Action

Highlander: The Source (2007) ไฮแลนเดอร์ ล่ากำเนิดคนข้ามศตวรรษ

Untitiled04915

แม้ภาค Endgame จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังมีคนคิดทำภาคต่อของ Highlander อยู่ครับ ซึ่งไปๆ มาๆ ผมว่าประวัติการสร้างหนังเรื่องนี้ดูจะน่าติดตามกว่าตัวหนังจริงๆ ซะอีก

เริิ่มที่ Peter Briggs อดีตตากล้องที่เคยพยายามเขียนบท Alien vs Predator ออกมา (แต่สุดท้ายบทที่เขาเขียนก็ไม่ได้ใช้) ก็พยายามจะปั้นบท Highlander ภาคใหม่ โดยที่เขาทุ่มเทอย่างมากในการเอาหนังทุกภาคและซีรี่ส์ทุกตอนมาดู อีกทั้งแฝงตัวเข้าไปเป็นสมาชิกในบอร์ดของแฟนๆ Highlander เพื่อซุ่มเขียนบท แต่สุดท้ายเขาก็โดนเตะออกจากโปรเจคท์ครับ สุดท้ายบทของเขาก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี

จากนั้นก็มีการไปตามเอาผู้กำกับ Russell Mulcahy ให้กลับมากำกับหนังภาคนี้ ซึ่งตอนแรก Mulcahy ก็ทำท่าสนใจครับ โดยไอเดียของเขาคือการทำภาคก่อนหน้าของ Highlander โดยจะย้อนเล่าไปถึงไฮแลนเดอร์รุ่นแรก เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อ 1,000 ปีก่อนภาคแรก โดยที่ไฮแลนเดอร์รุ่นหลังอย่าง ดันแคน แม็คลาวด์ (Adrian Paul) จะมีบทเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

แต่ทีนี้ผู้สร้างอยากทำเป็นภาคต่อจากภาค Endgame มากกว่า และอยากให้ดันแคนมีบทนำครับ เมื่อความคิดสวนทางกันเช่นนี้ Mulcahy เลยถอนตัวครับ เพราะเขาสังหรณ์ว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดตอนเขาทำ Highlander II กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งหากเขารับงานกำกับภาคนี้เข้าล่ะก็

และจริงๆ แรกเริ่มเดิมที Paul บอกปัดที่จะกลับมาเล่นเป็นดันแคนครับ ผู้สร้างเลยไปทาบทาม Christopher Lambert ให้กลับมาเป็นคอนเนอร์ แม็คลาวด์อีกครั้ง แต่ Lambert เรียกค่าตัวสูงมากจนผู้สร้างต้องถอย แล้วหันไปติดต่อ Paul ขอร้องให้เขากลับมาแสดงอีกครั้ง ซึ่งในที่สุด Paul ก็ตอบตกลงครับ

ภาคนี้เล่าถึงโลกที่กำลังอยู่ในช่วงกลียุคเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ในขณะที่ดันแคนก็ใช้ชีวิตอมตะของเขาไปอย่างโดดเดี่ยว และเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ตัดสินใจรวมทีมเพื่อนเก่าอย่างเมธอส (Peter Wingfield) และ โจ ดอว์สัน (Jim Byrnes) ในภารกิจตามหาจุดกำเนิดแห่งไฮแลนเดอร์

ตัวหนังนั้นว่ากันตามจริงก็ต้องบอกว่าไม่สนุกเลยครับ งานสร้างดูเป็นเกรดบีค่อนไปทางซี ในแง่ของเนื้อเรื่องดูน่าสนใจครับ แต่การเดินเรื่องไม่ได้น่าติดตามเลย สู้สมัยเป็นซีรี่ส์ก็ยังไม่ได้ ยอมรับว่าแอบอึ้งเหมือนกันตอนรู้ว่าหนังกำกับโดย Brett Leonard ที่เคยทำหนังโอเคอย่าง Virtuosity มาเรื่องนี้นี่ไม่มีจุดสนุกเลยครับ

ในมุมหนึ่งหากมองอย่างกลางๆ แล้ว ก็น่าเห็นใจเหมือนกันครับ เพราะเนื้อเรื่องจริงๆ มันต้องใช้ทุนสูง หลายๆ ฉากต้องเน้นจินตนาการ ยิ่งช่วงไคลแม็กซ์นี่จริงๆ ถ้าทุนถึงจินตนาการถึงมันคงน่าสนใจอยู่น่ะครับ แต่พอทุนไม่เยอะ มันก็เลยออกมาเป็นดูเฉยๆ แบบนี้

เอาล่ะครับ แล้วนี่ก็เป็นภาคจบของ Highlander แล้ว ซึ่งจริงๆ มีความตั้งใจที่จะให้ภาคนี้เป็นจุดเริ่มของไตรภาคใหม่ แต่พอหนังเจ๊งก็เลยจบกัน ซึ่งก็น่าเสียดายครับที่การปิดตำนานมันไม่สมศักดิ์ศรีของความเป็น Highlander เลย

และมีเกร็ดที่แม้จะฟังดูขำๆ แต่ก็เป็นเรื่องจริงมาฝากครับ นั่นก็คือ นี่เป็น Highlander ภาคแรกที่ฉากสู้กันตอนไคลแม็กซ์ไม่ได้สู้กันในเขตโรงงานครับ (พอมาย้อนนึกดูก็จริงนะ แต่ละภาคมันต้องสู้ในเขตโรงงานจริงๆ 555)

ดาวเดียวครับ

Star11

(4/10)

Untitiled04914