Action

London Has Fallen (2016) ผ่ายุทธการถล่มลอนดอน

MV5BMTY1ODY2MTgwM15BMl5BanBnXkFtZTgwOTY3Nzc3NzE@._V1_SY1000_CR0,0,674,1000_AL_

อันว่าหนังแอ็กชันภาคต่อที่เด็ดขาดสนุกเท่าภาคแรกนั้น เอาเข้าจริงๆ ก็มีไม่เยอะเท่าไรครับ ส่วนหนึ่งเพราะภาคแรกถ้าไม่แน่จริงก็คงไม่สามารถก่อให้เกิดภาคต่อได้ ดังนั้นภาคแรกก็ต้องมีดีมากประมาณหนึ่ง ดังนั้นการจะทำภาคต่อนั้น อย่าว่าแต่จะให้ดีกว่า เอาแค่ให้ดีเท่าเทียมก็ถือเป็นงานใหญ่แล้ว

สำหรับ London Has Fallen ก็ต่อเรื่องมาจาก Olympus Has Fallen ซึ่งถือเป็นหนังม้ามืดทำเงินเฉียดร้อยล้านในอเมริกา เรียกว่าทำกำไรมากกว่า White House Down หนังถล่มทำเนียบข่าวที่ฉายในปีเดียวกันซะอีก

ภาคนี้เหตุก็ไปเกิดที่ลอนดอนครับ เมื่อจู่ๆ นายกฯ อังกฤษก็เสียชีวิตลง ส่งผลให้ผู้นำชาติต่างๆ เดินทางไปร่วมพิธีศพ แต่หาไม่ว่าแท้จริงมันคือแผนที่ผู้ก่อการร้ายหวังล่อให้ผู้นำชาติต่างๆ ไปตายเพื่อสังเวยแผนระดับโลกของพวกนั้น

แล้วก็ตามสูตรครับ ไมค์ แบนนิ่ง (Gerard Butler) เจ้าหน้าที่อารักขาท่านประธานาธิบดี (Aaron Eckhart) แบบสุดกำลังเพื่อหาพาท่านให้รอดกลับไปยังอเมริกาให้ได้ พร้อมทั้งหาทางถล่มแผนร้ายของพวกมันให้สิ้นซาก

ครึ่งแรกผมชอบครับ ก็มีการเกริ่นที่มาที่ไปของเรื่อง ตามด้วยปูพื้นตัวละครต่อจากภาคแรกอีกนิดหน่อย แล้วก็เริ่มเข้าสู่แอ็กชันถล่มลอนดอน ซึ่งก็ทำออกมาได้ไม่เลวครับ มันอาจจะไม่ได้อลังการอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่ากระตุ้นอะดรีนาลีนได้ในระดับหนึ่ง

ฉากไล่ล่าตอนแรกก็ถือว่ามันส์ครับ โชว์กึ๋นความเทพของไมค์ได้ดี มีความสะใจแทรกมาเป็นพักๆ อันว่าความตื่นเต้นนี่ยิงยาวไปจนถึงกลางเรื่องทีเดียว

แต่พอเรื่องผ่านไปช่วงครึ่งหลัง ความง่ายเริ่มปรากฏครับ ดีกรีความลุ้นถือว่าลดลง สเกลความอลังเริ่มลดลง (เดาว่าคงทุ่มงบไปกับครึ่งแรกเกือบหมดแล้ว 5555) ก่อนที่หนังจะสรุปจบแบบที่ลงสูตร แต่ไม่เข้มข้นหรือเร้าใจเท่าครึ่งแรก

ถ้าให้เทียบกับภาคแรกแล้ว ก็คงต้องบอกว่าภาคแรกกลมกล่อมพอดีกว่าครับ จริงที่ถ้าว่ากันในแง่แอ็กชันและความอลังแล้ว ครึ่งแรกของภาค 2 ถือว่าน่าพอใจมากอยู่ แต่เพราะมาแผ่วครึ่งหลังนี่แหละครับ คะแนนเลยเกลี่ยให้หนังอยู่ระดับกลางๆ แทน

ในขณะที่ภาคแรกแม้จะไม่ได้เร้าใจหนักๆ แต่ก็เดินเรื่องได้น่าติดตาม มีแอ็กชันแทรกเข้ามา ตามด้วยฉากลุ้นๆ และฉากชวนสะเทือนใจยามตัวประกันหรือผู้บริสุทธิ์ต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย ในขณะที่ภาคนี้ไม่ค่อยมีฉากบีบคั้นหัวใจอะไรแบบนั้นสักเท่าไรครับ เหมือนเน้นที่บู๊ๆๆ และลุยๆๆ มากกว่า

Babak Najafi ผู้กำกับชาวอิหร่านที่เคยกำกับหลายตอนของซีรี่ส์แรงๆ อย่าง Banshee ซึ่งสำหรับผลงานครั้งนี้ก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ เพียงแต่ดีกรีความเด็ดยังไม่ถึงใจแบบตลอดรอดฝั่งเท่านั้น

ช่วงนี้ได้เจอหน้าพี่ Gerard Butler บ่อยมาก ถ้าถามว่าชอบเรื่องไหนมากกว่าระหว่างเรื่องนี้กับ Gods of Egypt ก็ตอบได้ว่าชอบเรื่องนี้ครับ มันเพลินได้เรื่อยๆ ดี (แม้จะมีความโม้มาเจือไม่น้อยก็เถอะ) ส่วน Eckhart ก็เล่นได้ดีตามมาตรฐานเช่นเดิม

ส่วนดารารายอื่นก็ออกแนวสมทบครับ ไม่ว่าจะ Radha Mitchell (ภรรยาของไมค์), Angela Bassett, Robert Forster, Melissa Leo และ Morgan Freeman ก็เล่นได้โอเคตามที่บทจะเปิดโอกาส (แต่โอกาสที่ว่าไม่ค่อยเยอะเท่าไรแฮะ)

สรุปว่าดูเอามันส์ได้ครับผม แต่อย่าคาดหวังเกินไปล่ะ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

โฆษณา