Action

Transformers: The Last Knight (2017) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5 อัศวินรุ่นสุดท้าย

19453004_1681212645242863_3403512196331744499_o

สารภาพตามตรงว่าไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังชุดนี้ครับ คือก็ตามดูทุกภาคนั่นแหละ แต่อาจไม่ได้ถูกจริตโดนใจอะไรขนาดนั้น ชื่อหุ่นในเรื่องก็จำได้แค่ อ็อปติมัส, บัมเบิลบี แล้วก็เมกาตรอนเท่านั้น (ยอมรับว่างงทุกทีเวลาหุ่นหลายๆ ตัวมาตีกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร)

แต่หากใครชอบหนังชุดนี้ ผมว่าก็คงไม่พลาดกันอยู่แล้วน่ะนะครับ เท่าที่ได้ยินมาความชอบ-ไม่ชอบต่อหนังเรื่องนี้ก็มีหลากหลาย คนที่ชอบก็ยังมี ส่วนคนที่ยี้ก็มีไม่น้อย ดังนั้นทางเดียวที่จะรู้ได้ก็คือลองไปชมครับ

ส่วนผมนั้น ก็โอเคกับสารพัด CG ประดามีที่หนังใส่เข้ามา มันก็ละลานตาอยู่ครับ แต่ค่อนข้างเรื่อยๆ กับเนื้อเรื่อง ที่แม้ผมจะไม่ได้เป็นแฟนหนังชุดนี้ แต่ก็สัมผัสได้ว่าบางส่วนบางประเด็นมันไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียวกับภาคก่อนๆ สักเท่าไร

แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้วล่ะครับ เพราะปีนี้เจอหนังภาคต่อสไตล์นี้เยอะมาก ประเภทว่าผูกเนื้อเรื่องใหม่ เล่าใหม่ (หรือแถใหม่) ตามใจคนทำแบบเต็มที่ จนผมเลิกที่จะ “พยายามทำความเข้าใจองค์รวมของเรื่องราว” เพราะตราบใดที่หนังไม่เลิกสร้าง เราก็อาจต้องมานั่งทำความเข้าใจใหม่อยู่เรื่อยๆ (เพราะเนื้อเรื่องมันเปลี่ยนไปตามใจผู้สร้างได้เสมอ)

และเลิกที่จะ “คาดเดาทิศทางของเรื่อง” เพราะมันขึ้นกับคนทำแล้วล่ะครับว่าจะฉีกไปทางไหน จะรีบูทเลยไหม หรือจะทำเป็นลืมๆ แล้วก็แตกประเด็นใหม่ๆ (ที่อาจไม่เข้ากับเนื้อเรื่องเดิม) จากนั้นค่อยวางแผนว่าจะค่อยๆ ทำให้พล็อตเก่ากับพล็อตใหม่มันเชื่อมเข้ากันได้ในภาคต่อๆ ไป

สำหรับผมการดูหนังภาคนี้มันเลยออกแนวเรื่อยๆ เลิกคาดหวังไปนานแล้ว เอาเข้าจริงผมชอบ 3 ภาคแรกนะ ภาคแรกถือว่าลงตัวพอเหมาะ และภาค 3 ถือว่าเล่าเรื่องได้สนุก ในขณะที่ภาค 2 อาจจะเล่้นใหญ่จนหลุดเฟรมไปบ้าง แต่ก็ได้บุญเก่าจากภาคแรกมาประคองไว้

ส่วนภาค 4 นี่ผมจูนไม่ติดครับ แม้จะได้ดาราคนโปรดอย่าง Mark Wahlberg มานำแสดง แต่หนังมันไม่กลมกล่อมทั้งที่แอ็กชันก็เยอะ ในขณะที่ภาคนี้ก็เข้าใจในความพยายามล่ะครับ จับเอาเรื่องตำนานอาร์เธอร์มาใส่ เชิญ Anthony Hopkins มาร่วมจอ แล้วก็เปิดปมสำหรับภาคต่อไปแบบเต็มพิกัด

จริงๆ ผมชอบ Hopkins ครับ ในเรื่องลุงเขาแสดงได้น่าจดจำ มีความน่ารักและกวนโอ๊ยนิดๆ ผสมกันอย่างพอดี ก็ลุงเขามืออาชีพแล้วน่ะนะครับ รวมถึงเส้นเรื่องของลุงเขาผมว่าก็เป็นเนื้อเรื่องที่มีความหมายดี ถือเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้วล่ะ

ผมไม่ฟ้นธงว่าหนังเรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ถ้าถามความรู้สึกผมแล้ว ผมออกแนวเรื่อยๆ ครับ ถ้าคุยกันแบบฉันท์เพื่อนผมคงบอกว่า “ถ้าไม่รีบจะรอดูแผ่นก็ได้” แต่หากใครอยากดูภาพอลังๆ หรือชอบหนังชุดนี้เป็นทุนอยู่แล้ว ก็ดูได้เลย ไม่ต้องฟังใคร แล้วเดี๋ยวท่านจะได้รับคำตอบเองครับ

การดูหนังเรื่องนี้เหมือนผมได้นั่งรับรู้สัจธรรมของฮอลลีวู้ดน่ะครับ เหมือนตอนนี้มันมาถึงจุดที่สตูดิโอและทีมงานทำหนังส่วนใหญ่พยายามต่อชีวิตตนเองออกไปให้นานที่สุด ในแง่หนึ่งมันก็เหมือนจะถึงทางตันแล้วล่ะ แต่ในเมื่อมันเป็นงานหลักและเป็นเครื่องทำมาหากิน มันก็ต้องเดินหน้าต่อ หาทางทำต่อไปให้จงได้ (ไม่งั้นอดตาย)

บางคนก็พยายามรีบูทรีเมคไปเรื่อยๆ บางคนก็พยายามทำของใหม่ๆ หรือบางคนก็พยายาม “เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ” เดินหน้าทำหนังออกมาในแบบที่เขาเชื่อว่ามันโอเคแล้ว เหมาะแล้ว แล้วก็ยังมีกลุ่มคนดูที่เหนียวแน่นกับหนังชุดนั้นๆ, ยังมีกลุ่มคนดูที่ชอบหนังเอามันส์เปี่ยม CG หรือไม่ก็พร้อมเปิดใจรับความสดใหม่บางประการ (แม้อาจจะยังไม่ลงตัวนัก) เลยทำให้ลมหายใจของหนังยุคนี้ยังพอจะมีต่อไปได้

… แต่จะอีกนานแค่ไหน คงต้องดูกันต่อไป

ดูจากรายได้แล้วไม่มีทางขาดทุนล่ะครับ แค่ว่าทำกำไรเยอะหรือน้อยเท่านั้น และผมเชื่อว่าต่อให้ผู้ชมและสตูดิโอในอเมริกาจะไม่ต้อนรับหนังชุดนี้อีกต่อไปแล้วก็เถอะ มันก็ยังมีสตูดิโอจากจีนที่พร้อมจะลงทุนหรือร่วมทุนในการสร้างภาคต่อๆ ไปอย่างแน่นอน (เพราะมันทำเงินในจีนมากกว่าในบ้านตั้ง 2 เท่าแน่ะ)

แต่สารภาพจากใจครับว่า… จุดนี้ทำให้ผมเกิดความกลัวบางประการขึ้นมา… แต่ก็ช่างเถอะ ไว้ค่อยว่ากันไปแล้วกัน ^_^

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

โฆษณา