รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Purple Hearts (2022) เพอร์เพิลฮาร์ท

Untitled08236

Purple Hearts ถือเป็นหนังรักแนวสู้ชีวิตครับ กล่าวคือไม่ได้รักกันแบบหวานจ๋าน่ารักน่าหยิก หรือเน้นวิวสวยๆ แบบเรื่องอื่นๆ แต่นี่เป็นหนังรักผสมดราม่าที่ถือว่าทำออกมาได้เข้าท่าเรื่องหนึ่ง

เรื่องของแคสซี่ (Sofia Carson) นักร้องสาวที่กำลังไต่บันไดฝัน และลุค (Nicholas Galitzine) ทหารหนุ่มที่กำลังจะถูกส่งไปยังสนามรบ แน่นอนว่าตอนแรกพวกเขาก็ไม่ค่อยกินเส้นกันครับ แต่พอดีมีเหตุจำเป็นเนื่องจากแคสซี่มีโรคประจำตัว แต่เงินไม่ค่อยมี ทำให้ไม่สามารถซื้อหายามารักษาตัวได้ และลุคเองก็มีเหตุต้องใช้เงิน พวกเขาเลยเกิดไอเดียที่จะแต่งงานกันหลอกๆ เพื่อรับเงินและสวัสดิการจากกองทัพ

แล้วก็เป็นไปตามสูตรครับ ตอนแรกพวกเขาก็แค่แต่งหลอกๆ แต่พอนานๆ ไป พอได้อยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ฝ่าฟันอะไรหลายอย่างมาด้วยกัน หัวใจของพวกเขาเลยเริ่มจะสะกิดเข้าหากัน

บอกก่อนเลยครับว่าใครคาดหวังหนังรักแบบเบาๆ เน้นวิวสวยๆ แบบหนัง Hallmark ก็ต้องละวางความคาดหวังไว้ก่อน เพราะหนังถือว่าออกแนวดราม่าเป็นหลัก อารมณ์ขันมีบ้างแต่ก็ไม่เยอะ หลักๆ คือการแก้ปัญหาในชีวิตของพวกเขา และการที่ต่างฝ่ายต่างเห็นใจกันและกัน คอยช่วยเหลือเอาใจใส่กันจนเกิดเป็นความรัก แต่ถ้าถามว่าหนังทำออกมาได้ดีไหม ก็ต้องตอบว่าหนังทำออกมาได้ไม่เลวเลย

Carson กับ Galitzine ถือว่าแสดงกันได้ดีครับ ยามที่พวกเขาต้องแกล้งทำเป็นคู่รักกันท่าทางก็บ่งบอกถึงความขัดเขินบางประการ ดูแล้วก็น่าเชื่อว่าพวกเขายังไม่ได้รักกันนะ แค่หลอกๆ แต่ครั้นเวลาผ่านไป เมื่อพวกเขาเริ่มมีใจให้กัน เราก็สัมผัสได้ครับว่าพวกเขาเริ่มชอบกัน เริ่มเป็นห่วงกันจริงๆ

จุดเข้าท่าอย่างหนึ่งคือผมว่าเคมีพวกเขาไม่ได้เข้ากันซะทีเดียวครับ ไม่ได้ดูเป็นคู่รักในหนังที่คัดมาแบบหน้าตาหล่อสวยและดูขึ้นกล้องขึ้นจอเข้ากันได้ จริงๆ พวกเขาดูขัดๆ กันอยู่ในที และดูเหมือนไม่น่ามาลงเอยกันได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะการแสดงดีๆ ของ 2 ดารานำ และจังหวะการเล่าเรื่องกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ช่วยกันโอบอุ้มให้เรารู้สึกว่า 2 คนนี้ก็เหมาะกันอยู่แฮะ ทั้งสองสามารถสื่ออารมณ์ออกมาให้เราเชื่อน่ะครับ ว่าพวกเขาค่อยๆ มีใจให้กัน และในตอนท้ายเราก็เชื่อได้อย่างสนิทใจ ว่าหัวใจของพวกเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันแล้วเรียบร้อย

Untitled08237

เนื้อเรื่องจริงๆ จะบอกว่าน้ำเน่าก็คงไม่ผิดน่ะครับ เพราะชีวิตของลุคและแคสซี่มีอุปสรรคให้ฟันฝ่า มีเรื่องตามมากวนชีวิตอยู่พอสมควร แต่หนังก็เดินเรื่องไปแบบกำลังดี ไม่ได้ทุ่มวิบากชีวิตใส่ลงมาจนเกินรับ คือดูแล้วมันรับได้ รับรู้ว่าพวกเขาเจอปัญหานะ แต่ก็ไม่ได้หนักถึงขั้นทำให้หนังดูไม่สนุก เรียกว่าการเล่าเรื่อง ชงเรื่องถือว่าทำได้กำลังเหมาะครับ ไม่หนักเกิน แต่ก็ไม่เบาไป

ก็ขอชมผู้กำกับ Elizabeth Allen Rosenbaum ที่คุมหนังให้ออกมาพอเหมาะกำลังดี ผลงานส่วนใหญ่ของเธอจะเป็นซีรี่ส์ครับ แต่ก็เคยทำหนังใหญ่เหมือนกัน อย่าง Aquamarine (เรื่องนี้กลางๆ), Ramona and Beezus (เรื่องนี้ผมชอบครับ น่ารักดี) และ Careful What You Wish For (แนวระทึกขวัญแบบพิศวาสฆาตกรรม) ซึ่งสำหรับ Purple Hearts นี่ ผมยกให้เป็นผลงานที่เข้าตาที่สุดของเธอครับ มีความพอเหมาะในการเล่าเรื่อง ดาราก็น่ารักเข้ากันได้ดี เนื้อเรื่องก็ถือว่าชวนติดตาม ความโรแมนติกถือว่ามีให้สัมผัสอยู่เรื่อยๆ และปมดราม่าบางปมก็สร้างความสะท้านใจได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ผมชอบฉากที่แคสซี่ร้องเพลงที่เธอแต่งให้กับเหล่าทหารที่อยู่ในสนามรบฟังน่ะครับ เนื้อหาดี ทำนองดี เป็นอีกฉากที่ชวนประทับใจใช้ได้

โดยรวมแล้วถือเป็นหนังรักโรแมนติกผสมดราม่าที่น่าดูครับ ดูแล้วมันรู้สึกผูกพันกับคู่พระ-นางนะ และอดไม่ได้ที่จะเชียร์ให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาทั้งหลาย และสิ่งที่ผมชอบคือทั้งพระเอกและนางเอกดูมีมิติครับ พวกเขาไม่ใช่เทพบุตรเทพธิดาลงมาจากสรวงสวรรค์ที่มีแต่ความสมบูรณ์แบบ พวกเขาต่างก็มีจุดอ่อน ต่างก็มีข้อบกพร่อง ต่างก็มีอคติและทิฐิในแบบของตนเอง ดูมีเลือดมีเนื้อน่ะครับ ว่างั้นเถอะ – พวกเขาดูจับต้องได้ เป็นคนที่เราอาจพบเจอได้ทั่วไป หรือตอนนี้เราอาจจะเจออยู่ด้วยซ้ำ – อาจเพราะแบบนี้น่ะครับ เลยทำให้เรารู้สึกผูกพันกับพวกเขาได้มากอยู่

และอีกจุดที่ชอบคือ เมื่อพวกเขาเจอปัญหามารุมล้อมจนถึงจุดหนึ่ง พวกเขาก็คิดที่จะปรับเปลี่ยนบางสิ่งในตนเอง ลดทอนกำจัดจุดที่สร้างปัญหาออกไป ลดข้อบกพร่องในตนเองให้มากที่สุด ซึ่งที่ทำนี่ไม่ใช่เพื่อตนเองเท่านั้น แต่เพื่อที่จะไม่ทำให้ปัญหาของพวกเขากลายไปเป็นปัญหาของคนอื่น (โดยเฉพาะคนที่เขารัก) – ตัวละครดูมีพัฒนาการน่ะครับ ผมชอบอะไรแบบนี้เสมอแหละ

ก็ต้องย้ำอีกครั้งครับว่านี่ไม่ใช่หนังรักแบบที่ดูคลายเครียดกินลมชมวิว แต่เป็นหนังรักผสมดราม่า ก็ขึ้นกับว่าท่านจะชอบรสนี้ไหมนะครับ ส่วนผมนั้นหนังรักกินลมก็ชอบ และเรื่องนี้ผมก็ชอบครับ แม้ความกลมกล่อมในบางจุดอาจยังไม่มากก็ตาม แต่โดยรวมแล้วผมได้ความรู้สึกดีๆ ได้ความรู้สึกเชิงบวกจากหนังเรื่องนี้ครับ – ดูแล้วอยากเป็น “คนที่ดีขึ้น” เพื่อคนที่เรารักน่ะครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Untitled08238