Action

Bullet Train (2022) ระห่ำด่วน ขบวนนักฆ่า

Untitled08791

หนังแนวฝนตกขี้หมูไหลนี่การจะทำให้ออกมาดีได้นี่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ เพราะถ้าเล่าไม่ดีก็จะกลายเป็นออกมามั่ว ดูแล้วมึนแทนที่จะมันส์ หรือไม่ก็จะไม่น่าสนใจแบบตลอดรอดฝั่ง ดูพอได้แค่ตอนแรกๆ แต่พอผ่านไปสักพักกราฟก็อาจจะนิ่งและตกลงในที่สุด

แต่สำหรับ Bullet Train ถือว่าทำออกมาได้เวิร์กครับ การเล่าเรื่องตอนต้นๆ ก็อาจต้องมีสมาธินิดนึง ค่อยๆ ทำความเข้าใจว่าใครเป็นใครและมายังรถด่วนขบวนนี้เพื่ออะไร ซึ่งตัวเอกก็คือนักฆ่าชื่อรหัสว่าเต่าทอง (Brad Pitt) ที่จริงๆ งานน่าจะง่าย เพราะแค่ขึ้นรถไป โฉบกระเป๋าหนึ่งใบ แล้วก็ลงจากรถ แค่นี้ก็จบงาน

แต่กลายเป็นว่าบนรถด่วนขบวนนี้มันไม่ได้มีนักฆ่าแค่เขาครับ ยังมีนักฆ่าพี่น้องรหัสส้มเขียวหวาน (Aaron Taylor-Johnson) และมะนาว (Brian Tyree Henry) ที่มาพร้อมภารกิจที่เกี่ยวกับกระเป๋าเหมือนกัน แล้วก็ยังไม่หมดครับ ยังมีตัวละครอื่นๆ และความวุ่นวายอีกหลายประการรออยู่

ผมชอบหนังแนวนี้ครับ คือมันจะไม่ได้แค่มันส์ในเชิงแอคชั่นอย่างเดียว มันยังมีคาแรคเตอร์ของตัวละครที่มาพร้อมเอกลักษณ์ให้จดจำ มาเฉือนคมหรือไม่ก็ชงมุกใส่กัน รวมถึงเรื่องราวที่พร้อมจะพลิกผัน อีกทั้งแต่ละสิ่งอันในเรื่องก็จะมีความเกี่ยวเนื่องกัน ทำให้มีอะไรให้สังเกต ให้สงสัย ให้คิดตาม และชวนให้เราอยากดูซ้ำอีกสักรอบเพื่อที่จะได้ย้อนกลับไปสังเกตรายละเอียดภาพรวมของหนังอีกครั้ง

ในแง่แอคชั่นก็ถือว่าสนุกครับ แต่ที่สนุกกว่าคือสีสันของตัวละครแต่ละราย ดาราแต่ละเจ้าที่คัดมานี่ถือว่าเหมาะกับบทมากๆ Pitt ก็ไปได้สวยกับบทนักฆ่าดวงซวยที่ซวยแบบไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ท่าทางบ๊องแบ๊วนิดๆ เอ๋อหน่อยๆ ของเขาเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวละครนี้ได้ไม่เลว

Johnson กับ Henry ก็ถือว่าจับคู่กันได้มันส์ดีครับ บทสนทนาก็มีอะไรให้ฮาได้เรื่อยๆ แค่ฟังพวกเขาต่อปากต่อคำกันก็มันส์แล้วล่ะครับ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับรถไฟโทมัสนี่เล่นยาวตั้งแต่เริ่มจนจบ อีกคนที่ไม่ชมไม่ได้คือ Joey King ที่เล่นได้ดีมากๆ หลายฉากนี่ถือว่าเล่นใหญ่ไฟกะพริบ เป็นสีสันได้อย่างดี และอีกคนที่ชอบเป็นพิเศษคือ Hiroyuki Sanada ครับ รายนี้เล่นได้หลายแนว จะเป็นคนดีก็ได้ เป็นคนร้ายก็ได้ พี่ท่านพลิกสีหน้าแววตาท่าทางไปตามบทได้หมด และสำหรับเรื่องนี้พี่ท่านยังเท่ห์มากๆ อีกด้วย

Untitled08792

ถ้าจะมีอะไรให้เสียดายสักหน่อยเกี่ยวกับดาราล่ะก็ คงเป็น Karen Fukuhara ครับ ออกมาน่ารัก แต่บทน้อยเกิ๊น เสียดายจริงๆ นะนี่

David Leitch กำกับหนังเรื่องนี้ได้น่าจดจำครับ นอกจากดาราเยี่ยมๆ แล้ว การเล่าเรื่องก็ดูเพลิน อย่างที่บอกครับว่าตอนต้นๆ อาจต้องตั้งใจนิดหน่อย แต่ถ้าจับทางได้ รู้ว่าใครเป็นใครแล้วความสนุกก็จะไหลมาเทมา และจังหวะการเฉลยปมก็ถือว่าพอเหมาะ ตอบโจทย์ความบันเทิงได้อย่างน่าพอใจ อ้อ แล้วพี่ท่านยังโดดลงไปร่วมแสดงรับเชิญในหนังด้วยนะครับ แสดงเป็น “เหยื่อรายที่ 17” ที่เป็นพลเมืองดีไปช่วยคนระหว่างที่คู่พี่น้องส้มเขียวหวานและมะนาวปฏิบัติภารกิจนั่นแหละ

หนังได้ Antoine Fuqua (ผู้กำกับ Training Day, The Equalizer) มาอำนวยการสร้างครับ ว่ากันว่าตอนแรก Fuqua จัดสร้างหนังออกมาโดยเน้นเรื่องดราม่าเป็นหลัก แต่พอพัฒนาบทไปเรื่อยๆ หนังก็ออกมาเป็นแนวตลกแทน

ตัวหนังถือว่าทำเงินใช้ได้ครับ ลงทุนไปราว $86 ล้าน ได้คืนมาจากทั่วโลก $239 ล้าน เพียงแต่อาจยังไม่ถึงขั้นถล่มทลายเท่านั้นเอง

ถือเป็นหนังที่ดูสนุกและน่าจดจำครับ แอคชั่นถือว่าเวิร์ก ความฮาถือว่าได้ ดาราร่วมจอกันรับส่งบทกันอย่างสนุกสนาน เนื้อเรื่องไม่โล่งโถงมีอะไรให้ติดตามไปจนจบ สีสันในเรื่องก็จัดจ้านใช้ได้ และเพลง Soundtrack ที่เอามาประกอบก็เข้ากับอารมณ์ของฉากนั้นๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงดังๆ ที่มาในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นครับ ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมผ่อนคลายได้เยอะอยู่ครับ ดูง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรให้คิดเลย – คิดแบบสนุกๆ พอดีๆ น่ะครับ – แนะนำเลยว่าใครอยากบันเทิงก็จัดไปครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)