รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Town Without Christmas (2001) มหัศจรรย์รักวันคริสต์มาส

kinopoisk.ru

อีกหนึ่งหนังวันคริสต์มาสในความทรงจำครับ ได้ดูครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในรูปแบบวีดีโอ (แน่นอนว่าสมัยนั้นต้องมาจากบริษัท CVDI) ดูแล้วประทับใจครับ ที่ประทับใจอย่างแรกเลยคือหนังพากย์ไทยนำโดย พี่จักรกฤษณ์ หาญวิชัย ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะนี่เป็นหนังลงวีดีโอน่ะครับ แต่ได้พี่เขามาพากย์พร้อมทีมงานครบเซ็ท

จุดประทับใจต่อมาคือตัวหนังครับ ที่จริงๆ แล้วหนังก็ไม่ได้ถึงกับดีเลิศ จริงๆ คือมีจุดพร่องอยู่พอสมควร เช่น การเดินเรื่องที่อาจจะช้าไปนิด ความน่าติดตามที่น่าจะเยอะได้อีก แต่กระนั้นหนังก็มีฉากดีๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับหนังทั้งเรื่องไปเลยน่ะครับ

พล็อตเรื่องว่าด้วยมีเด็กที่ชื่อคริส ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองซีคลิฟฟ์ได้ส่งจดหมายไปถึงซานตาคลอส บอกว่าตอนนี้พ่อแม่ของเขากำลังลำบาก เขาเลยเขียนจดหมายเพื่อขอร้องให้ซานตาคลอสช่วยพาเขาไปจากโลกนี้ที จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้พ่อแม่ แต่หากซานต้าไม่มาพาเขาไปแล้วล่ะก็ เขาก็จะลงมือทำให้ตัวเองจากโลกนี้ไปด้วยตนเอง

เมื่อจดหมายนี้ถูกเปิด คนทั้งประเทศก็สนใจทันทีครับ FBI เดินทางมาซีคลิฟฟ์เพื่อสืบหาตัวเด็กคนนี้ จะได้หาทางช่วยเหลือ และสื่อมวลชนทุกแขนงก็มาเพื่อทำข่าว หนึ่งในนั้นคือ เอ็ม. เจ. เจนเซน (Patricia Heaton) นักข่าวแถวหน้าของสถานีโทรทัศน์ช่อง 10 ที่มาเพื่อตามตัวคริสมาสัมภาษณ์

1387632711

ขณะเดียวกันเดวิด เรย์โนลด์ (Rick Roberts) ชาวเมืองซีคลิฟฟ์ที่ไปทำงานในเมืองใหญ่ก็ได้รับซองเอกสารลึกลับ ข้างในบรรจุภาพวาดมากมาย แต่ประเด็นคือหลังจากเขาได้รับภาพนั้น เขาเริ่มพบว่าแต่ละภาพคือภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่เขาจะต้องประสบ และมันอาจเป็นเบาะแสเดียวที่จะทำให้เขาสามารถตามหาตัวเด็กที่ชื่อคริสเจอ เขาเลยรีบกลับซีคลิฟฟ์เพื่อใช้ภาพเหล่านั้นตามหาคริสให้พบ ก่อนเด็กน้อยคนนั้นจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ตามที่เขียนไว้ในจดหมายจริงๆ

เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ ครับ ซึ่งนี่เป็นหนังสำหรับทำฉายทางทีวี และผมเพิ่งมารู้ว่านี่คือหนังเรื่องแรกของชุดไตรภาคครับ เป็นไตรภาคว่าด้วยเหตุการณ์ในวันคริสต์มาส โดยทุกภาคจะกำกับโดย Andy Wolk เขียนบทโดย Michael J. Murray ซึ่งตัวละครหลักจะต่างกันไป เหตุการณ์ก็จะไม่เหมือนกันครับ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมันเกิดวันคริสต์มาสและมีตัวละครที่ชื่อ แม็กซ์ (รับบทโดย Peter Falk เจ้าของบทอมตะของนักสืบโคลัมโบ) มามีส่วนในเรื่องราวด้วยเสมอ แต่เขาจะเป็นใครนั้นไม่ขอเล่าแล้วกันนะครับ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสดูท่านก็จะทราบเอง แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็ค่อยมาถามกันอีกทีครับ 5555

ทุกวันนี้ผมไม่รู้จะหาหนังเรื่องนี้มาจากไหนน่ะนะครับ ผมเลยต้องไปหาดูเอาเป็นภาษาอังกฤษ และการดูครั้งล่าสุดผมก็ยังรู้สึกดีกับหนังอยู่ ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้มากๆ ก็ขอบอกเลยครับว่ามีฉากหนึ่งในหนังที่ผมรู้สึกตื้นตันและซึ้งอย่างที่สุด ดูทีไรน้ำตาจะไหลทุกที

ฉากนี้จะอยู่กลางๆ เรื่องครับ เป็นตอนที่เมืองกำลังจัดงานประมูลของขายทอดตลาด ซึ่งมีหญิงชราท่านหนึ่งนามว่าคุณนายฮาร์เกรฟ (Faith Ward) จำใจต้องขายกล่องดนตรีอันเป็นมรดกชิ้นสำคัญของครอบครัว ทีนี้ก็มีคนประมูลไปได้ (คนที่ประมูลก็คือตากล้องของนางเอกนั่นแหละครับ) ทีนี้นางเอกก็รู้สึกเห็นใจคุณนายฮาร์เกรฟ เพราะเพียงดูสีหน้าของเธอเราก็รู้ครับว่าเธอกำลังเจ็บปวดแค่ไหน

1387631605

ในนาทีนั้นนางเอกก็เดินไปหาตากล้อง พร้อมเสนอเงินเป็น 2 เท่าเพื่อซื้อกล่องดนตรีต่อจากเขา จากนั้นก็เดินไปหาคุณนายฮาร์เกรฟ เพื่อคืนของชิ้นนั้นให้กับเธอ

1387631644

ผมไม่รู้จะบรรยายอย่างไรครับ ด้วยนักแสดงที่เล่นได้อย่างพอเหมาะพอดี ด้วยดนตรีเบาๆ ด้วยภาพที่เห็น ด้วยการตัดต่อภาพ มันทำให้ผมตื้นตัน มันทำให้ผม… อยากช่วยให้คนทั้งโลกมีรอยยิ้มแบบที่คุณนายฮาร์เกรฟมีในวินาทีนั้น… อยากให้เรื่องดีๆ แบบนี้มีบ่อยๆ และอยากให้คนหันมาช่วยเหลือกันบ้าง ไม่ต้องมากมายหรอกครับ แค่ช่วยกันบ้างคนละไม้คนละมือเท่านั้น

1387631697

ฉากนี้คงจะสะกิดต่อม “ใจอ่อนและเห็นใจคน” ของผมน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าต่อมนี้เราต้องระวัง เนื่องจากมิจฉาชีพอาจใช้ประโยชน์จากต่อมเราในทางที่ผิดได้ แต่ผมเชื่อครับว่ามันมีบางสถานการณ์ที่คุณจะรู้ได้ด้วยตนเอง ว่าใครบางคนกำลังรวดร้าวที่ดวงใจ และเราสามารถยื่นมือไปช่วยเขาหรือเธอให้พ้นจากสภาวะนั้นได้

ฉากนี้ฉากเดียวทำให้ผมรักหนังเรื่องนี้มากๆ หรืออาจต้องบอกว่าการแสดงดีๆ ของคุณยาย Faith Ward ชนะใจผมโดยสิ้นเชิง (ผมพยายามค้นว่าเธอเล่นเรื่องไหนอีกไหม ก็พบว่ามีบ้างครับ แต่ไม่มากและหนังก็หาดูยากพอสมควร ขณะเดียวกันผมไม่สามารถหาภาพของท่านได้ ผมเลยจัดการแค๊ปมาเองเลยครับ)

สำหรับส่วนอื่นๆ ของหนังก็อย่างที่บอกครับ ดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นเยี่ยมยุทธ์มากมาย ด้านสาระก็ถือว่ามีในระดับที่พอเหมาะพอสมกับหนังว่าด้วยวันคริสต์มาสครับ เมื่อหนังชี้ชวนให้เราหันมาสนใจคนในครอบครัว หันมาแสดงความรักต่อกัน มอบความอบอุ่นให้แก้กัน อะไรที่ไม่เข้าใจกันก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จา ที่สำคัญคือคนเป็นพ่อแม่จะทำอะไรก็ต้องระลึกถึงลูกเอาไว้บ้างครับ เพราะสิ่งที่เราทำย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของลูกไม่ “มาก” ก็ “มากๆ” (กล่าวคือไม่มีคำว่าน้อยหรอกครับสำหรับเรื่องนี้)

เรื่องต่อมาคือการตระหนักในคุณค่าของตนเอง อย่าคิดว่าเรานั้นช่างเล็กจ้อยหรือทำสิ่งดีๆ ไม่ได้ อย่ามัวเปรียบเทียบกับคนที่ได้ดีกว่าว่าเรานั้นช่างกระจอกนัก เพราะคนเรามีพื้นชีวิตที่ต่างกัน แต่การที่เรามีน้อยกว่าใช่จะแปลว่าเรามีประโยชน์ต่อโลกน้อยกว่า และเราสามารถพัฒนาตัวเราให้มีประโยชน์ต่อโลกได้มากขึ้น หากเราตั้งมั่นตั้งใจเพียงพอ

1387632740

ผมเคยคิดอยู่หลายครั้งครับว่าการจะเอาหนังเรื่องนี้มารีวิวมันจะดีไหม เพราะรีวิวไปก็ไม่รู้ว่าคนอ่านจะไปหาดูได้จากไหน แต่ผมก็ตั้งใจแล้วครับว่าดูหนังกี่เรื่องก็จะรีวิวเท่านั้น เอาให้เป็นฐานข้อมูลให้นักดูหนังได้รู้จักหนังแต่ละเรื่องว่ามันเป็นเช่นไร และอีกอย่างคือความที่ผมรักหนังเรื่องนี้ ผมเลยอยากเขียนถึงครับ หากการจะตามหามันมาดูเป็นเรื่องลำบาก ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ใจลึกๆ ผมเสียดายเหมือนกันครับ เพราะหนังดีๆ หนังอบอุ่นหัวใจแนวนี้หาดูได้ยากในบ้านเรา แต่ถ้าเป็นหนังผี หนังสัตว์ประหลาด หนังบู๊เกรดบี หรือแม้แต่หนังเรททั้งหลายจะหาดูง่ายกว่ากันมาก แต่ก็พอเข้าใจครับว่าหนังแนวนี้สไตล์นี้ไม่ใช่อะไรที่จะขายได้หรือขายดีนักในบ้านเรา ก็เห็นใจคนนำเข้าเหมือนกันครับ

อันนี้ขอย้อนอดีตไปชม CVD เลยครับ ทำให้ผมได้ดูหนังดีหลายเรื่องจริงๆ โดยเฉพาะหนังทีวีที่มีความหมายแบบนี้ สมัยนี้หาดูได้ยากขึ้นครับ สังเกตได้จากหนังเกี่ยวกับวันคริสต์มาสใหม่ๆ หลายเรื่องผมไม่สามารถหาดูได้ ต้องไปโหลดมาดูเอา แล้วมันมีเยอะมากๆ ครับ จนผมรู้สึกเหมือนเอาตัวเองออกจากกะลาครอบ เพราะเมื่อก่อนผมชอบคิดว่า “ทำไมหนังคริสต์มาสมีน้อยจัง ทำไมอเมริกาไม่ค่อยทำหนังแนวนี้เลย” แต่ที่ไหนได้ เขาทำกันทุกปีครับ ทุกสถานทีแข่งกันทำ แข่งกันผลิตออกมา ทำเป็นแผ่น DVD ให้คนซื้อเก็บกันด้วย และหลายเรื่องก็น่าพอใจอีกต่างหาก ทว่าเห็นเข้ามาบ้านเราประมาณ “สิบหยิบหนึ่ง” น่ะครับ คือเขาทำสิบเรื่องหยิบมาหนึ่งเรื่องอะไรประมาณนั้น (แต่ก็นั่นแหละครับ โทษบริษัทนำเข้าก็ไม่ได้ ก็ตลาดบ้านเรามันไม่ค่อยวิ่งจริงๆ นี่หน่า)

ผมคงจะแนะนำหนังคริสต์มาสอีกหลายเรื่องครับ บางเรื่องก็หาดูได้ แต่บางเรื่องอาจต้องลำบากในการไปท่องโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งเรื่องไหนคุ้มแก่การดูผมก็จะบอกนะครับ สำหรับเรื่องนี้ว่าตามจริงคือมันไม่ได้ยอดเยี่ยมมหาศาลขนาดต้องดู เพียงแค่มันถูกใจผม มันโดนใจผม (โดยเฉพาะฉากของคุณนายฮาร์เกรฟ) อันนี้คงต้องเลวแต่รสนิยมครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

(แต่ถ้าเป็นฉากคุณนายฮาร์เกรฟ… ผมขอให้ Star5ครับ)