รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Shot in the Dark (1964) กระสุนปริศนา

6305308713.01._SCLZZZZZZZ_

และนี่คือภาคต่อของหนังชุด The Pink Panther นะครับ เป็นเรื่องราวของสารวัตรจอมเซ่อ จ๊าค คลูโซ (Peter Sellers) ที่กลับมาอีกครั้ง ในคราวนี้เขาต้องรับหน้าที่สืบคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ของมหาเศรษฐี เบนจามิน บัลลอน (George Sanders) และผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก็คือ มาเรีย แกมเบรลลี่ (Elke Sommer) สาวใช้ประจำคฤหาสน์นั้น

จะมีก็เพียงแต่คลูโซเท่านั้นที่เชื่อว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ เนื่องมาจากเธอสวย เอ้ย ไม่ใช่ หมายถึงเนื่องมาจากหลักฐานและสัญชาตญาณของเขาน่ะครับ แฮะๆๆๆ

งานนี้คลูโซเลยต้องหาหลักฐานมาเพื่อยืนยันความเชื่อของตนเอง ท่ามกลางสิ่งน่าสงสัยมากมาย และจำนวนศพที่เพิ่มขึ้นมา เขาจะยับยั้งการลงมือต่อไปของฆาตกรได้หรือไม่ และใครคือคนทำ ก็ต้องดูในหนังเองล่ะนะครับ

จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้จะมาเป็นตอนต่อของ Pink Panther หรอกนะครับ เพราะบทดั้งเดิมของ Harry Kurnitz นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสองนักสืบจอมเซ่อ ที่จะรับบทโดย Walter Matthau และ Peter Sellers แต่ Sellers ไม่อยากเล่นครับ เพราะเขาคิดว่ามันไม่น่าจะออกมาดี แต่บริษัทผู้สร้าง (United Artists) ก็อยากให้เขาแสดง เลยมีการไปตามตัว Blake Edwards มากำกับเพื่อเอาใจ Sellers

และมันก็ได้ผลครับ Sellers ยอมเล่น แต่จริงๆ แล้ว Edwards เองก็ไม่อยากกำกับเหมือนกันครับ (เอาเข้าไป ) ทีนี้เลยมีการคุยกันระหว่าง United Artists กับ Sellers และ Edwards ว่าถ้า UA อยากให้ทำต่อก็ต้องมีการดัดแปลงเรื่องราว ซึ่ง Sellers เองก็เล็งเห็นว่า จากบทและเหตุการณ์ในเรื่องมันคงเข้าท่าอย่างยิ่งหากจะให้เป็นเรื่องราวของสารวัตรคลูโซ

พอผู้สร้างเห็นด้วยการเขียนบทก็ดำเนินไปครับโดย Edwards เขียนบทร่วมกับ William Peter Blatty (… ใช่ครับ ท่านฟังไม่ผิดหรอก เขาคือคนที่ในเวลาต่อมา เขียนนิยายสยองที่กลายมาเป็นหนังสยองติดอันดับอย่าง The Exorcist นั่นเอง) และพอบทเสร็จ ก็ถ่ายทำ แล้วหนังก็สำเร็จออกมาเป็นเรื่องนี้ครับผม (ซึ่งหนังฉายตามหลังภาคแรกเพียง 3 เดือนเท่านั้นเอง แลได้ข่าวว่าจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ถ่ายเสร็จตั้งแต่ก่อน The Pink Panther ภาคแรกฉายด้วยซ้ำ แต่ทางสตูดิโอดองไว้ครับ เนื่องจากพวกเขาคิดว่าหนังไม่น่าจะทำเงินและรู้สึกว่าหนังไม่ค่อยดีด้วยล่ะมั้ง แต่พอ The Pink Panther ดังขึ้นมาหนังเลยเลิกโดนดองครับ นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมหนังจึงฉายต่อจากภาคแรกห่างกันแค่ 3 เดือน เพราะมันเสร็จตั้งนานแล้วนี่ครับ)

หลังจากภาคแรกหนังเป็นแนวแบบเบาๆ ไม่ถึงกับฮากลิ้ง แต่มาภาคนี้หนังกล่าวได้ว่าฮาแตกแบบโคตรๆ ครับ ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นผมขอคารวะ Peter Sellers ไว้ ณ. ตรงนี้เลยครับ เพราะพี่แกเล่นได้ฮาสุดขั้วจริงๆ ทั้งตลกท่าทาง ตลกเจ็บตัว และตลกคำพูดมาหมดครับ ไอ้ท่าทางและตลกเจ็บตัวนั้นคือมันฮาจริงๆ แม้หนังจะเก่ากว่า 40 ปีแล้ว แต่มันฮาครับ ฮาเหลือเกิน แล้วยังบวกสำเนียงของเขาอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ล่ะครับ

ไอ้มุขตลกจากสำเนียงนี่ก็มีเรื่องเล่าจากกองถ่ายครับ ว่ามีครั้งนึงที่ Sellers แกหายไปจากกองถ่ายตั้งนาน นานจนผู้กำกับ Edwards กะจะไล่เขาออกด้วยซ้ำ แต่พอเขากลับมา ก็มาพร้อมมุขตลกโดยใช้สำเนียง ซึ่ง Edwards ก็เห็นดีด้วยครับ เลยมีการใช้กัน ไอ้มุขเสียงแปลกๆ สำเนียงพิลึกๆ ของตัวละครคลูโซก็มีต้นกำเนิดมาจากภาคนี้นี่แหละ (สังเกตได้ครับว่า ภาคแรกจะไม่ค่อยเล่นกับเรื่องสำเนียงหรือเสียงของคลูโซสักเท่าไหร่)

ดังนั้นหนังทั้งเรื่อง Sellers จึงครองครับ ฮาตลอด และสถานการณ์ก็พาไปฮาด้วย แม้จะมีคนตายและการฆาตกรรมตลอดก็เถอะ แต่มันดันออกมาฮาสุดๆ ไปได้

ส่วนดาราคนอื่นก็เล่นได้ดีครับ ทั้ง Sommer นางเอกของเรื่องที่มีเสน่ห์มากๆ และ Sanders ก็ดูน่าเชื่อถือในบทนี้ แต่คนที่เด่นและขโมยซีนได้ก็มี Herbert Lom ในบทเดรย์ฟัส หัวหน้าของคลูโซที่ต้องมาทนกับพฤติกรรมบ้าๆ ของลูกน้องตลอดเวลา และ อีกคนก็คือ Burt Kwouk ในบทคาโต้ ลูกน้องของคลูโซที่มีหน้าที่เป็นคู่ซ้อมวิชาป้องกันตัวให้กับเขา ซึ่งพี่แกก็ซ้อมแบบบ้ามากๆ ครับ ยิ่งไอ้ฉากเปิดตัวนี่ฮามากทีเดียว

ซึ่งตัวละครเดรย์ฟัสและคาโต้นี่ก็เป็นสองตัวละครที่เด่นมากในหนังชุดนี้ครับ และนับจากภาคนี้ไปพวกเขาก็มาโผล่โดยตลอด แล้วภาคหลังๆ นี่ก็เริ่มบ้ามากขึ้นด้วย ยิ่งเดรย์ฟัสนี่หลังๆ จะบ้าแบบคาดไม่ถึงเลยล่ะครับ

ภาคนี้เลยบอกได้อย่างชัดถ้อยชัดคำครับ ว่าเป็นหนังตลกสุดฮาที่ติงต๊องได้ที่จริงๆ Sellers ฮาสุดขีด โดยมี Lom กับ Kwouk คอยเสริมมุข เนื้อเรื่องปมฆาตกรรมก็น่าติดตามครับ เพราะดูไปก็ยิ่งสงสัยว่าใครทำกันแน่ พอเฉลยออกมาก็นับว่าคลี่คลายได้ลงตัวเลยครับ แล้วไอ้ฉากเฉลยนี่ก็ฮาอีกเหมือนกัน

คือบอกได้ว่ามันฮาทั้งเรื่องครับ ไม่มีช่วงพักเลยจริงๆ มันหนังบ้าน่ะครับบอกตามตรง

ผมชอบภาคนี้มากที่สุดในบรรดาหนัง The Pink Panther ครับ เพราะมันบ้าและฮามากๆ ดูไปไม่เบื่อเลยครับ เพราะมันมีมุขมาต่อตลอด ซึ่งเป็นพรสวรรค์ของ Sellers จริงๆ อีกทั้งผู้กำกับ Edwards แกก็แน่ครับ เพราะบทและมุขมากมายก็ได้ผล อย่างไอ้มุขที่คลูโซแกได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้อง เลยใช้ตัวพังประตูเข้าไปนั่นก็มาจาก Edwards นี่แหละ (จับตามุขนี้ให้ดีล่ะครับ ผมนั่งพิมพ์ยังนึกฮาอยู่เลยเนี่ย )

สรุปว่านี่เป็นหนังตลกที่ตลกสุดๆ ครับ ฮาครบทุกอย่างจะท่าทางหรือมุขคำพูดและสถานการณ์ ดาราดี ดนตรีเยี่ยม เตรียมท้องแข็งได้เลยครับ

เฉียดสามดาวครับ

Star22

(7.5/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.