หมวดหมู่: Sci-Fi

Old (2021) โอลด์

“เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิดหวัง” คำพูดนี้ใช้บอกตัวเองได้เสมอครับ และผมก็มักจะเอามาเตือนตัวเองตลอดยามจะดูผลงานของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ครับ

Venom: Let There Be Carnage (2021) เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด

หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)

Venom (2018) เวน่อม

ผมพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ดู Venom หลายหนมากๆ ประมาณว่าเปิดทีวี-เคเบิ้ลก็มักจะเจอ หรือตอนไปแวะเวียนเยี่ยมเยียนใคร ก็จะพบว่าทีวีที่บ้านนั้นจะต้องมี Venom อยู่ในจอเสมอ แล้วผมก็มักจะมีโอกาสได้ดูจนจบทุกทีไป

Doctor Strange in the Multiverse of Madness (2022) จอมเวทย์มหากาฬ ในมัลติเวิร์สมหาภัย

ผมชอบ Doctor Strange in the Multiverse of Madness ครับ สนุกดีนะ ส่วนหนึ่งที่ชอบก็อาจเพราะถูกเส้นกับสไตล์นี้ของผู้กำกับ Sam Raimi ที่บรรเลงหนังออกมาเป็นแนวผจญภัยลุยไปเรื่อยๆ เพลินไปกับจินตนาการ อร่อยไปกับสารพัดแฟนตาซีผสมไซไฟ ได้อารมณ์เหมือนพลิกหน้าคอมมิครัวๆ

Child’s Play (2019) คลั่งฝังหุ่น

ยอมรับครับว่าความอยากดู Child’s Play ฉบับใหม่นั้นไม่มากเท่าไร มันรู้สึกชาชินกับสารพัดหนังที่รีเมคหรือรีบูทจากหนังสยองในตำนานไปซะแล้ว เพราะส่วนใหญ่ก็สู้ของเก่าไม่ใคร่จะได้ ดูช้าดูไวก็ไม่ต่างกัน

Color Out of Space (2019)

Color Out of Space อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบเต็มร้อยน่ะนะครับ แต่สำหรับผม (ซึ่งชื่นชอบงานของ H. P. Lovecraft มากๆ) ขอบอกเลยครับว่าอะไรแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็นบนจอมานานแล้ว

Spider-Man: Far from Home (2019) สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

ผมดู Spider-Man ภาคนี้ไป 2 รอบครับ รอบแรกดูในฐานะหนังปิดเฟส 3 ของจักรวาล Marvel เป็นการดูต่อจาก Avengers: Endgame ส่วนรอบ 2 เป็นการเอามาดูต่อกันตั้งแต่ฉบับ Tobey ต่อด้วย Andrew ดูเพื่อเตรียมไปสนุกกับภาค No Way Home