Action

โหดซัดโหด (2015) SPL 2: A Time for Consequences

12009795_1084426318254835_3464200392378043933_n

ภาคต่อจาก SPL ภาคแรกที่เจิ้นจื่อตันแสดงไว้ครับ

เพียงแต่เป็นภาคต่อในลักษณะที่ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก แต่เรื่องราวไม่ได้ต่อกัน ไม่ได้เกี่ยวกัน ดาราเก่าจากภาคแรกที่มาแสดงอย่าง เยิ่นต๊ะหัว และ อู๋จิง ก็ไม่ได้มารับบทเดิมแต่อย่างใด

ว่าง่ายๆ คือใช้ชื่อเดิม ตัวละครใหม่ และเหตุการณ์ใหม่แต่คล้ายของเก่า (คือการซัดกันระหว่างตำรวจกับผู้ร้าย) นั่นเอง

ภาคนี้อู๋จิงรับบทคิท นายตำรวจที่แฝงตัวไปทำภารกิจ แต่พอโดนจับได้ว่าเป็นสายเขาเลยโดนจับตัวมาขังคุกในประเทศไทย และที่นั่นเขาได้พบกับชัย (จา พนม) พัสดีฝีมือเทพวรยุทธ์ ซึ่งลูกสาวของชัยเป็นโรคลูคิเมียครับ และกำลังต้องการความช่วยเหลือ

พอคิทและชัยมาเจอกัน ทั้งคู่ก็ซัดกันนัวอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็หันมาจับมือกับปราบผู้ร้ายตัวบงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

ผมรู้สึกว่าบทเข้าท่านะครับ ตัวเอกคือตำรวจที่โดนจับมาและต้องหาทางกลับไปปราบตัวร้ายต้นเรื่อง ส่วนอีกคนก็เป็นคนดี แต่ยากจน และลูกก็กำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ การให้พวกเขามาเจอกัน ช่วยกันมันเป็นพล็อตที่จัดว่าเวิร์กเลยล่ะ

ครับ พล็อตน่ะดี แต่ทว่าการเล่ายังไม่กลมกล่อมเท่าที่ควรครับ การลำดับเรื่องบางครั้งก็ชวนให้มึนนิดๆ บางฉากไม่จำเป็นก็ใส่ลงมา ซึ่งหากตัดทอนออกไป แล้วเล่าเน้นประเด็นหลักๆ รสชาติของหนังอาจลื่นคอกว่าที่เป็นอยู่ (หนังยาว 2 ชั่วโมงครับ)

แต่สิ่งที่น่าพอใจคือคิวบู๊ครับ แอ็กชันตีกันได้มันส์ดี พี่จาของเราก็วาดลวดลายสไตล์ไทย ส่วนอู๋จิงกับตัวละครอื่นๆ ก็วาดลีลาแบบฮ่องกงผสมอินเตอร์ ถ้าว่ากันในแง่ฉากต่อสู้แล้วถือว่าสนุกครับ ฉากไคลแม็กซ์ตอนท้ายก็ออกแบบสถานที่ในการไฝว้กันได้มันส์และเข้าท่าดี เรียกว่าถ้าใครคาดหวังแอ็กชัน ผมว่าเรื่องนี้โอเคเลย

เป็นก้าวที่น่าพอใจของพี่จาครับ เรื่องแอ็กชันน่ะลื่นอยู่แล้ว ส่วนในแง่การแสดงหรือดราม่าอาจยังไม่ลื่นนัก บางอารมณ์ก็ขัดๆ แต่ผมไม่รู้สึกแย่เลยนะ ตรงกันข้ามครับ ผมรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ในที่สุดพี่เขาได้ลองเล่นบทที่มันมีมิติ มีอารมณ์ มีคาแรคเตอร์แบบนี้ซะที

คือของแบบนี้มันต้องเริ่มครับ และสำหรับในจุดเริ่มนั้น หากเขายังแสดงไม่ดีผมก็ไม่คิดโทษเลย เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยมีโอกาสนี่ครับ เขาโดนแต่ให้เล่นแอ็กชันๆๆๆ จนใกล้จะถึงทางตันอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีการเปิดโอกาสให้เขาได้เล่นอะไรแบบนี้เลย แต่นี่พี่จาเขาเริ่มแล้วครับ ได้ลองแล้ว และผมเชื่อว่ามันคือก้าวแรกของประสบการณ์ที่จะทำให้พี่เขาเก่งขึ้น

คือในเรื่องแอ็กชันน่ะเราไว้ใจพี่เขาได้อยู่แล้ว ตอนนี้ก็รอในแง่ของการแสดง เอาให้เข้าที่ เอาให้มีคาแรคเตอร์ เอาให้ดูมีมิติและเล่นฉากอารมณ์ได้ ซึ่งของแบบนี้ต้องเริ่ม และต้องทำซ้ำเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ ถ้าพี่เขามีโอกาสแบบนี้อีกเรื่อยๆ พี่เขาก็ยังไปได้อีกไกลครับ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ

ดังนั้นระหว่างดูเรื่องนี้ ผมบอกเลยว่าพี่จายังไม่ผ่านในเชิงการแสดงบทดราม่าแบบเต็มที่ แต่ผมยินดีที่ได้ไปเห็นพี่เขาพยายาม ได้เห็นพี่เขาก้าวต่อไป ซึ่งถ้าใครรู้สึกไม่พร้อมที่จะไปดูการแสดงของพี่จาล่ะ หรือถ้าใครคาดหวังการแสดงเนี๊ยบๆ ล่ะก็ ขอบอกก่อนเลยครับว่าไม่ใช่เรื่องนี้ อันนี้หมายถึงสำหรับพี่จานะครับ แต่คนอื่นๆ ถือว่าเล่นได้ดีล่ะ อู๋จิงนี่มืออาชีพแล้ว เยิ่นต๊ะหัวก็ลื่นแน่นอน หรือกู่เทียนเล่อที่มาเล่นบทตัวร้ายก็ดูน่าสนใจดี (เพียงแต่บทของพี่แกจัดว่ายังน่าสนใจได้อีกเยอะเท่านั้นเอง)

ครับ ที่ร่ายมานี่ตรงๆ ก็ว่าแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ ถ้าดูแบบคาดหวังความสมบูรณ์ ผมมองว่าหนังยังไม่ถึงขั้นนั้น สรุปว่าหนังน่ะเข้าท่าในแง่แอ็กชันที่ถือว่ามันส์พอตัว ดาราฮ่องกงแสดงเข้าท่า ในขณะที่บทและการเดินเรื่องยังไม่ลงล็อค มีส่วนเกินส่วนขาดอยู่พอสมควร และพี่จายังแสดงดราม่าได้ไม่ถึงกับเต็มร้อย อันนี้พูดตรงๆ เพื่อปรับระดับความคาดหวังครับ ถ้าใครรู้สึกยังไม่โอเค ก็ไว้รอดูแผ่นแค่นั้นเอง

สำหรับผม ผมว่าภาคแรกลงตัวกว่า แต่สำหรับภาคนี้ อย่างที่บอกครับว่าผมยินดีที่พี่จาได้เริ่มก้าวบนเส้นทางนี้ หลังจากผิดหวังมากับ Skin Trade หนังเรื่องนี้ถือว่าเข้าท่าขึ้น แต่อาจยังไม่เด็ดเท่าองค์บากภาคแรก

เป็นกำลังใจให้พี่จาเดินต่อไปครับ (ไม่ต้องวิ่งก็ได้ครับ เดินช้าๆ แต่มั่นคงน่ะ ก็ปลอดภัยดี) และผมยังอยากชมผลงานดีๆ ของพี่ต่อไปในอนาคตครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

โฆษณา