รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

รักใสๆ หัวใจอัศจรรย์ (2004) Magic Kitchen

Untitled08884

รักใสๆ หัวใจอัศจรรย์ หรือ Magic Kitchen เป็นหนังรักโรแมนติกผสมตลกที่มีทั้งจุดอ่อนและจุดที่น่าสนใจครับ

เนื้อเรื่องมาในแนวรักอีนุงตุงนังสไตล์หนังรักฮ่องกงน่ะครับ ตัวเอกคือมู่หยงหย่ง (เจิ้งซิ่วเหวิน, Sammi Cheng) เธอมีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คนคือ จื่อขุย (Nicola Cheung) กับ ฟู่เวย (Maggie Q) แล้วทีนี้อยู่มาวันหนึ่งฟู่เวยก็ไปคบหากับฟ่านฉวนโย่ว (หลิวเต๋อหัว, Andy Lau) แฟนเก่าของอาหย่งที่เคยเลิกรากันไปเมื่อ 5 ปีก่อน แน่นอนว่าอาหย่งก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน แล้วไหนยังจะมีลูกน้องหนุ่มอย่าง กวงเข่อลี่ (Jerry Yan) มาแอบชอบเธออีก – เริ่มเห็นความนุงนังแล้วใช่ไหมครับ

จุดอ่อนของหนังก็เป็นจุดอ่อนขาประจำสำหรับหนังฮ่องกงหลายๆ เรื่องครับ นั่นคือการเดินเรื่องช่วงต้นๆ มันจะเรื่อยๆ เหมือนเอาฉากมาชนฉาก ไม่ได้มีการร้อยเรียงให้ดูเป็นเนื้อเดียวสักเท่าไร เลยทำให้อารมณ์มันไม่ต่อเนื่อง เรื่องมันดูโดดไปโดดมาบ้าง ทำให้ตอนต้นๆ ไม่ค่อยมีพลังเท่าไร

แต่ยังดีน่ะครับที่ดาราน่ะเวิร์ก แต่ละคนทำหน้าที่ได้ดี เลยพอจะดึงให้เราติดตามชีวิตพวกเขาต่อไปได้ – รู้สึกว่าหนังฮ่องกงหลายเรื่องมักจะมาทรงนี้ครับ คือช่วงแรกๆ การเล่าไม่กลมกล่อมนัก แต่ได้พลังดารามาช่วยชีวิตไว้

ผมมารู้สึกโอเคกับหนังก็ตอนครึ่งหลังน่ะครับ เมื่อเรารู้ว่าใครเป็นใคร ใครชอบใคร ใครจีบใครแล้ว เรื่องมันก็เริ่มเข้าสู่โซนสรุป ความรกของแต่ละคู่ก็ไปสู่บทลงเอย ซึ่งก็มีทั้งที่จบลงด้วยดีและจบแบบไม่สวย ซึ่งช่วงที่ว่านี่ก็มีแง่คิดเรื่องเกี่ยวกับความรักให้คนดูอย่างเราๆ เก็บกลับไปคิดเป็นการบ้านด้วย (ถัดจากนี้จะสปอยล์ล่ะนะครับ ไม่อยากทราบแนะนำให้ข้ามไปครับ)

ผมชอบตอนที่อาหย่งกับฉวนโย่วคุยกันหลังเกิดเรื่องกับฟู่เวย ประมาณว่าทั้งคู่เคยเป็นแฟนกัน แล้วก็เลิกกัน พอฉวนโย่วมาคบกับฟู่เวยแล้วคู่นี้มีปัญหา อาหย่งกับฉวนโย่วก็เลยได้โอกาสคุยกัน แต่มันเป็นการคุยกันในเชิงมิตรภาพน่ะครับ เหมือนคนรู้จักกันที่เคยผ่านอะไรด้วยกันมา มาปรับทุกข์ปลอบใจและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ช่วงที่ว่านี่ผมถือเป็นไฮไลท์ของหนังก็ว่าได้ครับ เพราะเจ๊เจิ้งกับเฮียหลิวแสดงกันได้ดีมาก รับส่งอารมณ์กันได้แบบพอเหมาะ จนเราสัมผัสได้จริงๆ ว่าเรากำลังดูเพื่อน 2 คนคุยกัน

Untitled08885

และที่ผมรู้สึกชอบมากก็เพราะ จริงๆ 2 คนนี้เคยเล่นหนังคู่กันแบบเป็นพระเอกนางเอกกันหลายเรื่องนะครับ อย่าง Needing You และ Love on a Diet เป็นต้น 2 เรื่องที่ว่านี่ทั้งคู่แสดงเป็นคู่รักกัน พวกเขาก็ดูเหมาะกัน จนเราอยากเอาใจช่วยให้พวกเขาสมหวัง แต่พอมาเรื่องนี้บทมันกำหนดประมาณว่าให้ 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันครับ แล้วพวกเขา 2 คนก็แสดงให้เรารู้สึกแบบนั้นได้ แสดงจนเราสัมผัสได้ว่า “พวกเขาไม่ได้เหมาะเป็นแฟนกัน แต่เหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า” ซึ่งผมถือว่าพวกเขาแสดงได้เจ๋งอ้ะครับ – คิดดู ดาราคู่เดียวกันแท้ๆ แต่พวกสามารถรู้จังหวะจะโคนในการถ่ายทอดบทบาทของตน จะถ่ายทอดให้คนดูรู้สึกว่าพวกเขาเหมาะกันมากๆ ก็ได้ หรือจะถ่ายทอดให้คนดูรู้สึกว่าพวกเขาควรเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้ – ทั้งสองแสดงกันโคตรเก่งน่ะครับ อันนี้ชาบูเลยจริงๆ

แล้วแง่คิดในฉากนั้นก็สะท้อนเรื่องความรักได้ไม่เลวครับ ฉวนโย่วได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ว่า “ความรักไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน แต่เป็นเรื่องของคนๆ เดียว – เขาคือคนหนึ่งคนที่ตามหาใครสักคน ที่จะยอมทำตามความต้องการของเขา” มันเป็นนิยามความรักลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกนี้ – อันนี้ไม่พูดเรื่องดีไม่ดีนะครับ แค่บอกว่าคนที่นิยามรักแบบนี้ก็มีอยู่นั่นแหละ

อีกหนึ่งแง่คิดของหนังก็คือ “ความรักและชีวิต เป็นได้ทั้งสิ่งอัศจรรย์และคำสาป มันขึ้นอยู่กับตัวคุณ” – นิยามรักอันหลากหลายนี้แฝงประเด็นน่าสนใจเอาไว้ แฝงแง่คิดที่น่านำไปคิดต่อเอาไว้ – คงเพราะแบบนี้น่ะครับ ผมเลยรู้สึกโอเคกับหนัง เพราะมันไม่ได้โล่งโถง – มันอาจไม่ลงตัวอะไร แต่อย่างน้อยประเด็นที่หนังอยากสื่อก็น่าสนใจอยู่

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือเพลงประกอบครับ ออกแนว Bossa จังหวะน่ารัก ช่วยเสริมอารมณ์ให้หนังได้อย่างดี

และผมชอบตอนอาหย่งกล่าวสรุปในตอนท้ายนะครับ มันสะท้อนความจริงของชีวิตดี อย่างเรื่องของฟู่เวยเพื่อนสาวจอมเจ้าชู้ ที่พอถึงจุดที่พวกเขาคบกันไม่สนิทใจดังเดิม ในที่สุดฟู่เวยก็ค่อยๆ ห่างไป มากินข้าวที่ร้านของอาหย่งไม่กี่ครั้ง ก่อนจะห่างหายกันไป – ผมว่ามันก็เหมือนชีวิตจริงน่ะครับ เราจะมีทั้งคนที่สนิทคบกันไปนานๆ กับคนที่จะห่างเหินกันไปเมื่อชีพจรชีวิตเต้นกันคนละจังหวะ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)