจะได้สลดและรู้สึกตัวว่ามาเพื่อช่วยคนร่วมเผ่า ไม่ใช่มาหลงระเริงกับแสงสี … แต่หนังไม่ทำครับ ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า พวกนักเตะซาไกนี่ได้เรียนรู้อะไรไปบ้างหรือเปล่า เป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้างหรือไม่ … เพราะประเด็นที่ควรจะเป็นสาระกลับหายไปหมดเลย

พี่คิง – สมจริง ศรีสุภาพ ผู้กำกับอีกคนที่อยู่ในวงการมานานพอควร กับเรื่องนี้ หนังไม่มีอะไรครับ ธรรมดา ไม่ค่อยสนุกด้วยล่ะ นี่ว่าตามจริงนะครับ สตรีเหล็กยังฮากว่าตั้งเยอะ สาระที่ควรจะมีก็ไม่มี ตัวละครไม่มีพัฒนาการ เปิดมายังไงก็จบยังงั้น ไม่มีใครได้ข้อคิดหรือไม่มีใครได้อะไรเลย เฮ่อ

สรุปว่า เฉยๆ ครับ และเสียดายเพราะหนังมันสูตรอ้ะ ตัวอย่างก็มีตั้งหลายเรื่อง แต่ยังทำให้เข้าท่าไม่ได้นี่ ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับ

สองดาวพอ

Star21(6/10)