รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A California Christmas (2020) คริสต์มาสแคลิฟอร์เนีย

Untitled08761

ยอมรับว่าความอยากดู A California Christmas มีไม่มากนักครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อาจรู้สึกว่าพระ-นางดูไม่ค่อยดึงดูดมั้ง หรือไม่ก็เฉยๆ กับตัวอย่าง แต่สุดท้ายก็ได้ดูครับ แล้วก็รู้สึกโอเคกว่าที่คิด

พล็อตถือว่าคุ้นเคยสำหรับหนังแนวนี้ครับ พระเอกคือโจเซฟ แวน แอสตัน (Josh Swickard) ลูกเจ้าของบริษัทใหญ่ที่เป็นเพลย์บอยคั่วผู้หญิงไปเรื่อย แล้ววันหนึ่งแม่ของเขาก็มอบงานให้ โดยเขาจะต้องเกลี้ยกล่อมเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งให้ยอมขายที่ภายในเวลาที่กำหนด

แต่พอโจเซฟไปถึง ด้วยความเข้าใจผิดเลยทำให้แคลลี่ เบอร์เน็ต (Lauren Swickard) สาวสวยเจ้าของที่ดินแปลงนั้นหลงคิดว่าเขาคือคนงานคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ โจเซฟก็เลยตกกระไดพลอยโจนยอมตามน้ำไป กะว่าจะหาโอกาสตะล่อมให้เธอยอมขายที่ แต่เมื่อเขาได้รู้จักเธอ ได้สัมผัสกับครอบครัวเธอ รวมถึงได้รับรู้เรื่องราวของที่ดินผืนนั้นเธอแล้ว ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปครับ และแน่นอนว่าเขาก็ค่อยๆ เริ่มรักเธอเข้าแล้วด้วย

หนังจัดว่ามาในแนวดราม่าโรแมนซ์ครับ เพราะชีวิตของแคลลี่นั้นก็ถือว่าต้องสู้อยู่เหมือนกัน ไหนจะมีเรื่องหนี้สินท่วมหัว แล้วแม่ของเธอยังเป็นมะเร็งอีก ระหว่างดูนี่ก็เห็นใจเธอเหมือนกันครับ และสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ก็คือ Lauren Swickard ถ่ายทอดบทนี้ได้ค่อนข้างถึง ซึ่งพอมาดูชื่อคนเขียนบทก็ถึงบางอ้อ เพราะเธอเขียนบทเองครับ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงดูเข้าถึงบทขนาดนั้น

และถ้าสังเกตก็จะพบว่าดาราที่รับบทพระเอกนางเอกของเรื่องมีนามสกุลเดียวกัน นั่นก็เพราะทั้งสองคือสามีภรรยากันในชีวิตจริงครับ พวกเขาตกหลุมรักกันประมาณปี 2017 ตอนถ่ายทำหนังเรื่อง Roped แล้วพวกเขาก็แต่งงานกันในปี 2019 จากนั้นก็มาร่วมกันทำเรื่องนี้ต่อ และผู้กำกับ Shaun Paul Piccinino ที่กำกับเรื่องนี้ก็ตามมาจากเรื่อง Roped นั่นแหละครับ

ผมชอบการแสดงของพวกเขานะ คือมันอาจจะไม่ได้สุดยอดฝีมืออะไรขนาดนั้น แต่พวกเขาเล่นกันได้อย่างพอเหมาะ เคมีพวกเขาก็ดูเข้ากัน ดูเป็นคู่ที่น่ารักดี อีกอย่างคือภาพความรักของพวกเขาไม่ได้ดูมุ้งมิ้งกุ๊งกิ๊งหวานแหวว แต่ดูเป็นความรักที่มีความเป็นผู้ใหญ่นิดๆ มีความจริงจังจริงใจอยู่ในที เหมือนต่างฝ่ายต่างประทับใจและให้ความนับถือในกันและกันระหว่างที่ร่วมงานกัน เมื่อมาผสมกับโทนเรื่องที่ดูเป็นแนวดราม่าแล้ว ก็เลยทำให้หนังมีรสชาติของตัวเอง

Untitled08762

ผมชอบเรื่องนี้ครับ โอเค หนังอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร การเดินเรื่องอาจไม่ถึงกับกลมกล่อมไปเสียทั้งหมด แต่หนังมันโอเคในแบบของมันครับ มีครบรสไม่ได้เน้นแต่เรื่องรักอย่างเดียว ยังมีเรื่องดราม่าสอดแทรก ตัวละครแต่ละตัวก็มีวาระของตัวเอง ได้แสดงคาแรคเตอร์ออกมาให้คนดูจดจำว่าใครเป็นใครและเป็นคนยังไง

แคลลี่ก็ดูเป็นสาวแกร่งใจเพชรที่ซ่อนความเหนื่อยล้าและความกลัวเอาไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม ส่วนโจเซฟก็ดูเปลี่ยนไปจริงๆ จากตอนต้นเรื่องที่เป็นพ่อพวงมาลัย เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย และไม่จริงจังกับงาน แต่พอเจอคนจริงอย่างแคลลี่ พอได้ทำงานร่วมกับเธอ และรับรู้ถึงความลำบากในชีวิตเธอแล้ว ใจของเขาก็เริ่มเต้นในจังหวะที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งยังทำให้เขาตระหนักว่าการทำงานเพื่อเลี้ยงชีพแบบสู้ชีวิตนั้นมันเป็นเช่นไร ซึ่งเรื่องแบบนี้ถือเป็นอะไรที่คนรวยอย่างเขาไม่เคยได้รับรู้มาก่อน – ถ้าจะบอกว่าการที่โจเซฟได้รู้จักกับแคลลี่นั้น ทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนเป็นแมนมากขึ้นก็คงไม่ผิดอะไร

แล้วหนังก็ยังมีตัวฮาแทรกลงไปอย่างพอเหมาะ ได้แก่คู่หูแบบไม่ตั้งใจ ลีโอ (Ali Afshar) คนขับรถของโจเซฟ และ แมนนี่ (David Del Rio) ชายที่จริงๆ จะต้องไปทำงานที่ไร่ของแคลลี่ แต่พอโจเซฟไปสวมรอยแทน แมนนี่เลยต้องไปอยู่กับลีโอ แล้วไปๆ มาๆ พวกเขาก็ซี้กันไปเลย แล้วก็เรียกเสียงฮาได้เป็นพักๆ โดยเฉพาะแมนนี่นี่จัดว่าขโมยซีนได้ไม่เลวเลยครับ – อ้อ และอีกอย่าง Afshar น่ะเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ด้วยครับ (จริงๆ เขาอำนวยมาตั้งแต่ Roped แล้วครับ นี่ก็ตามมาอีกคน)

บางครั้งมันก็พูดยากนะครับ ใจหนึ่งผมก็ตระหนักว่าหนังไม่ได้เจ๋งเลิศอะไรขนาดนั้น แต่อีกใจหนึ่งก็บอกได้ว่าผมชอบในหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะชอบทั้งพระเอกนางเอก ชอบการแสดงและความน่ารักของพวกเขา ชอบบทสมทบที่ถือว่าเล่นได้สมบท ชอบเรื่องราวที่ผสมผสานกันระหว่างดราม่าสู้ชีวิตกับโรแมนติก ชอบการเก็บเล็กผสมน้อยทางความรู้สึกระหว่างคน 2 คน และมันรู้สึกดีทุกครั้งยามเห็นโจเซฟและแคลลี่ค่อยๆ มีใจให้กัน – คือรู้สึกว่าพวกเขาเหมาะกันจริงๆ จนเราอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยน่ะครับ (นี่ผมดีใจมากเลยนะเนี่ยที่คู่นี้เป็นคู่กันในชีวิตจริงด้วย ผมว่าพวกเขาเหมาะกันจริงๆ น่ะ)

สำหรับผมแล้ว หนังตอบโจทย์ในวันเหนื่อยๆ ได้ดีครับ หลังจากเหนื่อยจากงานและจากชีวิต ได้มาดูหนังที่ไม่หนักเกินแต่ก็ไม่เบาหวิวแล้วก็ครบรสพร้อมผสมสาระแบบนี้ มันช่วยเยียวยาและฟื้นพลังให้เราได้อย่างดี

ผมไม่อาจบอกได้ครับว่าท่านจะชอบเรื่องนี้แบบผมไหม แต่ก็อยากให้ลองดูครับ ถ้าท่านไม่ชอบก็คงต้องขออภัยที่ทำให้เสียเวลา แต่หากท่านถูกจริตกับเรื่องนี้ล่ะก็ ท่านจะยิ้มอย่างมีความสุข รู้สึกอิ่มเอมอบอุ่น และใจพองคับอก

หนังอาจไม่ได้เปี่ยมคุณภาพขนาดนั้น แต่หนังมันโดนครับ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)