รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Gambit (2012) บิดเหลี่ยมตุ๋น วุ่นดับเบิ้ล

Untitled08901

แฮร์รี่ ดีน (Colin Firth) ภัณฑารักษ์งานศิลป์ตั้งใจจะแก้แค้นเจ้านายจอมวายร้ายอย่างไลโอเนล ชาบานดาร์ (Alan Rickman) โดยการวางแผนตุ๋นครั้งใหญ่ หมายจะล่อหลอกให้ไลโอเนลยอมจ่ายเงินซื้อภาพโมเน่ต์ปลอมที่เขาสร้างขึ้น และเขาก็ได้ขอแรงให้แม่สาวโรดิโอ้ชาวอเมริกันสุดห้าวอย่างพีเจ (Cameron Diaz) ให้มาช่วยร่วมแผนนี้ด้วย แต่แทนที่เรื่องจะง่ายกลับกลายเป็นวุ่นกว่าเก่าครับท่านผู้ชม

ก็เป็นหนังแนวรวมหัวกันตุ๋นครับ ว่ากันแบบตรงๆ เลยคือทีมดาราน่าสนใจ นอกจากที่เอ่ยไปแล้วก็ยังมี Stanley Tucci มาร่วมขบวนด้วยอีกคน ซึ่งจริงๆ มันน่าจะเข้าท่าน่ะนะครับ แต่การเดินเรื่องออกแนวเรื่อยๆ ไม่สนุกดังคาด โดยทิศทางของหนังแล้วมันคือหนังแนวตุ๋นผสมด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ แต่แทนที่จะนำเสนอเหลี่ยมมุมแผนตุ๋นหนังกลับไปเน้นที่พฤติกรรมชวนขำของตัวละครทั้งหลายแทน ซึ่งผลที่ได้มันก็ไม่ค่อยจะเข้าเป้านักครับ

อย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกคือบทหนังน่ะน่าจะออกแนวจิกกัดพฤติกรรมคน ตามสไตล์ Joel และ Ethan Coen ที่ขึ้นเครดิตว่าเขียนบท – แม้จะมีข่าวว่าบทจะถูกแปลงไปเยอะก็ตาม – ซึ่งน่าจะออกแนวตลกร้าย (น่าจะแนว The Big Lebowski ครับ) แต่ผลที่ได้มันไม่ถึงรส เหมือนสไตล์น่ะมันควรออกแนวขำจิกกัด แสบๆ ร้ายๆ สักหน่อย แต่สิ่งที่เห็นกลับออกเป็นแนวตลกท่าทาง ส่วนหนึ่งคาดว่าคงเพราะมันไม่ใช่แนวของผู้กำกับ Michael Hoffman (One Fine Day) น่ะครับ สไตล์มันเลยไปกันคนละทาง

แล้วบางวาระนอกจากจะไม่ขำแล้วยังชวนให้หงุดหงิดอีกต่างหาก อย่างความสัมพันธ์ระหว่างแฮร์รี่กับพีเจนั้น ผมว่าหนังคงจะพยายามทำให้มันออกมาในแนวพ่อแง่แม่งอน แต่ภาพที่เห็นมันกลับทำให้รู้สึกว่าทั้งคู่ต่างคนต่างเยอะ ซึ่งมันไม่ได้ออกมาในแนวน่ารักน่ะครับ แต่มันเยอะจนน่ารำคาญ เยอะจนสร้างปัญหาให้กันและกันไปแทน

Untitled08902

ส่วนเรื่องแผนการตุ๋นนั้น ถ้าดูจากแผนแล้ว จริงๆ แผนไม่เลว (นี่คือพิจารณาจากภาพรวมของแผนที่หนังเฉลยตอนจบแล้วน่ะนะครับ) ถือเป็นเกมตุ๋นที่เข้าท่า แต่การเดินแผนกลับถูกนำเสนอแบบเรื่อยๆ แทนที่จะเน้นความเข้าท่าของแผนหนังก็ไปเน้นแนวฮา เน้นจะให้มันตลกเสียมากกว่า ซึ่งในแง่ความตลกมันก็ไม่เวิร์กเท่าไรครับ อันนี้ว่ากันตรงๆ เลย

ในแง่การแสดงนั้น แต่ละคนก็เล่นกันได้ดีล่ะครับ โดยเฉพาะ Rickman นี่เล่นเป็นคนเห็นแก่ตัวร้ายกาจได้เข้ามากๆ เพียงแต่การนำเสนอตัวละครมันยังไม่ลงตัว มันดูขาดๆ เกินๆ – ยอมรับว่าตลอดการดูหนังมันให้อารมณ์ประดักประเดิดไปจนก่อนหนังจบน่ะครับ ที่พูดแบบนี้เพราะตอนจบตอนที่หนังเฉลยว่าแผนเป็นยังไง ใครร่วมขบวนบ้าง ตอนนั้นน่ะผมว่าโอเค แต่มันช้าไปแล้วครับ เพราะก่อนหน้านั้นหนังมันไม่กลมกล่อม

อย่างที่บอกว่าหนังมีกลิ่นหนังตลกร้ายจิกกัดแทรกอยู่ตลอด แต่การนำเสนอมันก็ออกแนวตลกท่าทาง บางจังหวะก็ได้กลิ่นตลกสไตล์อังกฤษ แต่ภาพที่ออกมามันเป็นอเมริกันมากกว่า – เนี่ยครับ หนังมันมีความไม่เข้ากันเป็นระยะๆ ระหว่างดูนี่แอบรู้สึกยังกับตัวเองเป็นเล้งฮู้ชง ลมปราณหลายสายที่ไม่ใคร่จะเข้ากันมันตีกันอยู่ภายใน

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)