หมวดหมู่: Slasher Movies

Don’t Torture a Duckling (1972), เชือดล่า ฆ่าวัยบริสุทธิ์

ชื่ออิตาลีคือ Non si sevizia un paperino นะครับ กับหนังลึกลับระทึกขวัญของอิตาลีครับ กำกับโดย Lucio Fulci ผู้กำกับระดับตำนานอีกคนของแดนสปาเก็ตตี้ พี่ท่านขึ้นชื่อด้านการทำหนังสยองน่ะครับ อย่างหนังชุด Zombie ที่แตกหน่อต่อยอดไปจาก Dawn of the Dead ของ George A. Romero นั้นก็ดังด้วยมือเขานี่แหละ

The Psychic (1977), สัมผัสล่าฆาตกรโฉด

เวอร์จิเนีย ดัคซี่ (Jennifer O’Neill) เกิดภาพนิมิตขณะขับรถว่ามีโครงกระดูกถูกซ่อนอยู่ที่กำแพงบ้านของสามีเธอ และเมื่อเธอลองไปค้น เธอก็พบโครงกระดูกนั้นจริงๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการค้นหาว่าโครงกระดูกนั้นมาจากไหน และใครคือฆาตกรสังหารคนผู้นี้

The Burning (1981), เชือดยกค่าย

หนังเรื่องนี้เข้าฉายไล่ตามหลังหนังไล่เชือดอย่าง Friday the 13th แต่ถ้าไล่เรียงจริงๆ แล้ว The Burning นั้นมีการเตรียมงานเขียนบทอะไรเสร็จก่อนครับ เพียงแต่ถ่ายทำทีหลังเท่านั้นเอง แต่ก็ส่งผลเหมือนกันครับ ใครๆ เลยพากันนึกว่าหนังออกมาตามกระแสศุกร์ 13

Party Crasher: My Bloody Birthday (2000) ปาร์ตี้สีเลือด

เป็นหนังสยองแนวเชือดอีกเรื่องที่ผมจำได้ดี เนื่องจากคำโปรยที่กล่องนี่อหังการมากครับ มันโปรยว่า “ระวังไว้เจสัน-เฟรดดี้ เฮนรี่กำลังมาแล้ว” ประมาณว่าคาแรคเตอร์ฆาตกรโหดที่ชื่อ เฮนรี่ นี่กำลังจะมาเขย่าบัลลังก์ฆาตกรต่อเนื่องระดับตำนาน… แต่ความจริงมันก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ

Eyes of Laura Mars (1978) เลนซ์มรณะ

จู่ๆ ตากล้องสาว ลอร่า มาร์ส (Faye Dunaway) ก็มีดวงตาเชื่อมกับฆาตกรโหด ทำให้เธอเห็นว่ามันกำลังลงมือฆ่าใคร เธอจึงรีบติดต่อกับตำรวจเพื่อช่วยในการสืบหาตัวคนร้าย โดยหวังว่าการไขคดีจะสำเร็จก่อนจะเกิดคดีฆ่าครั้งต่อไป และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ก่อนมันจะสาวมาถึงตัวเธอ

My Soul to Take (2010) 7 ตาย ย้อนตาย

แอบหวังในหนังเรื่องนี้ด้วยชื่อของ Wes Craven ที่คราวนี้นอกจากกำกับแล้วยังควบหน้าที่เขียนบทให้หนังตัวเอง ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เขาควบ 2 ตำแหน่งนี้ก็คือ Wes Craven’s New Nightmare ภาคสุดท้ายของหนังนิ้วเขมือบฉบับเก่าที่ถือว่าดีรองจากภาคแรก แต่ไปๆ มาๆ ผลที่ได้กลับไม่สมดังหวังสักเท่าไรครับ

Jigsaw (2017) เกมต่อตัดตาย

หลังดูภาคนี้จบแล้วผมตระหนักได้อย่างหนึ่งครับว่า หนังชุด Saw 7 ภาคแรกนั้นถือเป็นหนังที่มีศิลปะในการนำเสนอ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หนังชุดนี้มีความแตกต่างจากหนังไล่เชือดและหนังสยองเรื่องอื่นๆ ที่ส่วนมากพอทำออกมาได้ไม่กี่ภาคก็ต้องจบตัวเองลง หรือไม่ก็ทู่ซี้ทำแบบย่ำอยู่กับที่จนกว่ารายได้จะติดตัวแดงกันไป